สรุปข่าว
- ศาลล้มละลายสหรัฐฯ อนุมัติให้ Linqto ขายหุ้นสามัญ Ripple Labs มูลค่ารวม 130 ล้านดอลลาร์ ให้ผู้ซื้อสถาบัน 4 ราย นำโดย Galaxy Digital ที่ทุ่มเงิน 60 ล้านดอลลาร์
- รายได้ทั้งหมดจะถูกส่งเข้ากองทุน Chapter 11 Wind-Down Trust เพื่อเยียวยาลูกค้าที่เสียหายจากคดีล้มละลายของ Linqto
- Forge Global พยายามถอนตัวจากตำแหน่งผู้ดูแลทรัพย์สิน ก่อนกำหนดเปิดตัวเพียง 5 วัน จนถูก Linqto และเจ้าหนี้ยื่นฟ้อง สร้างความไม่แน่นอนให้กระบวนการเยียวยา
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ธุรกรรมนี้เป็นการซื้อขายในตลาดรองล้วนๆ ไม่กระทบต่อ Tokenomics ของ XRP โดยตรง แต่สะท้อนความต้องการหุ้น Ripple จากสถาบันที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งอาจหนุนความเชื่อมั่นระยะยาวได้บ้าง
ศาลล้มละลายของสหรัฐฯ ได้อนุมัติให้ Linqto ดำเนินการขายหุ้นสามัญของบริษัท Ripple Labs มูลค่ารวมประมาณ 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ผู้ซื้อระดับสถาบัน 4 ราย โดยมี Galaxy Digital เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุด ด้วยยอดซื้อล็อตใหญ่มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตามมาด้วย Arrington Capital ที่เข้าซื้อมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, Private Shares Fund จำนวน 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ GAM Alternatives Lux จำนวน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรายได้จากการขายทั้งหมดจะถูกส่งเข้าสู่กองทุนบริหารจัดการทรัพย์สินล้มละลาย (Chapter 11 Wind-Down Trust) เพื่อนำไปเยียวยาและจ่ายคืนให้แก่กลุ่มลูกค้าผู้เสียหายต่อไป
การขายสินทรัพย์ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเลิกกิจการ และขายทอดตลาดสินทรัพย์ด้อยค่าทั่วไป แต่เป็นการแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า นักลงทุนสถาบันยังคงมีความต้องการหุ้นนอกตลาดของ Ripple อย่างล้นหลามในทุกระดับราคา แม้ว่าฝั่งแพลตฟอร์มที่เคยเปิดให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาจับจองซื้อหุ้นก่อน IPO กำลังโดนบริษัทบริหารทรัพย์สินล้มละลายสั่งปิดตัวลงก็ตาม
ทั้งนี้ ข่าวใหญ่เรื่องการขายหุ้น Ripple เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ราคาเหรียญ XRP พุ่งขึ้นเกือบ +4% ในช่วงข้ามคืน มาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1.13 ดอลลาร์สหรัฐ และสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1.10 ดอลลาร์สหรัฐไปได้สำเร็จ พร้อมกับปริมาณการซื้อขายรายวันที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เจาะลึกการจัดสรรหุ้น
ธุรกรรมการซื้อขายหุ้นทั้ง 4 รายการเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่มีราคาต่อหุ้นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยบิ๊กล็อตของ Galaxy Digital ถือเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดทั้งในแง่ของจำนวนหุ้นและมูลค่าเงินรวม
ทั้งนี้ทาง Ripple ได้ยินยอมสละสิทธิ์ในการปฏิเสธซื้อก่อน (Right of First Refusal หรือ ROFR) ให้กับหุ้นในฝั่งของ Galaxy ส่งผลให้ข้อตกลงซื้อขายสามารถผ่านไปได้ทันที โดยไม่ต้องมานั่งปรับสัดส่วนการเสนอขายร่วมกันใหม่ให้ยุ่งยาก
การที่ Galaxy เข้าซื้อในวงเงิน 60 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นระดับราคาที่ได้รับส่วนลด เมื่อเทียบกับเงินจำนวน 50 ล้านดอลลาร์, 16 ล้านดอลลาร์ และ 4 ล้านดอลลาร์ที่นักลงทุนสถาบันรายอื่นจ่ายในการขายรอบเดียวกันซึ่งรูปแบบการสะสมหุ้นของสถาบันในช่วงเวลาที่ตลาดรองเกิดการสั่นคลอน ถือเป็นกลยุทธ์ดั้งเดิมในอดีตของ Galaxy ต่อการลงทุนใน Ripple อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมนี้เป็นเพียงการซื้อขายหุ้นในตลาดรองเท่านั้น ไม่ได้เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเสนอขายหุ้น IPO และไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ถือเหรียญ XRP หรือระบบ Tokenomics ซึ่งเอกสารนักลงทุนจากรอบการระดมทุนของ Ripple ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ก็เคยยืนยันไว้ชัดเจนว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ถือ XRP แต่อย่างใด
ย้อนรอยล้มละลายของ Linqto และปมขัดแย้งใหม่กับ Forge Global
Linqto ได้ปิดตัวลงในเดือนมีนาคม 2025 และยื่นขอฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 11 ในเดือนกรกฎาคม 2025 หลังจากที่ผู้บริหารชุดใหม่ตรวจพบการละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ ที่อาจเกิดขึ้นย้อนหลังไปถึงปี 2020 ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPVs) ที่ใช้ในการระดมเงินทุนจากลูกค้า
กองมรดกล้มละลายนี้ ครอบคลุมสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทเอกชนนอกตลาดประมาณ 111 แห่ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 ศาลได้ให้การรับรองแผนการปรับโครงสร้างหนี้ของ Linqto ซึ่งได้รับความยินยอมจากลูกค้าสูงถึงประมาณ 95% โดยเสนอการเยียวยาผ่านกองทุนชำระบัญชี, กองทุนปิดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือครองหุ้นนอกตลาด หรือการผสมผสานกันของทั้งสองรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม กระบวนการเยียวยาดังกล่าวกำลังเผชิญกับอุปสรรคใหม่ ตามรายงานจาก Bloomberg Law ระบุว่า Linqto และคณะกรรมการของกลุ่มเจ้าหนี้ไร้หลักประกันอย่างเป็นทางการ ได้ยื่นฟ้อง Forge Global Holdings หลังจากที่แพลตฟอร์มตลาดหุ้นนอกตลาดแห่งนี้ พยายามจะถอนตัวจากการเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของกองทุนเยียวยาลูกค้า ก่อนถึงกำหนดเปิดตัวในวันที่ 20 กรกฎาคมเพียงแค่ 5 วัน
โดย Forge ได้อ้างข้อเรียกร้องจากบริษัทแม่แห่งใหม่ คือ Charles Schwab เป็นเหตุผลในการถอนตัว ทั้งที่เดิมทีคาดว่า Forge จะเข้ามาทำหน้าที่ถือครองสินทรัพย์ของลูกค้า, จัดการการโอนหุ้น และบริหารจัดการแผนการเยียวยา
ซึ่งศาลกำลังถูกร้องขอให้บังคับใช้บทลงโทษตามข้อตกลง ข้อพิพาทนี้อาจส่งผลให้การโอนย้ายสินทรัพย์ล่าช้าและมีค่าใช้จ่ายทางกฎหมายเพิ่มขึ้น แต่จะไม่ส่งผลต่อความถูกต้องของหุ้น Ripple ที่ขายไปแล้วหรือมูลค่าของ XRP สำหรับผู้ใช้ Linqto ที่ถือหุ้น Ripple ทางอ้อม ประเด็นสำคัญจึงเหลือเพียงเรื่องของระยะเวลาในทางบริหาร ไม่ใช่เรื่องความสมบูรณ์ของสินทรัพย์
นัยสำคัญต่อสถาบัน
การขายหุ้นในรอบนี้สะท้อนว่า ความต้องการถือครองหุ้น Ripple ในกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่ระดับราคานี้ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่ Ripple กำลังตั้งเป้าสร้างรายได้แตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ฐานราคาประเมินมูลค่าของ Ripple ในตลาดเอกชนยังคงแข็งแกร่ง แม้จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขการบังคับขายในคดีล้มละลายก็ตาม
ซึ่งหุ้น Ripple ล็อตของ Linqto นี้ น่าจะเป็นเพียงแค่ระลอกแรก และไม่ใช่ระลอกสุดท้ายของการระบายสินทรัพย์ให้แก่สถาบันรายใหญ่จากกองมรดกนี้ ในขณะที่กองทุนบริหารจัดการทรัพย์สินล้มละลายเดินหน้าแปลงพอร์ตหุ้นบริษัทเอกชนอีกกว่า 111 แห่ง ให้กลายเป็นเงินสดต่อไปในอนาคต
ที่มา : finance.yahoo
มุมมองผู้เขียน : ถ้าสถาบันยังคงแย่งกันเข้าซื้อ หุ้น Ripple ในราคาที่ไม่ต่างจากรอบนี้มากนัก นั่นจะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนกว่าคำพูดใดๆ ว่า Ripple ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนระดับสถาบันให้ราคาสูงอยู่จริง ส่วนประเด็น Forge Global คงต้องรอดูว่า จะจบลงเร็วแค่ไหน เพราะยิ่งลากยาว ยิ่งเป็นความเสี่ยงด้านชื่อเสียงมากกว่าความเสี่ยงด้านมูลค่าสินทรัพย์

