bitkub-banner

Bitmine ชะลอแผนกว้านซื้อ ETH เพื่อนำเงินทุนไปเน้นกว้านซื้อหุ้นของบริษัทคืนแทน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บริษัท Bitmine Immersion ซึ่งเป็นองค์กรที่ถือครอง Ethereum รายใหญ่ที่สุดได้เข้าซื้อ ETH เพิ่มเติมอีก 7,391 เหรียญในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ถือเป็นยอดการซื้อรายสัปดาห์ที่น้อยที่สุดในปีนี้เนื่องจากบริษัทเริ่มเข้าใกล้เป้าหมายการสะสมเหรียญให้ถึง 5% ของอุปทานทั้งหมด
  • Thomas Lee ประธานของบริษัทได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยนำเงินทุนไปเน้นซื้อหุ้นของบริษัทคืนแทน ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการซื้อหุ้นคืนไปถึง 3 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านดอลลาร์ และยอดรวมตั้งแต่เดือนกรกฎาคมพุ่งสูงถึง 19.1 ล้านหุ้น
  • แม้ร่างกฎหมาย CLARITY Act จะถูกเลื่อนการพิจารณาออกไป แต่ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงานที่อ่อนตัวลง ซึ่งช่วยลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและถือเป็นผลดีต่อตลาดคริปโตในภาพรวม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากแรงซื้อจากสถาบันรายใหญ่ที่สุดอย่าง Bitmine เริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจทำให้ตลาดขาดแรงสนับสนุนสำคัญและส่งผลกระทบเชิงลบต่อสภาพคล่องของราคา ETH ในระยะสั้น

บริษัท Bitmine Immersion ซึ่งเป็นผู้ถือครองกองทุน Ethereum ระดับองค์กรรายใหญ่ที่สุด ได้เข้าซื้อ ETH เพิ่มเติมอีก 7,391 เหรียญเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การซื้อครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 14.2 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดการถือครองรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นทะลุ 5.8 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 4.8% ของปริมาณ ETH ทั้งหมดในระบบ

การเข้าซื้อในรอบนี้ถือเป็นการทำสถิติซื้อสะสมติดต่อกันยาวนานถึง 58 สัปดาห์ของบริษัท แต่กลับเป็นปริมาณการซื้อรายสัปดาห์ที่น้อยที่สุดในรอบปี ซึ่งลดลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่บริษัทเคยกว้านซื้อมากกว่า 100,000 เหรียญต่อสัปดาห์ การชะลอตัวดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางที่ Thomas Lee ประธานบริษัทเคยระบุไว้เมื่อช่วงต้นปีว่า ทางบริษัทจะเริ่มลดความเร็วในการซื้อคริปโตลงเมื่อยอดสะสมเข้าใกล้เป้าหมายหลักที่ต้องการครอบครอง 5% ของอุปทาน ETH ทั้งหมด

ในตอนนี้บริษัทได้เปลี่ยนทิศทางทางการเงินไปเน้นที่การซื้อหุ้นของตัวเองคืนแทน โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้กว้านซื้อหุ้นคืนไปอีก 3 ล้านหุ้น ซึ่งคาดว่าใช้เงินไปประมาณ 50 ถึง 58 ล้านดอลลาร์ตามช่วงราคาซื้อขายในเวลานั้น และถ้านับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา บริษัทได้ซื้อหุ้นตัวเองคืนไปแล้วมากถึง 19.1 ล้านหุ้น นอกจากนี้ Bitmine ยังคงถือครอง Bitcoin จำนวน 209 เหรียญ รวมถึงมีเงินสดและหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดอีก 104 ล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งถือหุ้นส่วนใน Beast Industries และ Eightco Holdings อีกด้วย

ในส่วนของมุมมองต่อเศรษฐกิจระดับมหภาคนั้น Thomas Lee ยังคงให้ความสำคัญกับภาพรวมเศรษฐกิจเป็นหลักแม้จะมีความผิดหวังที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่ได้รับการโหวตในวุฒิสภาก่อนช่วงหยุดพักเดือนสิงหาคม เขามองว่าตลาดการเงินดูเหมือนจะให้น้ำหนักกับตัวเลขเงินเฟ้อและข้อมูลการจ้างงานที่เพิ่งออกมาอ่อนตัวลงมากกว่า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนลดลงมาเหลือเพียง 40% จากเดิมที่เคยสูงถึง 75% เมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเขาคาดหวังว่าการผ่อนคลายเงื่อนไขทางการเงินดังกล่าวจะเป็นแรงลมส่งท้ายที่ช่วยหนุนตลาดคริปโตต่อไปได้

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการที่ขาใหญ่อย่าง Bitmine เริ่มลดบทบาทในการเข้าเก็บ ETH ย่อมส่งผลสะเทือนต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคจะดูเป็นใจแค่ไหน แต่การขาดหายไปของเม็ดเงินมหาศาลที่เคยเข้ามาพยุงราคาในทุกสัปดาห์ อาจทำให้ราคา ETH ขาดแรงส่งที่สำคัญและต้องเผชิญกับความผันผวนที่สูงขึ้นในระยะสั้น ซึ่งหลังจากนี้นักลงทุนคงต้องลุ้นกันหนักว่าจะมีสถาบันการเงินรายอื่นก้าวเข้ามารับไม้ต่อเพื่อพยุงสภาพคล่องในตลาดหรือไม่