bitkub-banner

BNY Mellon ลุยทดสอบเทรดพันธบัตรสหรัฐบนบล็อกเชน ปูทางเทรดตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • BNY Mellon เตรียมนำร่องทำธุรกรรมพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชนส่วนตัวภายในสิ้นปี 2026
  • ธนาคารตั้งเป้ายกระดับระบบให้รองรับการชำระเงินตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับทั้งพันธบัตรแบบดั้งเดิมและแบบโทเคนภายในปี 2027
  • โครงการนี้มีเป้าหมายเชื่อมตลาดพันธบัตรที่ยังจำกัดด้วยเวลาทำการ เข้ากับตลาดคริปโตและสเตเบิลคอยน์ที่เปิดให้บริการตลอดเวลา

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

BNY Mellon เตรียมทดสอบการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชนส่วนตัวภายในสิ้นปี 2026 ก่อนขยายสู่ระบบชำระเงินตลอด 24 ชั่วโมงเต็มรูปแบบในปี 2027 แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเชื่อมตลาดพันธบัตรแบบดั้งเดิมเข้ากับโลกคริปโตและ Stablecoin ที่ดำเนินงานตลอดเวลา ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของตลาด RWA และสะท้อนว่า บล็อกเชนกำลังถูกนำมาใช้กับโครงสร้างพื้นฐานการเงินระดับโลกอย่างจริงจังมากขึ้น

BNY Mellon ยักษ์ใหญ่ด้านการรับฝากและดูแลสินทรัพย์ระดับโลก ได้เปิดเผยแผนการครั้งสำคัญในการผลักดันให้ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถซื้อขายและชำระเงินได้แบบไร้รอยต่อตลอด 24 ชั่วโมง

 โดยเตรียมนำร่องทดสอบการทำธุรกรรมพันธบัตรรัฐบาลในรูปแบบโทเคน บนบล็อกเชนส่วนตัวภายในสิ้นปี 2026 ก่อนจะยกระดับสู่การรองรับระบบชำระเงิน 24/7 เต็มรูปแบบ สำหรับทั้งพันธบัตรแบบดั้งเดิมและแบบโทเคนภายในปี 2027

ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่ออุดช่องโหว่ทางโครงสร้างระหว่างตลาดการเงินสองฝั่ง เนื่องจากตลาดคริปโทเคอร์เรนซีและผู้ออกสเตเบิลคอยน์เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง และมักใช้พันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นเป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน 

ทว่าระบบชำระเงินพันธบัตรแบบดั้งเดิมกลับติดล็อกอยู่กับเวลาทำการของธนาคาร โดย BNY ได้เริ่มทดลองทำหน้าที่เป็นคนกลางชำระธุรกรรมพันธบัตรรัฐบาลนอกเวลาทำการ (หลังระบบ Fedwire ปิด) ให้กับผู้ออกสเตเบิลคอยน์ 2 ราย ได้แก่ RLUSD ของ Ripple และ USDO (จัดการโดย Dreyfus ให้กับ OpenEden) ผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขาย Tradeweb Markets ไปแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน BNY ได้พัฒนาบล็อกเชนส่วนตัวขึ้นบน “Canton Network” ซึ่งเป็นระบบบัญชีชี้นำแบบจำกัดสิทธิ์พัฒนาโดยบริษัท Digital Asset เพื่อบันทึกโทเคนที่เป็นตัวแทนของสินทรัพย์จริงและเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับระบบบัญชีธนาคารหลักอย่างมีประสิทธิภาพ 

สถาบันการเงินที่เข้าร่วมเครือข่ายจะสามารถบริหารจัดการและโอนย้ายสินทรัพย์ระหว่างกันนอกเวลาทำการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งศักยภาพของ BNY นั้นถือเป็นกระดูกสันหลังของระบบการเงิน โดยมีปริมาณการเคลื่อนย้ายเงินทุนสูงถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และมียอดการชำระเงินเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 24.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

การก้าวเข้ามาของ BNY สอดรับกับจังหวะที่ตลาดสินทรัพย์ในโลกจริงที่นำมาแปลงเป็นโทเคน (RWA) ขยายตัวอย่างมหาศาลกว่า 400% นับตั้งแต่ปี 2025 จนมีมูลค่ารวมแตะระดับประมาณ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ทั้งนี้ BNY ตั้งเป้าจะเริ่มขยายเครือข่ายชำระเงินแบบดั้งเดิมที่ครอบคลุมหลักทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายในปีนี้ ก่อนจะมุ่งสู่การชำระเงินผ่านบล็อกเชนที่สามารถตั้งโปรแกรมอัตโนมัติ มีความโปร่งใสสูง และครอบคลุมช่วงเวลาทำการทั่วโลกทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชียได้อย่างสมบูรณ์


มุมมองผู้เขียน: การปรับตัวของ BNY Mellon สู่การทดลองใช้พัฒบัตรสหรัฐฯ ในรูปแบบโทเคน ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบการเงินยุคใหม่อย่างแท้จริง

ที่มา:coinpost