สรุปข่าว
- Glassnode มอง Bitcoin ยังติดแนวต้าน 83,000 ถึง 86,000 ดอลลาร์ เพราะมีแรงขายจากนักลงทุนระยะยาวรออยู่จำนวนมาก ทำให้ราคามีโอกาสแกว่งตัวในกรอบต่อไป
- แนวรับสำคัญอยู่ที่ 62,000 ถึง 65,000 ดอลลาร์ ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้นอยู่แถว 71,000 ดอลลาร์ ทำให้แรงขายทำกำไรอาจเพิ่มขึ้นเมื่อราคาขยับสูงขึ้น
- ETF ยังมีเงินไหลเข้า แต่โมเมนตัมตลาดยังไม่แข็งแรงพอ โดยเงินไหลเข้าเฉลี่ย 7 วันอยู่ที่ 290 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่ตลาด Options มี Open Interest ราว 14,000 ล้านดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Glassnode มองว่า การฟื้นตัวของ Bitcoin รอบล่าสุดกำลังติดกำแพงสำคัญที่ 83,000 ถึง 86,000 ดอลลาร์ หลังมีแรงขายจากนักลงทุนระยะยาวจำนวนมาก ขณะที่ปัจจัยมหภาคยังสร้างแรงกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่พุ่งแตะ 4.8% แม้ Bitcoin Spot ETF ยังมีเงินไหลเข้าเฉลี่ย 290 ล้านดอลลาร์ต่อวัน แต่แรงซื้อยังไม่ร้อนแรงพอที่จะผลักราคาให้ผ่านแนวต้านได้ โดย Glassnode มองว่าแนวรับสำคัญอยู่ที่ 62,000 ถึง 65,000 ดอลลาร์ และ Bitcoin อาจแกว่งตัวในกรอบนี้ไปอีกระยะ
Glassnode บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล On-chain มองว่า การฟื้นตัวรอบล่าสุดของ Bitcoin (BTC) กำลังติดแนวต้านสำคัญที่ 83,000 ถึง 86,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่มีแรงขายจากนักลงทุนระยะยาวจำนวนมาก ทำให้ราคามีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ ไปอีกระยะ แม้เม็ดเงินยังไหลเข้าสู่ Bitcoin Spot ETF อย่างต่อเนื่อง
รายงานประจำสัปดาห์ของ Glassnode ระบุว่า แรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาคยังเป็นปัจจัยสำคัญ หลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งแตะ 4.8% และลบผลบวกจากความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นหลังมาตรการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ภายในเวลาเพียง 8 วันทำการ
หลัง Bitcoin ทะลุ 80,000 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ราคากลับถูกแรงขายกดลงแตะประมาณ 76,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดการบังคับชำระบัญชีสถานะ Long อย่างต่อเนื่อง
ทำไม 83,000-86,000 ดอลลาร์ถึงเป็นกำแพงสำคัญ ?
Glassnode ชี้ว่า ปริมาณ Bitcoin ที่อยู่ในสถานะกำไร หรือ Unrealized Profit เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยช่วงเดือนพฤษภาคมที่ราคาอยู่บริเวณ 78,000 ดอลลาร์ มี Supply ราว 65% ที่มีกำไร แต่เมื่อราคากลับมาระดับเดียวกันช่วงปลายเดือนสิงหาคม ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 68%
ส่วนหนึ่งมาจากการสะสม Bitcoin ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้น หรือ Short-term Holders อยู่ที่ประมาณ 71,000 ดอลลาร์
ดังนั้น เมื่อราคาขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดเดิม นักลงทุนที่ถือเหรียญอยู่ในกำไรก็มีแรงจูงใจขายทำกำไรมากขึ้น ส่งผลให้แรงขายบริเวณ 83,000 ถึง 86,000 ดอลลาร์ รุนแรงขึ้นตามไปด้วย
ในทางกลับกัน Glassnode พบฐานแนวรับของราคา Bitcoin ที่ 62,000-65,000 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดอาจติดอยู่ในกรอบระหว่างสองโซนนี้ หากยังไม่มีแรงซื้อใหม่เข้ามาดันราคาให้ทะลุแนวต้าน
ETF ยังมีเงินไหลเข้า แต่แรงซื้อยังไม่ร้อนแรง
แม้ Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ จะมีเงินไหลเข้าเฉลี่ย 7 วันสูงถึงประมาณ 290 ล้านดอลลาร์ต่อวัน แต่ปริมาณการซื้อขาย ETF อยู่เพียงราว 3,000 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าช่วงตลาดขาขึ้นในอดีต
Glassnode มองว่า เงินที่ไหลเข้ามาจากปัจจัยเฉพาะ เช่น การซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจเริ่มชะลอลงเมื่อปัจจัยดังกล่าวหมดแรงกระตุ้น โดยเฉพาะเมื่อยังไม่มีแรงส่งจากตลาดโดยรวมเข้ามาสนับสนุน
ขณะเดียวกัน ตลาด Options เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะเป็นกลาง โดย Open Interest ของสัญญาที่จะหมดอายุวันที่ 25 กันยายน บน Deribit และ Options ของ BlackRock IBIT รวมกันอยู่ที่ประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์ และมีสถานะจำนวนมากกระจุกตัวเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดสำคัญต่อทิศทางราคาในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
Glassnode จึงยังมองว่า 83,000 ถึง 86,000 ดอลลาร์คือ แนวต้านสำคัญ ขณะที่ 62,000 ถึง 65,000 ดอลลาร์เป็นแนวรับหลัก และจนกว่ากำแพงด้านบนจะถูกทำลาย Bitcoin มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบต่อไป
ในขณะที่รานงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 77,287 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.58% ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:coinpost
มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่ชัดเจนคือ Bitcoin กำลังขาดแรงส่งที่จะพาราคาผ่านโซนแนวต้านบริเวณ 83,000 ถึง 86,000 ดอลลาร์ หากราคาผ่านไปได้ ภาพตลาดจะเริ่มเปลี่ยนทันที แต่หากยังไม่ผ่าน นักลงทุนอาจต้องเตรียมรับมือกับช่วงพักฐานและแกว่งตัวที่ยืดเยื้อออกไปอีกระยะ

