bitkub-banner

River Inc เผยเป้าราคา Bitcoin ผ่านแบบจำลองเงินทุนไหลเข้า ชี้ราคาจะพุ่งแตะ $840,000 ได้ภายใน 5 ปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • River Inc. บริษัทบริการทางการเงินด้าน Bitcoin จากสหรัฐฯ เผยแบบจำลองประเมินการไหลเข้าของเงินทุน คาดราคา BTC มีโอกาสแตะ $250,000 ถึง $840,000 ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
  • ปัจจุบันสัดส่วน Bitcoin ในพอร์ตของที่ปรึกษาการลงทุนทั่วโลก ยังไม่ถึง 0.008% ของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารทั้งหมด สะท้อนช่องว่างมหาศาลที่เงินทุนยังไหลเข้าเพิ่มได้อีก
  • โมเดลใช้ตัวคูณเงินทุนที่ 3 เท่า คำนวณจากเม็ดเงินใหม่ที่คาดว่า จะไหลเข้า 1.3 ถึง 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish

ตัวเลขคาดการณ์ระดับแสนดอลลาร์จากสถาบันที่มีชื่อเสียงด้าน Bitcoin มักสร้างกระแสเชิงบวกในตลาด โดยเฉพาะเมื่อมาพร้อมข้อมูลอ้างอิงจาก Bitwise ที่ชี้ว่า ที่ปรึกษาการลงทุนกำลังเพิ่มสัดส่วนคริปโตในพอร์ตอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาลักษณะนี้อาจช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นระยะสั้น แม้ River เองจะยอมรับว่า แบบจำลองมีข้อจำกัดจากสมมติฐานที่เรียบง่ายเกินไป

River Inc. บริษัทบริการทางการเงินด้าน Bitcoin จากสหรัฐฯ ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 3 กันยายน โดยประเมินว่า ราคา Bitcoin (BTC) มีโอกาสพุ่งสูงแตะ $250,000 ถึง $840,000 ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า ผ่านแบบจำลองประเมินการไหลเข้าของเงินทุน (Capital Inflow Model)

โดย River ชี้ว่า ปัจจุบันมีประชากรโลกเพียงราว 4% เท่านั้นที่ถือครอง Bitcoin และเกือบทั้งหมดก็ยังถือในสัดส่วนที่น้อยมาก 

ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินและนักลงทุนสถาบันซึ่งเป็นผู้ดูแลสินทรัพย์การเงินรวมกันเกินกว่า 50% ของโลก แม้จะเริ่มทยอยเข้าซื้อ Bitcoin ผ่านกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2024 แต่เมื่อคำนวณสัดส่วน BTC ในพอร์ตของฝั่งที่ปรึกษาการลงทุนแล้ว กลับมีมูลค่าไม่ถึง 0.008% ของสินทรัพย์ทั้งหมดภายใต้การบริหาร ซึ่งสะท้อนว่า ยังมีพื้นที่ให้เงินทุนไหลเข้ามาเติมได้อีกมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันที่ปรึกษาการลงทุนจดทะเบียน (RIAs) ระดับท็อป 30 ของสหรัฐฯ มากถึง 29 แห่ง ได้เริ่มเข้าถือครอง Bitcoin กันแล้ว ขณะที่ธนาคารยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีตก็เริ่มพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และแนะนำให้ลูกค้ากระจายความเสี่ยงเข้ามาลงทุนใน Bitcoin อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

สำหรับการประเมินราคา Bitcoin ในอนาคตของ River นั้น คำนวณจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ “ปริมาณเงินทุนใหม่ที่จะไหลเข้าสู่ Bitcoin” และ “ผลกระทบของเงินทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่ไหลเข้า ต่อการขยายตัวของมูลค่าตลาด (Market Cap)” โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Bitwise ซึ่งพบว่า สัดส่วนของที่ปรึกษาการลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ ที่ใส่คริปโตลงในพอร์ตให้ลูกค้า ได้พุ่งขึ้นจาก 22% ในปี 2024 มาเป็น 32% ในปี 2025 และยังมีอีกถึง 56% ที่กำลังวางแผน หรือพิจารณาจะแบ่งเงินเข้ามาจัดสรรในพอร์ตเพิ่มเติม

ทำให้ River คาดการณ์ว่า ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า จะมีพอร์ตการลงทุนทั่วโลกราว 20% ถึง 40% ที่เริ่มแบ่งเงินเข้ามาลงทุนใน Bitcoin โดยมีสัดส่วนการจัดสรรเฉลี่ยอยู่ที่ 2% ถึง 4% ของพอร์ต ซึ่งเมื่อนำไปคำนวณกับมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกที่มีอยู่ราว 333 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะคิดเป็นเม็ดเงินทุนใหม่ที่ไหลเข้าสู่ Bitcoin สูงถึง 1.3 ล้านล้าน ถึง 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

กลไกตัวคูณเงินทุน (3x) และข้อจำกัดของแบบจำลอง

ในส่วนของผลกระทบต่อราคา River ได้วิเคราะห์สถิติในอดีต และพบปรากฏการณ์ที่น่าสนใจว่า ทุกๆ เม็ดเงินทุนใหม่ที่ไหลเข้าสุทธิ 1 ดอลลาร์ จะช่วยดันมูลค่าตลาด (Market Cap) ของ Bitcoin ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์เสมอ เนื่องจากผู้ถือครองเดิมมักจะไม่ยอมปล่อยขายเหรียญออกมาง่ายๆ จนเกิดภาวะ Supply Squeeze 

โดยสถิติระบุว่า เงินไหลเข้า 1 ดอลลาร์ เคยดันมูลค่าตลาดให้พุ่งขึ้นถึง $4.50 ในช่วงปี 2015–2017 ในขณะที่ในช่วงปี 2018–2021 ก็ดันมูลค่าตลาดให้เพิ่มขึ้น $3.30 และในช่วงปี 2022–2025  เงินไหลเข้า 1 ดอลลาร์ ก็ดันมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น $3.10 

ซึ่งสำหรับแนวโน้มในอีก 3–5 ปีข้างหน้า River ได้ใช้สมมติฐานแบบระมัดระวัง โดยประเมินตัวคูณไว้ที่ 3 เท่า หรือเงินเข้า $1 จะดันมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น $3

เมื่อนำตัวคูณ 3 มาคำนวณร่วมกับเม็ดเงินทุนใหม่ที่คาดว่า จะไหลเข้ามาอีก 1.3 ล้านล้าน ถึง 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin ขยายตัวพุ่งสูงถึง 5.5 ล้านล้าน ถึง 17.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะดันให้ราคาของ Bitcoin ทะยานขึ้นไปแตะระดับราว $250,000 ถึง $840,000 ต่อ 1 BTC ได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม River ได้เน้นย้ำทิ้งท้ายว่า แบบจำลองนี้คำนวณขึ้นจากสมมติฐานอย่างง่ายเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริง ราคาและเม็ดเงินไหลเข้า อาจคลาดเคลื่อนไปจากที่ประเมินไว้ได้ เนื่องจากตลาดยังมีความไม่แน่นอนอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงสภาวะทางการเงินและนโยบายของรัฐบาลทั่วโลก

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : โมเดลของ River สะท้อนให้เห็นว่า เม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันยังไหลเข้ามาน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดของตลาดการเงินโลก และหากแนวโน้มการแบ่งเงินเข้าพอร์ตเป็นไปตามที่คาดจริง การที่ราคา Bitcoin จะพุ่งไปถึงระดับนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจินตนาการ