สรุปข่าว
- Lisk อดีตโปรเจกต์ระดมทุนอันดับสองรองจาก ETH ประกาศเตรียมยุติการทำงานของ Lisk Chain ในเดือนตุลาคม 2026 พร้อมเตรียมสลาย DAO และเผาเหรียญ
- ช่วงปลายปี 2023 ทีมงานจะพยายามปรับโครงสร้างจาก Layer-1 มาเป็น Ethereum L2 เพื่อหาทางรอด แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากรายได้ของเชนไม่พอ
- โทเคน LSK จะย้ายไปอยู่บนเครือข่าย Base และ Ethereum โดยเปลี่ยนบทบาทเป็น Loyalty Asset ขณะที่ผู้ฝาก Staking ต้องเร่งบริดจ์เหรียญออกก่อนวันที่ 31 ตุลาคม
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Lisk อดีตโปรเจกต์คริปโทฯ ระดับตำนานที่เคยระดมทุนเป็นรองเพียง Ethereum ประกาศเตรียมปิดตัว Lisk Chain ในเดือนตุลาคม 2026 หลังประสบภาวะขาดทุนเรื้อรังแม้จะเคยพยายามปรับตัว โดยทีมงานตัดสินใจเล็งที่จะยุบ DAO พร้อมกับเผาทำลาย 100 ล้าน LSK ทิ้ง เปลี่ยนทิศทางองค์กรไปพัฒนาซอฟต์แวร์บริหารการเงินแทน
Lisk อดีตโปรเจกต์คริปโทฯ ที่สามารถระดมทุนได้มากที่สุดเป็นลำดับที่สองเป็นรองแค่ Ethereum ใครจะไปเชื่อว่าในอีก 10 ปีถัดมา บล็อกเชนนี้จะถูกลืมและกำลังจะปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ เพื่อไปตั้งต้นในธุรกิจใหม่ ทั้งที่โทเคนประจำเครือข่ายอย่าง LSK เคยมีมูลค่าตลาดสูงเกือบ $4 พันล้าน
อ้างอิงตามรายงานล่าสุด ทีมงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเชนได้เห็นพ้องตรงกันว่า บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำการปิดตัว Lisk Chain ที่ทำผลงานได้ไม่น่าพอใจ พร้อมกับการทยอยทุบ DAO และทำการเผาโทเคน 100 ล้าน LSK ก่อนจะทำการสลายตัวเพื่อหันไปทำแพลตฟอร์มบริหารเงินสำหรับบริษัทแทน
ดวงดาวร่วงหล่น
ย้อนกลับไปในปี 2016 โปรเจกต์ Lisk เคยสามารถระดมทุนมาได้กว่า 14,000 BTC หรือราว $5.7 ล้านซึ่งเป็นตัวเลขการระดมทุนที่เป็นรองเพียง Ethereum เท่านั้น แต่หลังจากนั้นมาตัวบล็อกเชนก็ได้ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องลงทุกวันแต่ก็ยังสามารถประคองไว้ได้อยู่
จนกระทั่งในเดือน ธ.ค. 2023 ทีมงานได้ตัดสินใจละทิ้ง Risk ในฐานะบล็อกเชน Layer-1 และทำการสร้างเชนใหม่ด้วยการเป็น Ethereum Layer 2 แต่การปรับตัวในครั้งนี้กลับไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
ทีมงานของ Lisk ประกาศว่าบล็อกเชน L2 ในปัจจุบันสร้างรายได้ไม่พอ ในขณะที่ต้นทุนดูแลเครือข่ายและแรงจูงใจในระบบนิเวศสูงเกินไป ส่งผลทำให้บล็อกเชนมีกำหนดที่จะปิดตัวอย่างถาวรในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ แม้จะเพิ่งเปลี่ยนแปลงโครงสร้างมาได้ 2 ปี
ขณะเดียวกัน ข้อเสนอสำหรับการยุติและปิดตัวโปรเจกต์ซึ่งถูกเผยแพร่บนฟอรัมการบริหารจัดการ ยังมีแผนที่จะเผาทำลายเหรียญ LSK จำนวน 100 ล้านหน่วยออกจากคลังสำรองของ DAO ส่งผลให้อุปทานรวมทั้งหมด ปรับลดลงจาก 400 ล้าน LSK เหลือเพียง 300 ล้าน LSK คิดเป็นการปรับลดลงถึง 25%
นอกจากนั้น ระบบการฝากเหรียญเพื่อรับผลตอบแทน (Staking) ยังถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือครองสามารถถอนเหรียญออกได้ทุกเมื่อ หลังจากผ่านระยะเวลารอคอยเพียง 3 วัน
ความเร่งด่วนนี้สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน เมื่อพิจารณาจากกราฟราคาของเหรียญ โดย LSK เคยทำราคาสูงสุดไว้ที่ $34.92 เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 แต่ ณ เวลาปัจจุบัน ราคาลงซื้อขายกลับอยู่ใกล้ระดับ $0.09 ซึ่งปรับตัวลดลงมากกว่า 99% จากจุดสูงสุด และเพิ่งจะทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ $0.07 ไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ก่อนหน้าการประกาศ
ส่วนทางด้าน Binance เองก็ได้ส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เหรียญ LSK อาจถูกถอดออกจากกระดานซื้อขายมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ด้วยการใส่เหรียญดังกล่าวไว้ในรายการเฝ้าระวัง ของทางแพลตฟอร์ม
นักลงทุนและนักพัฒนาต้องรับมืออย่างไรต่อหลังปิดบล็อกเชน
สำหรับนักลงทุนผู้ที่ยังคงถือ LSK บน Ethereum หรือบนกระดานเทรดก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากตัวสัญญารวมถึงสัญลักษณ์จะยังคงอยู่เหมือนเดิม
บล็อกเชน Base จะเข้ามารับช่วงต่อแทนในฐานะบ้านหลังใหม่ของโทเคน LSK ควบคู่ไปกับ Ethereum แต่เหรียญจะถูกเปลี่ยนสถานะเป็น “loyalty asset” ซึ่งมีความใกล้เคียงกับการสะสมแต้มสมาชิกเพื่อนำไปรับสิทธิประโยชน์
อย่างไรก็ตาม ใครที่ทำการ Staking เหรียญไว้บน Lisk Chain จำเป็นที่จะต้องทำการบริดจ์ไปยัง Ethereum ก่อนวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 7 วัน และการถอนเหรียญจากการฝากจะต้องใช้เวลารอคอยเพิ่มอีกสามวันหลังจากที่ผลการลงมติผ่านความเห็นชอบแล้ว โดยถ้าไม่ย้ายก่อนปิดเชน จะเข้าถึงเหรียญไม่ได้
ทั้งนี้ โปรเจกต์ที่สร้างบน Lisk Chain สามารถเลือกย้ายไป Celo ได้โดยไม่มีการบังคับ ซึ่งทางทีมงาน Lisk ได้จัดเตรียมเส้นทางการย้ายระบบไปยัง Celo ร่วมกับทีม Celo Core Co. เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถถูกส่งต่อได้โดยไม่สูญหายระหว่างการเปลี่ยนผ่าน
Celo เองก็เชี่ยวชาญเส้นทางนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากเคยผ่านการย้ายตัวเองจากการเป็นบล็อกเชน Layer-1 อิสระไปสู่การเป็น Ethereum Layer-2 ได้สำเร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2025 ที่ผ่านมา
ปัจจุบัน เครือข่าย Lisk Chain จะยังคงได้รับการสนับสนุนและเปิดใช้งานต่อไปจนกว่าจะถึงกำหนดวันปิดตัว โดยจุดสำคัญถัดไปคือการลงมติของ DAO ที่หากผลการลงมติผ่านความเห็นชอบ เหรียญ LSK จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นโทเคนชี้วัดมูลค่าของบล็อกเชนอีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนไปชี้วัดมูลค่าของธุรกิจซอฟต์แวร์แทน
ที่มา : Beincrypto
มุมมองผู้เขียน : กรณีของ Lisk คือภาพสะท้อนอันตลกร้ายของอุตสาหกรรมบล็อกเชน ที่ตอกย้ำว่าต่อให้เคยระดมทุนได้มหาศาลหรือพยายามปรับตัวตามเทรนด์ แต่หากไร้ซึ่งผู้ใช้งานจริงและไม่สามารถสร้างรายได้มาจุนเจือระบบนิเวศได้ก็ต้องประสบชะตากรรมเดียวกันกับโปรเจกต์อื่นๆ ที่ไปไม่รอด

