สรุปข่าว
- แอปพลิเคชันหยวนดิจิทัลเปิดตัวฟีเจอร์ คิวอาร์โค้ดออฟไลน์อย่างเป็นทางการ เพื่อแก้ปัญหาการทำธุรกรรมล้มเหลวในจุดอับสัญญาณ เช่น ชั้นใต้ดิน หรือ พื้นที่ชนบท
- ฟีเจอร์ดังกล่าวจะทำงานร่วมกับ Hard Wallet โดยระบบจะสลับไปสร้าง QR โค้ดแบบออฟไลน์ให้ทันทีโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบว่าไม่มีอินเทอร์เน็ต
- ปัจจุบันฟีเจอร์นี้พร้อมรองรับการใช้งานผ่านกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของรัฐ 5 แห่ง โดยมีแผนจะขยายไปยังธนาคารอื่น ๆ ในเฟสถัดไป
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
แอปพลิเคชันหยวนดิจิทัลของจีนได้ยกระดับระบบนิเวศการเงินดิจิทัลไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ คิวอาร์โค้ดออฟไลน์อย่างเป็นทางการ เพื่อทลายข้อจำกัดเรื่องจุดอับสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มักเป็นอุปสรรคต่อการชำระเงินในพื้นที่ใต้ดิน ย่านชุมชนหนาแน่น หรือพื้นที่ทุรกันดาร โดยนวัตกรรมนี้ถือเป็นการปิดจุดอ่อนทางเทคโนโลยีจากปี 2023 ที่เคยใช้ระบบ NFC ซึ่งติดข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ของสมาร์ตโฟน
ปัญหาเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตอ่อน หรือจุดอับสัญญาณ ถือเป็นปัญหาสุดกวนใจผู้บริโภคยุคใหม่ที่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องทำผ่านมือถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำธุรกรรมไม่ว่าจะเป็นโอนเงิน หรือชำระค่าสินค้า แต่ดูเหมือนว่าจีนจะค้นพบทางออกของปัญหานี้แล้วด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่จะทำให้สามารถใช้งาน “หยวนดิจิทัล” ได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลจากสื่อในประเทศจีนเปิดเผยว่า แอปพลิเคชันของหยวนดิจิทัล (e-CNY) ได้เปิดตัวฟีเจอร์ “คิวอาร์โค้ดออฟไลน์” อย่างเป็นทางการเพื่อแก้ปัญาหาการสแกนจ่ายเงินไม่สำเร็จในพื้นที่สัญญาณอ่อน หรือไม่มีเลย เช่น ใต้ดิน,บริเวณที่คนพลุกพล่าน,พื้นที่กันดาร หรือแม้แต่ช่วงเกิดภัยพิบัติ
ตัวฟีเจอร์ถูกทำออกมาเพื่อทำงานเสริมกับ Hard Wallet ของหยวนดิจิทัลที่มีอยู่เดิม เพื่อตอกย้ำว่าเงินหยวนดิจิทัลสามารถใช้งานได้อย่างเสถียรและต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ แม้ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ตาม
ในส่วนของการใช้งานก็ง่ายแสนง่าย ขอเพียงแค่ไปตั้งค่าเอาไว้ล่วงหน้า เช่นการเปิดฟังก์ชันชำระเงินจำนวนน้อยโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน หรือการเปิดฟังก์ชันเติมเงินอัตโนมัติเผื่อยอดที่มีในแอปนั้นไม่พอ โดยเมื่อแอปตรวจพบว่าบริเวณที่ใช้งานไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ระบบก็จะสลับไปสร้าง QR โค้ดแบบออฟไลน์ให้ทันทีโดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ
อย่างไรก็ตาม การอัปเดตครั้งล่าสุดนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนพยายามผลักดันเทคโนโลยีการสแกนจ่ายให้สามารถใช้งานได้ในขณะออฟไลน์
หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2023 จีนเคยได้นำร่องด้วยการใช้เทคโนโลยี NFC แตะเพื่อจ่ายทำให้สามารถดำเนินธุรกรรมได้แม้เครื่องดับหรือแบตเตอรี่หมด แต่ก็แลกมากับข้อจำกัดจำนวนมากทั้งจากตัวอุปกรณ์ที่รองรับ และการใช้งานที่ไม่ไร้รอยต่อเหมือนกับเทคโนโลยีใหม่ในตอนนี้
ปัจจุบันฟีเจอร์นี้รองรับกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลของธนาคารใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ ICBC, Agricultural Bank of China, Bank of Communications, Postal Savings Bank of China และ Industrial Bank โดยมีแผนจะขยายไปยังธนาคารอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
ที่มา : Sina
มุมมองผู้เขียน : ปฏิเสธเลยไม่ได้ว่าจีนกำลังขับเคลื่อนเทคโนโลยี CBDC ของตนให้ไปจนถึงขีดสุดซึ่งสามารถนำมาใช้งานได้จริงกับทุกสถานการณ์ โดยสิ่งนี้ไม่แน่ว่าอาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่บีบให้ธนาคารกลางทั่วโลกอยากหันมาใช้ CBDC แทนที่สกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีก็เป็นได้

