bitkub-banner

Bitcoin ควงทองคำพุ่งแรง หลังเฟดคงดอกเบี้ยตามคาด แม้มติเสียงแตก 9 ต่อ 3

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ส่งผลให้ Bitcoin และทองคำพุ่งขึ้นทันที หลังความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเริ่มลดลง
  • Bitcoin ดีดจากประมาณ 63,700 ดอลลาร์ ไปเกือบแตะ 64,700 ดอลลาร์ภายใน 15 นาที ขณะที่ทองคำพุ่งจากราว 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขึ้นเหนือ 4,100 ดอลลาร์
  • อย่างไรก็ตาม มติของคณะกรรมการเฟดแตกออกเป็น 9 ต่อ 3 โดยกรรมการ 3 คนต้องการขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% สะท้อนว่าแรงกดดันจากเงินเฟ้อยังไม่จบ

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ส่งผลให้ Bitcoin และทองคำพุ่งขึ้นทันที หลังตลาดลดความกังวลว่าเฟดจะตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดย Bitcoin ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 64,700 ดอลลาร์ ส่วนทองคำขึ้นเหนือ 4,100 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม มติของเฟดที่แตกออกเป็น 9 ต่อ 3 สะท้อนว่า เจ้าหน้าที่บางส่วนยังต้องการขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เพราะเงินเฟ้อยังสูงและราคาน้ำมันยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ ดังนั้นแรงซื้อรอบนี้จึงเป็นบวกเพียงระยะสั้น ขณะที่ทิศทางต่อไปยังต้องจับตาเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และการประชุมเฟดเดือนกันยายน

ตลาดสินทรัพย์ทั่วโลกเกิดความผันผวนขึ้นทันที หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ Bitcoin และทองคำพุ่งขึ้นภายในไม่กี่นาที เนื่องจากความกังวลว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเริ่มคลี่คลายำ

Bitcoin ขยับขึ้นจากประมาณ 63,700 ดอลลาร์ ไปแตะเกือบ 64,700 ดอลลาร์ ภายในเวลาแค่ 15 นาที ก่อนกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 64,325 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.1% ในรอบ 24 ชั่วโมง 

ขณะที่ทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน แต่ปรับตัวร้อนแรงกว่า โดยราคาทองคำสปอตพุ่งจากประมาณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขึ้นไปเหนือ 4,100 ดอลลาร์ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% หลังประกาศผล ก่อนย่อตัวลงมาเล็กน้อย

กราฟราคา Bitcoin และทองคำ ที่มา: TradingView

แรงซื้อไม่ได้เกิดจากการคงดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการที่ตลาดลดการเดิมพันว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ส่งผลให้ความตึงเครียดในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลาย และเงินไหลกลับเข้าสู่ Bitcoin กับทองคำ

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังมติครั้งนี้เต็มไปด้วยความเห็นต่าง คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด หรือ FOMC ลงมติคงดอกเบี้ยด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 

เสียงคัดค้านมาจาก Beth Hammack ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์, Neel Kashkari ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิส และ Lorie Logan ประธานเฟดสาขาดัลลัส ซึ่งทั้งสามคนต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25%

มติดังกล่าวถือเป็นการประชุมที่มีเสียงแตกมากที่สุด นับตั้งแต่ Kevin Warsh เข้ารับตำแหน่งประธานเฟดในเดือนพฤษภาคม ต่างจากการประชุมเดือนมิถุนายนที่จบลงด้วยมติเอกฉันท์

Kevin Warsh กล่าวหลังการประชุมว่า “ผมขอให้มีความขัดแย้งที่ดีภายในครอบครัว และผมก็ได้มันมา” นั่นหมายความว่า เขายอมรับความเห็นต่างภายในองค์กร ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นว่า การต่อสู้ทางความคิดเรื่องทิศทางดอกเบี้ยกำลังเข้มข้นขึ้น

ส่วนแถลงการณ์ของเฟดแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยคณะกรรมการยังมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

เฟดระบุว่า Productivity ซึ่งหมายถึงความสามารถในการผลิตสินค้าและบริการได้มากขึ้นจากทรัพยากรเท่าเดิม รวมถึง Fixed Investment หรือการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เช่น โรงงาน เครื่องจักร และอาคาร ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ตลาดต้องจับตาคือ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเคยปรับตัวลงอย่างรุนแรงจากข่าวรัฐบาลสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่าน ก่อนกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง เมื่อความตึงเครียดเริ่มปะทุขึ้นใหม่

หากราคาน้ำมันกลับมาพุ่งสูงขึ้น ต้นทุนพลังงานอาจทำให้เงินเฟ้อลดลงช้ากว่าที่คาด และเพิ่มน้ำหนักให้กับฝ่ายที่ต้องการขึ้นดอกเบี้ย 

สถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ข่าวดีสำหรับ Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก เช่น หุ้นและคริปโต เพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้นหมายถึงสภาพคล่องในระบบที่ลดลง ต้นทุนการกู้ยืมที่แพงขึ้น และแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันที่อาจชะลอตัว

ที่มา:yahoofiannce


มุมมองผู้เขียน: การคงดอกเบี้ยครั้งนี้ช่วยให้ตลาดได้พักหายใจ แต่มติเสียงแตก 9 ต่อ 3 กำลังส่งสัญญาณว่า การต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่จบ จากนี้ข้อมูลเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน ราคาน้ำมัน และแถลงการณ์ของเฟด จะเป็นตัวกำหนดว่าการประชุมเดือนกันยายนจะจบด้วยการคงดอกเบี้ยต่อ หรือกลับมาเปิดประตูสู่การขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง