สรุปข่าว
- Revolut ประกาศเปิดตัว EURR เหรียญ stablecoin อิงมูลค่ากับเงินยูโร นำร่องให้ลูกค้าในเดนมาร์ก โปแลนด์ และโปรตุเกสทดลองใช้ก่อน แล้วค่อยขยายครอบคลุมทั้งเขตเศรษฐกิจยุโรปภายในปลายปีนี้
- เหรียญนี้จะออกและดูแลโดย Bridge บริษัทในเครือ Stripe ทำหน้าที่ถือครองสินทรัพย์หนุนหลังทั้งหมด และเชื่อมเข้ากับแอป Revolut โดยตรง เพื่อให้สลับเงินยูโรกับคริปโทฯ ได้สะดวกขึ้น
- ตลาด stablecoin โดยรวมเริ่มชะลอตัว หลังเติบโตร้อนแรงมาหลายปี ขณะที่ USDT กับ USDC ยังครองส่วนแบ่งกว่า 85% ของตลาดทั้งหมด ทำให้ EURR ต้องเจอโจทย์หนักในการแย่งพื้นที่ส่วนแบ่ง
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้เป็นเรื่องของการขยายผลิตภัณฑ์ทางธุรกิจของ Revolut มากกว่าจะเป็นปัจจัยที่กระทบราคาคริปโทฯ ในตลาดกว้าง เพราะ EURR ยังอยู่ในขั้นทดลองกับลูกค้ากลุ่มเล็กในสามประเทศเท่านั้น แต่ในเชิงภาพรวม การที่บริษัทฟินเทครายใหญ่ยังคงเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจ stablecoin ต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาต่ออุตสาหกรรมในภาพรวม
Revolut Ltd บริษัทฟินเทคยักษ์ใหญ่จากสหราชอาณาจักร ได้เดินหน้าเข้าร่วมกระแสความร้อนแรง ตามรอยธนาคารและบริษัทชำระเงินชั้นนำระดับโลก ด้วยการประกาศเปิดตัวเหรียญ Stablecoin ของตัวเอง
โดยมองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในระบบการเงินอนาคต ตั้งแต่การโอนเงินระหว่างประเทศ ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางธุรกิจ
Revolut ได้ออกแถลงการณ์ว่า เหรียญ Stablecoin ดังกล่าวใช้ชื่อว่า “EURR” โดยมีมูลค่าอิงกับเงินยูโร และจะเปิดให้ลูกค้าที่ผ่านเกณฑ์ใน เดนมาร์ก โปแลนด์ และโปรตุเกส ได้ทดลองใช้งานเป็นกลุ่มแรก พร้อมระบุว่า EURR เป็นเพียง “ก้าวแรก” ของกลยุทธ์ด้าน Stablecoin ซึ่งในอนาคต มีแผนการที่จะขยายไปสู่การเปิดตัวเหรียญที่อิงกับสกุลเงินอื่นๆ เพิ่มเติม
Revolut คาดว่า จะทยอยขยายการให้บริการเหรียญ EURR ให้ครอบคลุมลูกค้าในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ทั้งหมดภายในปลายปีนี้ โดยตัวเหรียญจะถูกเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชัน Revolut โดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้งาน สามารถสลับสับเปลี่ยนระหว่างเงินยูโรกับคริปโทฯ บนบล็อกเชนได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็ว
ซึ่ง Iman Olya หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ Stablecoin ของ Revolut กล่าวว่า “ในอดีต Revolut เคยประสบความสำเร็จในการขจัดอุปสรรคเรื่องค่าธรรมเนียมแอบแฝง และความซับซ้อนของการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมาแล้ว ในวันนี้ บริษัทกำลังนำแนวทางและความเชี่ยวชาญเดียวกันนั้น มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับการใช้งานในโลกคริปโทฯ“
ทั้งนี้ Revolut ถือเป็นผู้เล่นรายล่าสุด ที่ก้าวเข้าสู่ตลาด Stablecoin ที่กำลังคึกคักอย่างมาก โดยในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทชั้นนำอย่าง Visa, Klarna รวมถึงธนาคารระดับโลกหลายแห่ง ต่างทยอยเปิดตัวโครงการ Stablecoin ของตัวเอง เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทนี้ เริ่มถูกมองเป็นช่องทางโอนเงินและชำระเงินที่รวดเร็วและคุ้มค่าสำหรับระบบการเงินกระแสหลัก มากกว่าจะจำกัดอยู่แค่การเทรดคริปโทฯ เหมือนในอดีต
สภาพตลาดในปัจจุบัน และผู้บริหารจัดการสินทรัพย์สำรอง
อย่างไรก็ตาม แม้เวลาจะผ่านไปกว่าหนึ่งปี หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ผลักดันกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin จนช่วยปลดล็อกการเติบโตครั้งใหญ่ให้กับสินทรัพย์ประเภทนี้ แต่ในปัจจุบัน ตลาดกลับเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
โดยข้อมูลจาก DefiLlama ชี้ว่า มูลค่าตามราคาตลาดรวมของ Stablecoin เริ่มนิ่งและทรงตัวในปี 2026 หลังจากที่เคยเติบโตอย่างก้าวกระโดดติดต่อกันมาหลายปี สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงจาก Visa ที่พบว่า ปริมาณการทำธุรกรรมเริ่มลดความร้อนแรงลงในปีนี้ หลังจากที่เคยพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่กลางปี 2023 เป็นต้นมา
ปัจจุบัน ตลาดยังคงถูกครอบครองโดยสองยักษ์ใหญ่อย่าง USDT ของ Tether และ USDC ของ Circle ซึ่งแม้ว่าจะผ่านมากว่า 3 ปีนับตั้งแต่ PayPal เปิดตัวเหรียญของตัวเอง แต่ทั้ง USDT และ USDC ยังคงครองส่วนแบ่งรวมกันมากกว่า 85% ของตลาด Stablecoin ทั้งหมด ในขณะที่เหรียญที่อิงกับสกุลเงินยูโรยังคงมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในตลาดโลก
ทั้งนี้ เหรียญ EURR จะถูกออกและบริหารจัดการโดย Bridge ซึ่งเป็นบริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin ในเครือของ Stripe โดย Bridge จะรับหน้าที่เป็นผู้ถือครองและดูแลสินทรัพย์อ้างอิงทั้งหมด เพื่อใช้ค้ำประกันมูลค่าของเหรียญ
ที่มา : yahoo finance
มุมมองผู้เขียน : โจทย์ใหญ่ที่แท้จริงคือ การแย่งส่วนแบ่งจากยักษ์ใหญ่อย่าง USDT และ USDC ที่ครองตลาดเกือบเบ็ดเสร็จ ยิ่งในภาวะที่ภาพรวมของตลาด Stablecoin เริ่มชะลอตัวลง การผลักดัน EURR ให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในกลุ่มเหรียญอิงค่าเงินยูโรจึงอาจต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอีกพอสมควร

