bitkub-banner

เวียดนามเดินเกมรุกเปิดประตูเดิมพันตลาด Tokenization 14 ล้านล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เวียดนามผลักดันกรอบทดลองสินทรัพย์ดิจิทัล ครอบคลุมRWA ที่จำกัดการเสนอขายเพื่อเชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับเศรษฐกิจจริงและรับเทรนด์ตลาดโลก
  • พวกเขายังชงกฎเข้มกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำศูนย์ซื้อขายสูงถึง $383 ล้านพร้อมเตรียมลงโทษปรับเงินนักลงทุนที่ใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • การดึงคริปโทฯ เข้ามาอยู่ภายใต้ระบบจะช่วยรักษาสภาพคล่องไว้ในประเทศ ป้องกันเงินทุนไหลออก และสร้างสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสคุ้มครองนักลงทุนได้ในระยะยาว

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

เวียดนามเร่งวางกรอบการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยการเปิดตัวโครงการนำร่องสำหรับ RWA เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติในและเปิดทางให้ภาคธุรกิจในประเทศเข้าถึงแหล่งทุนระดับโลก ซึ่งผลักดันโดยมติรัฐบาลควบคู่ไปกับการตั้งเกณฑ์ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายคริปโทฯ ที่เข้มงวดเพื่อดึงสภาพคล่องและรายได้กลับเข้าสู่ระบบการเงินภายในประเทศอย่างปลอดภัยและโปร่งใส

ประเทศเวียดนามหนึ่งในชาติสมาชิกอาเซียน นอกจากจะเป็นดาวรุ่งด้านอุตสาหกรรมที่หลายชาติจับตามองแล้ว พวกเขายังมีแผนที่จะพลิกโฉมประเทศด้วยการตั้งกฎการกำกับดูและสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนทันสมัย เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติเพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบันเวียดนามกำลังเปิดช่องทางใหม่ในการระดมทุนพร้อมทั้งยกระดับการคุ้มครองนักลงทุน ผ่านการเปิดตัวโครงการนำร่องสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งถือเป็นการปรับตัวตามทิศทางระดับโลกในยุคที่นานาชาติต่างเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสินทรัพย์ประเภทดังกล่าว

ภายใต้มติรัฐบาลที่ประกาศใช้เมื่อเดือนกันยายน 2025 เวียดนามได้วางรากฐานสำคัญสำหรับกรอบการทดลองสินทรัพย์ดิจิทัลระดับชาติ โดยกฎระเบียบดังกล่าวกำหนดให้สินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกในประเทศจะต้องมีสินทรัพย์ในโลกจริงค้ำประกันเท่านั้น ยกเว้นหลักทรัพย์และสกุลเงินเงินตราทั่วไป และในเฟสแรกจะจำกัดข้อเสนอขายไว้เฉพาะแก่นักลงทุนต่างชาติเท่านั้น

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นตามหลังจากการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการห้ามประชาชนเทรดคริปโทเคอร์เรนซีบนแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลโต้แย้งว่า การจำกัดไม่ให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศจะช่วยดึงกิจกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ และรักษาสภาพคล่องรวมถึงค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมให้อยู่ภายในประเทศ

ขณะเดียวกันรายงานท้องถิ่นที่อ้างอิงความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า มาตรการที่ออกมาจะช่วยให้ภาคธุรกิจในประเทศสามารถแปลงสินทรัพย์ที่มีจับต้องได้ให้อยู่ในรูปแบบโทเคน ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากนักลงทุนทั่วโลกได้ 

ด้าน Tran Quy ผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งเวียดนาม กล่าวว่าโมเดลนี้เป็นการเชื่อมเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับเศรษฐกิจที่แท้จริง พร้อมทั้งช่วยลดปัญหาการเก็งกำไรในโทเคนแบบไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง ผ่านการสร้างมาตรฐานประเมินมูลค่าสินทรัพย์และการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจน

กุญแจสู่ความมั่งคั่ง

อ้างอิงข้อมูลจากการประเมินของ Boston Consulting Group เผยว่า มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรม Tokenized RWAs ทั่วโลกอาจมีมูลค่าทะลุ 14 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 นั่นจึงทำให้แผนงานในปัจจุบันอาจส่งผลทำให้เวียดนามพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดระดับโลกที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

Nguyen Thi Ngoc Quynh ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเวียดนามจาก Republic และสมาชิกพันธมิตร GOE ชี้ว่า กลยุทธ์ที่ระมัดระวังของเวียดนามเป็นภาพสะท้อนของการคุมเข้มกฎระเบียบในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลหลักๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม เธอเน้นย้ำว่าความชัดเจนทางกฎหมาย และการศึกษาวิจัยความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการนำระบบนี้ไปใช้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เวียดนามเดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย

สำหรับการข้อกำหนดเกี่ยวกับการใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ด้าน To Tran Hoa รองหัวหน้าคณะกรรมการตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้มี 5 บริษัทที่ผ่านการประเมินเบื้องต้นในการจัดตั้งศูนย์ซื้อขายแล้ว ทว่าการจะได้รับอนุมัติในขั้นตอนสุดท้าย ผู้ขออนุญาตจะต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระบบสารสนเทศระดับ 4 และมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำประมาณ 383 ล้านดอลลาร์ (ราว 10 ล้านล้านดอง)

นอกเหนือจากเรื่องข้างต้น เวียดนามยังได้ยกระดับการกำกับดูแลความถูกต้องทางกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม รัฐบาลได้กำหนดบทลงโทษทางกฎหมายสำหรับผู้ละเมิดกฎระเบียบในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งรวมถึงการปรับเงินตั้งแต่น้อยกว่า 1,150 ดอลลาร์ ถึงประมาณ 1,918 ดอลลาร์ สำหรับนักลงทุนในประเทศที่เข้าไปซื้อขายบนแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับใบอนุญาต และจะมีผลในวันที่ 1 กันยายน 

ทั้งนี้ Tran Quy ได้ชี้แจงเพื่อคลายความกังวลว่า นักลงทุนในประเทศจะยังไม่ถูกปรับเงินทันที เนื่องจากตามมติแล้ว ข้อบังคับที่กำหนดให้ต้องซื้อขายผ่านนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการหลังจากกระทรวงการคลังออกใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายฉบับแรกไปแล้ว 6 เดือน

เหล่านักวิเคราะห์ต่างมองว่าการกำกับดูแลที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นขั้นตอนสำคัญสู่ความเติบโตอย่างเต็มที่ของตลาดในประเทศ โดย Nguyen The Minh ผู้อำนวยการฝ่ายวาณิชธนกิจของบริษัทหลักทรัพย์ An Binh ระบุว่า ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจะช่วยให้นักลงทุนชาวเวียดนามมีสภาพแวดล้อมการซื้อขายที่โปร่งใส และปลอดภัย พร้อมทั้งช่วยขจัดแพลตฟอร์มหลอกลวงให้หมดไปจากตลาด

ที่มา: Bitcoin.com


มุมมองผู้เขียน : แม้จะอยู่ในช่วงตั้งไข่แต่เวียดนามเองก็เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงหากไทยไม่รีบเร่งขยับตามให้ทันเพื่อนบ้านเราอาจสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญไปอย่างน่าเสียดายก็เป็นได้