bitkub-banner

Bitcoin เตรียมรับแรงกระแทกตลาดพันธบัตรโลก ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นพุ่งสูงสุดในรอบ 30 ปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวทั่วโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 โดยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของญี่ปุ่นทะยานแตะ 3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 1996 ขณะที่พันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีก็พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.78%
  • Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศขยายวงเงินซื้อคืนพันธบัตรสูงสุดเป็น 4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Arthur Hayes มองว่าอาจนำไปสู่การอัดฉีดสภาพคล่องดอลลาร์ซึ่งจะเป็นผลดีต่อ Bitcoin
  • ราคา Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวออกข้างบริเวณ 78,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ตึงเครียดจากดัชนี S&P 500 ที่ร่วงลงและความขัดแย้งทางทหารในอิหร่านที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากราคา Bitcoin ยังคงแกว่งตัวออกข้างและพยายามรักษาระดับฐานราคาไว้ได้เป็นอย่างดี แม้จะเผชิญกับปัจจัยกดดันอย่างหนักจากทั้งตลาดพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักจนดันให้อัตราผลตอบแทนระยะยาวพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน หลังจากผลตอบแทนรุ่นอายุ 10 ปีทะยานขึ้นแตะ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1996 ส่วนรุ่นอายุ 30 ปีก็พุ่งทำสถิติใหม่ที่ 4.18% ในขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีก็วิ่งทะลุ 4.78% ไปแล้วเช่นกัน

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความท้าทายอย่างยิ่งให้กับผู้กำหนดนโยบาย ทั้งฝั่ง Tokyo ที่ไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้โดยไม่สร้างผลขาดทุนมหาศาลให้กับกระทรวงการคลัง และไม่สามารถดึงเงินทุนกลับประเทศได้หากไม่เทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งจะกระทบต่อการระดมทุนของฝั่ง Washington โดยตรง

ประเด็นนี้เริ่มกลับมาเป็นที่สนใจมากขึ้นหลังจาก Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มเพดานการซื้อคืนพันธบัตรสูงสุดเป็น 4 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป ซึ่งคนในวงการคริปโตอย่าง Arthur Hayes ได้วิเคราะห์มาตลอดว่าท้ายที่สุดแล้ว FED อาจจะต้องนำกลไก FIMA มาใช้เพื่อให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นสามารถนำพันธบัตรสหรัฐฯ มาค้ำประกันเพื่อกู้ยืมเงินดอลลาร์ไปแทรกแซงค่าเงินเยนได้โดยไม่ต้องเทขายพันธบัตรออกมาจริง ซึ่งกลไกนี้จะถือเป็นการสร้างสภาพคล่องใหม่เข้าสู่ระบบ และจะเป็นแรงผลักดันชั้นดีให้กับสินทรัพย์ที่ป้องกันการเสื่อมค่าของเงินตราอย่าง Bitcoin และทองคำ

ในส่วนของการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin นั้น ดูเหมือนว่าเหรียญจะยังคงทรงตัวและแกว่งตัวออกข้างอยู่แถวระดับ 78,000 ดอลลาร์ หลังจากพยายามขึ้นไปทดสอบแนว 79,000 ดอลลาร์ในช่วงเช้าแต่ไม่ผ่าน โดยตลาดยังคงเผชิญกับกลุ่มแนวต้านที่หนาแน่นไปจนถึงระดับ 86,000 ดอลลาร์ ซึ่งคอยสกัดกั้นไม่ให้ราคาพุ่งขึ้นไปได้ไกลแม้จะมีข่าวดีเรื่องสภาพคล่องมารออยู่ก็ตาม

นอกจากนี้ บรรยากาศการลงทุนในภาพรวมยังถูกกดดันอย่างหนักจากความตึงเครียดในอิหร่านที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ประกอบกับการให้ความเห็นของ Donald Trump ที่ทำให้ตลาดกังวลเรื่องสงครามส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 2% และกดดันให้ดัชนีตลาดหุ้น S&P 500 ร่วงลงไปเคลื่อนไหวแถว 7,660 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม

ที่มา: cointelegraph


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การที่ Bitcoin สามารถยืนรักษาระดับ 78,000 ดอลลาร์ไว้ได้ท่ามกลางพายุความเสี่ยงทั้งจากพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงปรี๊ดและสงครามที่กำลังคุกรุ่น ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของโครงสร้างราคาในรอบนี้ได้อย่างชัดเจน การขยายวงเงินซื้อคืนพันธบัตรของสหรัฐฯ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักลงทุนหันมาเก็งกำไรในธีมการเสื่อมค่าของเงินตราอีกครั้ง ซึ่งถ้าหากตลาดสามารถรับมือกับแรงกระแทกในระยะสั้นนี้ได้ แนวต้านสำคัญที่ 82,000 ดอลลาร์ก็มีโอกาสถูกทดสอบในอนาคตอันใกล้