bitkub-banner

Michael Saylor เผย คนรวยชอบซื้อ Bitcoin เปรียบกลยุทธ์สะสม Bitcoin เหมือนการเล่นกอล์ฟ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ได้เผยแพร่วิดีโอเปรียบเทียบการลงทุนใน Bitcoin กับการเล่นกีฬากอล์ฟที่ต้องอาศัยวินัยและความสุขุมในการวางแผนระยะยาว พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยการระบุว่าคนรวยชอบซื้อ Bitcoin และการซื้อ Bitcoin จะทำให้คุณร่ำรวย
  • รายงานประจำเดือนกันยายนระบุว่าบริษัท Strategy มีเงินทุนสำรองรวมสูงถึง 66,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นอันดับสองในกลุ่มบริษัทการเงินของดัชนี S&P 500 เป็นรองเพียงยักษ์ใหญ่อย่าง Berkshire Hathaway เท่านั้น
  • ทางด้านซีอีโอ Phong Le ได้ออกมาชี้แจงกรณีการขายเหรียญไปช่วงฤดูร้อนแล้วกลับมาซื้อใหม่ในราคาที่แพงกว่าเดิม โดยยืนยันว่าการตัดสินใจของบริษัทขึ้นอยู่กับต้นทุนของเงินทุนไม่ใช่ระดับราคาของเหรียญ พร้อมระบุว่าจะเดินหน้าซื้อต่อไปแม้ราคาจะพุ่งแตะ 100,000 ดอลลาร์ก็ตาม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

เนื่องจากความมุ่งมั่นในการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของ Strategy และสถานะเงินสดสำรองที่แข็งแกร่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างมากให้กับนักลงทุนสถาบันและตลาดในภาพรวม

Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของ Strategy ได้สร้างความฮือฮาในแวดวงการเงินอีกครั้ง ด้วยการเปรียบเทียบกลยุทธ์การสะสม Bitcoin เข้ากับกีฬากอล์ฟ ผ่านคลิปวิดีโอความยาว 25 วินาทีที่เขาแต่งกายด้วยชุดสูทธุรกิจและโชว์การพัตต์ลูกกอล์ฟลงหลุมอย่างแม่นยำ โดยสาระสำคัญที่เขาต้องการสื่อสารคือการลงทุนใน Bitcoin จำเป็นต้องอาศัยวินัยและความนิ่งสงบเช่นเดียวกับการเล่นเกมยาวบนสนามหญ้า พร้อมทั้งกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าคนรวยมักจะชอบซื้อ Bitcoin และการซื้อสินทรัพย์นี้จะช่วยสร้างความมั่งคั่งอย่างแท้จริง

ความเชื่อมั่นดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากรายงานประจำเดือนกันยายน ซึ่งเปิดเผยว่า Strategy มีเงินทุนสำรองรวม หรือ Total Reserve Capital สูงถึง 66,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นมารั้งอันดับที่สองในกลุ่มบริษัททางการเงินของดัชนี S&P 500 โดยเป็นรองเพียงแค่ Berkshire Hathaway ที่มีเงินทุนสำรอง 364,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ในขณะที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมอย่าง JPMorgan Chase และ Citigroup กลับมีตัวเลขติดลบอย่างหนักเนื่องจากการรวมยอดเงินฝากของลูกค้าเข้ามาคำนวณด้วย

ประเด็นที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดคือการที่ Strategy ตัดสินใจขาย Bitcoin ออกไปราว 7,000 BTC ที่ระดับราคา 60,000 ถึง 65,000 ดอลลาร์ในช่วงฤดูร้อน เพื่อนำสภาพคล่องไปบริหารจัดการภาระของหุ้นบุริมสิทธิ ก่อนจะกลับมาทุ่มเงินซื้อเหรียญคืนจำนวน 4,603 BTC ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ราคาเฉลี่ย 80,318 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 370 ล้านดอลลาร์

ในประเด็นนี้ Phong Le ซึ่งดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Strategy ได้ออกมาชี้แจงผ่านการสัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า บริษัทตัดสินใจเข้าซื้อโดยพิจารณาจากต้นทุนของเงินทุนเป็นหลัก ไม่ใช่ระดับราคาของ Bitcoin ในตลาด โดยการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาทำให้บริษัทสามารถระดมทุนจากตลาดหุ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำมากถึง 602.8 ล้านดอลลาร์เพื่อนำมาซื้อเหรียญเพิ่ม และบริษัทพร้อมที่จะเดินหน้าซื้อเหรียญต่อไปแม้ราคาจะพุ่งขึ้นไปถึง 100,000 ดอลลาร์ ตราบใดที่สภาวะการระดมทุนยังคงเอื้ออำนวย ปัจจุบันบริษัทถือครอง Bitcoin อยู่มากถึง 845,050 BTC ซึ่งมีมูลค่ารวมราว 65,200 ล้านดอลลาร์ ควบคู่ไปกับเงินสดในมืออีก 6,700 ล้านดอลลาร์

ที่มา: X


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า กลยุทธ์การบริหารจัดการทุนของ Strategy แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาขีดความสามารถจากการเป็นเพียงบริษัทที่ถือครองเหรียญ มาสู่การเป็นองค์กรบริหารเงินทุนแบบสองทางที่มีความยืดหยุ่นสูง แม้ว่านักวิเคราะห์อิสระจะตั้งข้อสังเกตว่าการคำนวณเงินสำรองยังไม่ได้หักภาระผูกพันของหุ้นบุริมสิทธิมูลค่า 14,800 ล้านดอลลาร์ออกไป แต่การมีเงินสดสำรองก้อนใหญ่และความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Strategy ยังคงเป็นผู้เล่นระดับสถาบันที่มีอิทธิพลสูงมากในการรองรับแรงขายและช่วยผลักดันให้ตลาด Bitcoin มีเสถียรภาพในระยะยาว