bitkub-banner

ส่องแนวโน้มราคา 3 เหรียญคริปโทฯ Bitcoin, Ethereum และ XRP จะไปทางไหนต่อ?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ยืนเหนือแนวรับสำคัญได้เหนียวแน่น แม้เพิ่งย่อตัวหลังชนแนวต้าน $64,942 แต่กลุ่มเส้น EMA ยังทำหน้าที่ปกป้องราคาไว้ได้ดี
  • Ethereum ฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าตลาด ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้น พร้อมโครงสร้างขาขึ้นที่ยังไม่เสียทรง
  • XRP ยังคงอ่อนแอที่สุดในกลุ่ม ราคาติดอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น และเสี่ยงหลุดแนวรับจิตวิทยาที่ $1.00

แนวโน้มที่ส่งผลต่อกระทบต่อราคา : Neutral 

ภาพรวมตลาดยังไม่มีสัญญาณกลับตัวชัดเจน แต่ Bitcoin กับ Ethereum ต่างแสดงความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง ส่วน XRP เป็นตัวที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังคงเต็มไปด้วยความผันผวน ตื่นเต้น และท้าทายอยู่เสมอ ซึ่งการเทรดในยุคนี้ไม่ได้พึ่งพาแค่ดวงเท่านั้น แต่จำเป็นต้องเกาะติด ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจโลก เม็ดเงินลงทุนจากสถาบัน และสัญญาณทางเทคนิคอย่างใกล้ชิด

ในบทความนี้จะพาทุกคนมาเจาะลึกแนวโน้มของ 3 เหรียญคริปโต ที่เหล่านักลงทุนต่างอยากรู้ว่า ราคาเหรียญ Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ XRP จะขยับไปในทิศทางไหนต่อ? 

ราคา Bitcoin ยืนเหนือแนวรับสำคัญได้อย่างมั่นคง

ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 64,257 ดอลลาร์ หลังจากไม่สามารถดันราคาผ่านแนวต้านสำคัญที่ $64,942 ได้ อย่างไรก็ตาม การย่อตัวครั้งนี้ยังไม่เสียทรงในภาพใหญ่ เพราะราคายังยืนระยะอยู่เหนือกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ย EMA (20, 50, 100 และ 200 วัน) ที่กระจุกตัวกันแน่นในช่วง $63,995 ถึง $64,192 ได้อย่างเหนียวแน่น

ราคา Bitcoin (ที่มา: TradingView)

สัญญาณทางเทคนิคที่กระจุกตัวกันนี้มักสะท้อนว่า ราคาใกล้ถึงจุดเลือกทางเต็มที ซึ่งตัวชี้วัดอย่าง Bollinger Band %B ก็ชี้ว่า ความร้อนแรงของฝั่งซื้อเริ่มแผ่วลง แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นเทรนด์ขาลงเต็มตัว และฝั่งซื้อยังคงช่วยกันรับในโซน $64,000 ไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาเรื่อยๆ ก็ตาม

หลังจากนี้หาก Bitcoin สามารถพุ่งทะลุ $64,942 ไปได้ ฝั่งขาขึ้น ก็พร้อมดันราคา Bitcoin ขึ้นไปท้าทายจุดสูงสุดเดิมแถว $65,682 แต่ถ้าหลุดแนวรับสำคัญที่ $63,954 ลงมา ก็อาจโดนแรงเทขายซ้ำ จนราคา Bitcoin ไหลลงไปทดสอบระดับ $63,546 หรือที่ระดับถัดไปที่ $63,042 ได้

ราคา Ethereum: ETH รักษาสภาพโครงสร้างขาขึ้นไว้ได้ดี

Ethereum ยังคงทำผลงานได้โดดเด่นกว่าตลาด หลังจากฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดเดิมแถว $1,821 โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ราว 1,903 ดอลลาร์สหรัฐ และยังคงยืนอยู่เหนือเส้น EMA 20, 50, 100 และ 200 ได้อย่างมั่นคง 

นอกจากนี้ การขยับขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 0.382 Fibonacci Retracement ได้สำเร็จ ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับกลุ่มนักลงทุนระยะสั้นอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงราคาของ Ethereum (ที่มา: TradingView)

ปัจจุบัน ระดับราคา $1,900 ได้กลายมาเป็นแนวรับแนวต้านระยะสั้นทันที ขณะที่ตัวชี้วัด Bollinger Band สะท้อนว่า แรงซื้อของฝั่งกระทิงยังพอมีช่องว่างให้วิ่งต่อได้อีก ก่อนจะเข้าสู่สภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought)

หากราคา Ethereum สามารถเบรกผ่าน $1,914 ขึ้นไปได้อย่างเด็ดขาด ก็มีลุ้นจุดชนวนการพุ่งขึ้นรอบใหม่ไปที่ $1,946 และหากทะลุ $1,980 ไปได้อีก ก็จะเป็นการยืนยันเทรนด์ขาขึ้นที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในทางกลับกัน หากราคา Ethereum หลุดโซนแนวรับ $1,890 ลงมา ก็อาจทำให้ราคาถอยดิ่งลงไปสู่ $1,877 หรือไหลลงไปทดสอบเส้น EMA 200 แถว $1,855 ได้

ราคา XRP หลังเผชิญความอ่อนแอต่อเนื่อง

XRP ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ทำผลงานได้อ่อนแอที่สุดในบรรดา 3 เหรียญหลัก โดยราคาซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ 1.025 ดอลลาร์สหรัฐ และยังคงติดอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นสำคัญทุกเส้น ส่งผลให้แนวโน้มขาลงเดิมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากฝั่งขายยังคงสร้างจุดสูงสุดที่ต่ำลง (Lower Highs) และจุดต่ำสุดที่ต่ำลง (Lower Lows) อย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนแปลงราคาของ XRP (ที่มา: TradingView)

แม้ว่าค่าดัชนี Bollinger Band %B จะสะท้อนถึงสภาวะขายมากเกินไป (Oversold) ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ ที่ราคา XRP จะเกิดการดีดตัวกลับในระยะสั้น แต่ฝั่งซื้อจำเป็นต้องดันราคา XRP ให้ขึ้นไปยึดแนวต้านระหว่าง $1.053 ถึง $1.065 กลับคืนมาให้ได้ก่อน 

ภาพรวมอารมณ์ตลาดจึงจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ หากไม่สามารถปกป้องแนวรับระยะสั้นที่ระดับ $1.0145 ไว้ได้ อาจส่งผลให้ราคา XRP ร่วงลงไปทดสอบระดับจิตวิทยาที่ $1.00 และหากมีการหลุดระดับดังกล่าว ก็อาจเปิดทางให้ราคาร่วงลงไปสู่โซนแนวรับถัดไปที่ $0.985 ถึง $0.970 ได้

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ที่มา : coinedition


มุมมองผู้เขียน : นักลงทุนควรติดตามแนวรับแนวต้านสำคัญของแต่ละเหรียญอย่างใกล้ชิด และบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่ยังผันผวนอยู่ในตอนนี้