bitkub-banner

Bernstein เตือนหากกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่าน อาจกดดันราคาคริปโตให้ดิ่งลงอีกระลอก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bernstein ระบุว่า โอกาสในการผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act กำลังริบหรี่ลง เพราะวุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมหยุดพักภาคฤดูร้อนปลายสัปดาห์นี้
  • หากร่างกฎหมายไม่สามารถผ่านได้ทันเวลา นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดอาจเผชิญแรงเทขายในทันที และกดดันราคา Bitcoin รวมถึงคริปโตเคอเรนซีในภาพรวมให้ร่วงลงอีก
  • ในทางกลับกัน ความล่าช้าของสภาคองเกรส อาจเป็นแรงผลักดันให้ SEC และ CFTC เร่งเดินหน้า Project Crypto เพื่อออกกฎเกณฑ์กำกับดูแลด้วยตัวเอง

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish

การที่บริษัทจัดการความมั่งคั่ง Bernstein ออกมาเตือนว่า โอกาสที่ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต CLARITY Act จะผ่านสภาคองเกรสกำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ สาเหตุหลักมาจากกำหนดการที่วุฒิสภาสหรัฐฯ จะเริ่มพักร้อนในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งความล่าช้าที่เกิดขึ้น อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันให้มูลค่าตลาดคริปโตปรับตัวลดลงอีก

บริษัทจัดการความมั่งคั่ง Bernstein ระบุว่า โอกาสในการผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act กำลังริบหรี่ลง เนื่องจากวุฒิสภาสหรัฐฯ มีกำหนดจะเริ่มหยุดพักภาคฤดูร้อนในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งความล่าช้าดังกล่าว อาจกลายเป็นภัยที่กดดันให้มูลค่าของคริปโตเคอเรนซีปรับตัวลดลงอีกระลอก 

โดย Bernstein ประเมินว่า หากวุฒิสภาล้มเหลวในการผ่านร่างกฎหมายนี้ อาจส่งผลกระทบเชิงลบ และจุดชนวนให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองในทันทีจากอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลให้ราคา Bitcoin และภาพรวมของตลาดคริปโตดิ่งลงได้อีก

อย่างไรก็ตาม ในรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จาก Bernstein มองว่า ในระยะสั้นตลาดคริปโตน่าจะร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุด แล้วเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวกลับขึ้นมา ในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ 

โอกาสการเข้าแทรกแซงของหน่วยงานกำกับดูแลผ่าน “Project Crypto”

ในทางกลับกัน นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากวุฒิสภาไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวได้ ก็อาจกลายเป็นตัวเร่งให้หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และสำนักงานคณะกรรมการการค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตร (CFTC) หันมาออกนโยบายสนับสนุนให้จริงจังยิ่งขึ้น โดยเร่งจัดทำและประกาศใช้กฎระเบียบต่างๆ ให้รวดเร็ว ผ่านโครงการ Project Crypto

Project Crypto คือโครงการกำกับดูแลคริปโตที่เริ่มขึ้นโดย Paul Atkins ประธาน SEC เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ก่อนจะจับมือผนึกกำลังร่วมกับ CFTC ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน เพื่อสร้างกฎเกณฑ์การกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่นำมาใช้งานได้จริง โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายเดิมที่มีอยู่ของทั้งสองหน่วยงาน ในระหว่างที่สภาคองเกรสกำลังเร่งจัดทำร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตอย่าง CLARITY Act 

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคริปโตยังผูกติดกับความไม่แน่นอนทางการเมืองอยู่มาก ต่อให้กฎหมายไม่ผ่านทันตามกำหนด ก็ไม่ได้แปลว่าอุตสาหกรรมจะไร้ทางออกเสียทีเดียว เพราะ Project Crypto ยังเป็นไม้ตายสำรองที่หน่วยงานกำกับดูแลใช้ขับเคลื่อนกฎเกณฑ์ได้ด้วยตัวเอง