bitkub-banner

เงินเยนแข็งค่ากดดันดัชนีดอลลาร์ หนุน Bitcoin และทองคำพุ่งระยะสั้น

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สกุลเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งผลให้คู่เงิน USDJPY ปรับตัวลดลง 1.4% มาอยู่ที่ 156.40 ซึ่งสร้างแรงกดดันให้ดัชนีดอลลาร์หรือ DXY อ่อนค่าลงไปทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ระดับ 99.22
  • การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ในปัจจุบันได้กลายเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ช่วยหนุนให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงที่ตีราคาเป็นเงินดอลลาร์อย่าง Bitcoin รวมถึงสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้สวนทางกับความเชื่อแบบดั้งเดิม
  • นักลงทุนยังคงต้องจับตาความเร็วในการแข็งค่าของเงินเยนอย่างใกล้ชิดเนื่องจากการแข็งค่าอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดการเทขายสินทรัพย์ทั่วโลกจากการปิดสถานะการกู้ยืมเพื่อเก็งกำไรคล้ายกับเหตุการณ์ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยตลาดยังคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 1.25% ในการประชุมวันที่ 18 กันยายนนี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากแม้เงินเยนที่แข็งค่าจะช่วยกดดันดอลลาร์และเป็นผลดีต่อ Bitcoin ในช่วงนี้ แต่หากการแข็งค่าเกิดขึ้นเร็วเกินไปก็อาจนำไปสู่การเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกจากผลกระทบของการทำ Yen Carry Trade ได้

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจกำลังเกิดขึ้นในตลาดการเงินโลก เมื่อสกุลเงินเยนของญี่ปุ่นกำลังแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทั่วโลก แต่กลับกลายเป็นว่าสินทรัพย์อย่าง Bitcoin และทองคำก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งขัดแย้งกับมุมมองดั้งเดิมที่มักจะมองว่าการแข็งค่าของเงินเยนเป็นสัญญาณของการลดความเสี่ยงจากตลาดการเงิน โดยสาเหตุหลักของเรื่องนี้ดูเหมือนจะมีรากฐานมาจากผลกระทบของเงินเยนที่มีต่อดัชนีดอลลาร์

คู่สกุลเงินดอลลาร์เทียบเยนหรือ USDJPY ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่สกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลก ได้ปรับตัวลดลง 1.4% มาอยู่ที่ระดับ 156.40 หลังจากที่เพิ่งลดลงไป 0.9% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่รุนแรงมากสำหรับสกุลเงินหลักอย่างเงินเยน การแข็งค่านี้ได้ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเป็นวงกว้าง โดยจะเห็นได้จากคู่เงินหลักอื่นๆ เช่น EURUSD และ GBPUSD ตลอดจน AUDUSD ที่ต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นในวันเดียวกัน

ผลกระทบโดยรวมทำให้ดัชนี DXY ซึ่งใช้วัดมูลค่าของดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ปรับตัวลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 99.22 ซึ่งเป็นการลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน โดยเส้นนี้เป็นระดับที่นักเทรดทั่วโลกใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินแนวโน้มระยะยาว หากดัชนีหลุดระดับนี้ลงไป อาจทำให้เกิดแรงเทขายดอลลาร์อย่างรุนแรงตามมา ซึ่งโดยปกติแล้วการอ่อนค่าของดอลลาร์จะส่งผลดีต่อสินทรัพย์ที่ตีราคาเป็นดอลลาร์อย่าง Bitcoin และยังช่วยผ่อนคลายสภาวะทางการเงินทั่วโลก ทำให้เกิดความกล้าลงทุนทั้งในตลาดการเงินและระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงต้องเฝ้าระวังการแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินเยน เพราะถึงแม้ในขณะนี้จะช่วยหนุนราคา Bitcoin และทองคำ แต่พลวัตดังกล่าวอาจพลิกกลับได้อย่างรวดเร็วหากเงินเยนแข็งค่ารุนแรงเกินไป เนื่องจากตลอดทศวรรษที่ผ่านมา นักลงทุนได้กู้ยืมเงินเยนดอกเบี้ยต่ำเพื่อไปเก็งกำไรในตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งหากเงินเยนแข็งค่าจนควบคุมไม่ได้ นักลงทุนต่างชาติอาจเทขายหุ้นญี่ปุ่น และนักลงทุนญี่ปุ่นก็อาจเทขายสินทรัพย์ในต่างประเทศเพื่อนำเงินกลับ ซึ่งทั้งสองกรณีจะนำไปสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างรุนแรง

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า สถานการณ์ความผันผวนของเงินเยนยังคงเป็นระเบิดเวลาที่ตลาดต้องจับตาอย่างใกล้ชิด บทเรียนจากการปิดสถานะ Yen Carry Trade เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ซึ่งกดดันให้ราคา Bitcoin ร่วงลงถึง 20% ภายในไม่กี่วันยังคงเป็นภาพที่นักลงทุนจดจำ การที่ตลาดเริ่มให้น้ำหนักว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 1% เป็น 1.25% ในการประชุมวันที่ 18 กันยายนนี้ จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นไปอีก นักลงทุนคริปโตจึงไม่ควรประมาทและควรวางแผนรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคที่อาจเข้ามากระทบตลาดได้ทุกเมื่อ