bitkub-banner

นักเทรดสาย Short ฟันกำไร $49 ล้าน ตลอดทั้งปี แต่โดน ETH ทำพอร์ตแตก $24 ล้านในเวลาเพียง 12 วินาที

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กระเป๋าเงินดิจิทัลชื่อดัง pension-usdt.eth ที่เคยทำกำไรจากการเปิดสถานะชอร์ตคริปโตได้สูงถึง 49 ล้านดอลลาร์ตลอดทั้งปี ต้องเผชิญกับฝันร้ายหลังถูกระบบบังคับปิดสถานะชอร์ต Ether จนสูญเงินไปเกือบ 24 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 12 วินาที
  • การถูกล้างพอร์ตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังราคาสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจนทำให้ระบบของ Hyperliquid ทำการบังคับซื้อคืนเหรียญถึง 5 ระลอกติดกัน ซึ่งแรงซื้อบังคับของตัวนักเทรดเองยิ่งดันให้ราคาเหรียญพุ่งสูงขึ้นไปอีกในทุกวินาทีที่ออเดอร์ถูกจับคู่
  • ความเสียหายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นการล้างพอร์ตสถานะชอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 ที่กวาดล้างเงินของฝั่งขาลงทั่วทั้งตลาดคริปโตไปมากกว่า 2.74 พันล้านดอลลาร์ภายในวันเดียวหลังตลาดตอบรับข่าวบวกของกระทรวงการคลังสหรัฐ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

เนื่องจากปรากฏการณ์ Short Squeeze ครั้งประวัติศาสตร์และการล้างพอร์ตฝั่งชอร์ตมูลค่ามหาศาลช่วยลดแรงต้านฝั่งขายและเปิดทางให้โมเมนตัมขาขึ้นของตลาดเดินหน้าต่อได้อย่างแข็งแกร่ง

กระเป๋าเงินคริปโตชื่อดัง pension-usdt.eth ซึ่งถือสถานะชอร์ตหรือเดิมพันฝั่งขาลงของเหรียญ Ether มานานกว่าสองเดือน ต้องพบกับจุดจบอย่างไม่คาดคิดในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี หลังจากตลาดคริปโตเกิดการดีดตัวขึ้นยกแผงจนส่งผลให้ตำแหน่งการลงทุนดังกล่าวถูกระบบสั่งปิดและขาดทุนไปเกือบ 24 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นความเสียหายก้อนโตที่กวาดกำไรครึ่งหนึ่งที่นักเทรดรายนี้เคยทำมาตลอดทั้งปีหายวับไปกับตา

ก่อนหน้านี้ ที่อยู่กระเป๋าเงินดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในดาวเด่นฝั่งชอร์ตที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งปี โดยสามารถกวาดกำไรสะสมไปได้เกือบ 49 ล้านดอลลาร์จากการดักชอร์ตขาลงอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการทำกำไรเกือบ 6 ล้านดอลลาร์จากสถานะชอร์ต Ether ในเดือนมิถุนายน หรือกำไรอีกหลายล้านดอลลาร์จากการชอร์ต Bitcoin ในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สถิติที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดต้องพังทลายลงในเวลาเพียง 12 วินาที โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Hyperliquid เผยว่า ระบบได้ทำการบังคับปิดสถานะแบบต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 04.51.03 ถึง 04.51.15 น. ผ่านการบังคับซื้อคืนทั้งหมด 5 ไม้ และด้วยความที่แรงซื้อบังคับมีขนาดใหญ่มาก จึงกลายเป็นตัวเร่งให้ราคา Ether ดีดตัวขึ้นถึง 43 ดอลลาร์ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น จนทำให้ไม้ท้ายๆ ถูกปิดในราคาที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่เหรียญก้อนสุดท้ายจะถูกโอนเข้ากองทุนสำรองของแพลตฟอร์มเนื่องจากไม่มีฝั่งผู้ขายเหลืออยู่ในกระดาน

การเปิดสถานะชอร์ตยาวนานกว่า 1,445 ชั่วโมงเกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin เคลื่อนไหวในกรอบต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้การเดิมพันฝั่งขาลงดูเหมือนจะเป็นฝั่งที่ได้เปรียบมาโดยตลอด แต่ทว่าข่าวการประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐได้พลิกเกมทั้งหมด ส่งผลให้ราคา Ether พุ่งขึ้นแรงกว่า 18% ภายใน 24 ชั่วโมง และ Bitcoin ทะยานแตะระดับ 70,000 ดอลลาร์ ทำให้ยอดเงินในพอร์ตของนักเทรดรายนี้ซึ่งใช้ชื่อว่า Pension Fund บนกระดานเทรด เหลือเงินติดบัญชีอยู่เพียง 35.61 ดอลลาร์เท่านั้น ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการล้างพอร์ตสถานะชอร์ตทั่วโลกที่มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 2.74 พันล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นคลื่นการล้างพอร์ตฝั่งชอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ปี 2021 เลยทีเดียว

ที่มา: Coindesk


มุมมองส่วนตัวคิดว่า เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ตอกย้ำถึงความโหดร้ายของการใช้ Leverage ในตลาดคริปโต แม้จะเป็นนักเทรดระดับมือพระกาฬที่กวาดกำไรมาได้หลายสิบล้านดอลลาร์ แต่การถือสถานะชอร์ตสวนกระแสสภาพคล่องในตลาดโดยไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนที่รัดกุมก็สามารถทำให้เงินในพอร์ตหายไปได้ในชั่วพริบตา ปรากฏการณ์ Short Squeeze รอบนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเมื่อสภาพคล่องระดับมหภาคเริ่มหมุนกลับเข้ามา แรงเหวี่ยงของตลาดจะรุนแรงเกินกว่าที่ใครจะต้านทานไหว