สรุปข่าว
- Bitquery พบว่าในช่วง 30 วัน การเก็งกำไรส่วนต่างราคาบน Ethereum สร้างเงินส่วนเกินที่เข้าสู่ผู้สร้างบล็อกสูงกว่า ETH ที่ถูกเผาราว 5.24 เท่า
- เงินส่วนเกินถูกแบ่งเป็น 49.3% ให้การประกอบบล็อก, 41.3% ให้ผู้ที่ทำการเทรด และ 9.4% ถูกเผา แต่ตัวเลขนี้ ไม่ใช่กำไรสุทธิของผู้สร้างบล็อก
- สำหรับผู้ถือ ETH สิ่งสำคัญกว่าคือ การเปรียบเทียบ ETH ที่ถูกเผากับ ETH ที่ออกใหม่ เพราะการเผาเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่า อุปทาน ETH จะลดลง
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
งานวิจัยจาก Bitquery พบว่า ในช่วง 30 วันที่ศึกษา เงินส่วนเกินจากการเก็งกำไรส่วนต่างราคาบน Ethereum ที่ถูกจัดสรรให้กับผู้สร้างบล็อก มีมูลค่าราว 5.24 เท่าของ ETH ที่ถูกเผา โดยเงินส่วนเกินทั้งหมดแบ่งเป็น 49.3% สำหรับการประกอบบล็อก, 41.3% สำหรับผู้ดำเนินการเทรด และ 9.4% ถูกเผา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่กำไรสุทธิของผู้สร้างบล็อก เพราะยังมีเงินที่ต้องจ่ายให้ผู้เสนอธุรกรรมและต้นทุนดำเนินงาน ขณะที่การประเมินผลต่ออุปทาน ETH ต้องดูว่า ETH ถูกเผามากกว่า ETH ที่ออกใหม่หรือไม่ ไม่สามารถตัดสินจากค่าธรรมเนียมหรือจำนวนธุรกรรมเพียงอย่างเดียว
งานวิจัยจาก Bitquery เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำ Arbitrage บน Ethereum หลังพบว่า ในช่วง 30 วันที่ศึกษา ทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ถูก Burn หรือเผาจากค่าธรรมเนียม มีรายได้ส่วนเกินจากกิจกรรม Arbitrage ถูกจัดสรรไปยังผู้สร้างบล็อกสูงถึง 5.24 ดอลลาร์
ตัวเลขนี้ฟังดูเหมือนว่า Ethereum เผาเหรียญ 1 ดอลลาร์ แต่ Builder หรือผู้สร้างบล็อกได้กำไร 5.24 ดอลลาร์ แต่ความจริงไม่ได้ตรงไปตรงมาแบบนั้น
เพราะตัวเลข 5.24 ดอลลาร์ ไม่ใช่กำไรสุทธิของ Builder แต่เป็นอัตราส่วนที่เกิดจากการเปรียบเทียบการจัดสรรส่วนเกินจาก Arbitrage ในกลุ่มตัวอย่าง โดย Bitquery พบว่า ส่วนเกินดังกล่าวถูกแบ่งเป็น 49.3% สำหรับการประกอบบล็อก, 9.4% ถูกเผาเป็นค่าธรรมเนียม และ 41.3% ตกเป็นของผู้ดำเนินการเทรด
ถ้าลองสมมติให้ส่วนเกินจาก Arbitrage มีอยู่ 100 ดอลลาร์ เงินก้อนนี้จะถูกจัดสรรประมาณ 49.30 ดอลลาร์ให้กับการประกอบบล็อก, 9.40 ดอลลาร์ถูก Burn และอีก 41.30 ดอลลาร์เป็นของผู้ดำเนินการเทรด
เมื่อนำ 49.3% หารด้วย 9.4% จะได้ประมาณ 5.24 เท่า ดังนั้น ตัวเลขดังกล่าวจึงหมายถึงว่า ในกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา มูลค่าส่วนเกินที่จัดสรรไปยังการประกอบบล็อกมีขนาดประมาณ 5.24 เท่าของมูลค่าเหรียญที่ถูกเผา ไม่ใช่ Builder เก็บกำไรสุทธิ 5.24 ดอลลาร์ทุกครั้งที่ Ethereum Burn 1 ดอลลาร์

เงินจาก Arbitrage บน Ethereum มาจากไหน?
Arbitrage คือการใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาสินทรัพย์ในตลาดต่าง ๆ เช่น ซื้อโทเคนในตลาดหนึ่งที่มีราคาถูกกว่า แล้วนำไปขายในอีกตลาดที่มีราคาแพงกว่าเพื่อเก็บส่วนต่างเป็นกำไร ผู้ที่คอยค้นหาโอกาสต่าง ๆ เหล่านี้ถูกเรียกว่า “Searcher”
ปัญหาคือ โอกาสในการทำ Arbitrage มักเกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ และ Searcher หลายรายอาจมองเห็นโอกาสเดียวกันพร้อมกัน ทุกคนจึงต้องแข่งกันว่า ธุรกรรมของใครจะถูกนำเข้าไปในบล็อกก่อน และถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ทำกำไรได้
Searcher จึงต้องยอมจ่ายเงินเพื่อให้ธุรกรรมอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ เงินส่วนนี้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้ของผู้ที่ช่วยจัดลำดับและนำธุรกรรมเข้าสู่บล็อก
Builder ได้เงิน แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นกำไรทั้งหมด
ในระบบ MEV ของ Ethereum Builder มีหน้าที่รวบรวมธุรกรรมและ Bundle ต่าง ๆ จาก Searcher แล้วนำมาจัดเรียงเป็นบล็อกที่สร้างมูลค่าได้สูงที่สุด ก่อนเสนอผ่าน Relay ไปยัง Validator
Validator ที่ทำหน้าที่เป็น Proposer จะเลือกบล็อกของ Builder และนำไปเสนอให้กับเครือข่าย
จุดสำคัญคือ เงินที่ไหลเข้ามายัง Address ของ Builder ไม่ได้หมายความว่า Builder เก็บไว้เป็นกำไรทั้งหมด
Builder สามารถกำหนด Address ของตัวเองเป็นผู้รับเงิน ก่อนส่ง ETH ส่วนหนึ่งต่อไปยัง Address ที่ Proposer กำหนดไว้ภายในบล็อกเดียวกันได้
ดังนั้น หากนับเงินที่ไหลเข้ากระเป๋า Builder ทั้งหมดเป็นกำไร ก็อาจทำให้ตัวเลขสูงเกินจริง สิ่งที่ควรดูคือ รายได้ที่ Builder เหลือเก็บไว้หลังจ่ายเงินให้ Proposer รวมถึงต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ
งานวิจัยของ New York Fed Staff Report No. 1102 ใช้แนวคิด Retained Block Revenue เพื่อสะท้อนรายได้จากบล็อกที่ Builder สามารถเก็บไว้หลังจ่ายให้ Proposer ซึ่งยังไม่เท่ากับกำไรสุทธิหลังหักต้นทุนทั้งหมด
ทั้งนี้ การจัดสรรของ Bitquery ไม่ได้ระบุว่าเงินส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Builder ถูกส่งต่อให้ Proposer ในสัดส่วนเท่าใด จึงยังไม่สามารถนำตัวเลข 49.3% ไปตีความว่าเป็นกำไรสุทธิของ Builder ได้
9.4% ที่ถูก Burn หมายถึงอะไร?
หลัง Ethereum ใช้กลไก EIP-1559 ค่าธรรมเนียมธุรกรรมถูกแบ่งออกเป็น Base Fee และ Priority Fee
Base Fee จะถูก Burn หรือทำลายออกจากระบบ ขณะที่ Priority Fee เป็นค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการนำธุรกรรมเข้าไปอยู่ในบล็อก
ทั้งสองอย่างสามารถเกิดขึ้นในธุรกรรมเดียวกันได้ แต่มีความหมายทางเศรษฐศาสตร์ต่างกัน
Base Fee ถูกกำหนดตามกลไกของโปรโตคอลและปรับตามปริมาณ Gas ที่ถูกใช้ ขณะที่เงินที่ Searcher ยอมจ่ายเพื่อให้ธุรกรรมได้รับตำแหน่งที่ต้องการเกิดจากการแข่งขันเพื่อคว้าโอกาส Arbitrage
ดังนั้น การจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ธุรกรรมถูกนำเข้าไปในบล็อก ไม่ได้หมายความว่าจะมี ETH ถูก Burn เพิ่มขึ้นในจำนวนเดียวกัน
และจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้บอกโดยตรงว่า Ethereum Burn ETH ไปเท่าไร เพราะต้องดูทั้ง Gas ที่ใช้และ Base Fee ที่เกิดขึ้นจริง
คนถือ ETH ได้ประโยชน์จากการ Burn หรือไม่?
สำหรับผู้ถือ ETH สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “Ethereum Burn เยอะหรือไม่” แต่ต้องดูว่า ETH ที่ถูก Burn มีมากกว่า ETH ที่ถูกออกใหม่หรือไม่
การ Burn ทำให้ Supply ของ ETH ลดลงเมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการ Burn แต่ไม่ได้หมายความว่า Supply ทั้งหมดจะลดลงเสมอไป เพราะ Ethereum ยังคงมีการออก ETH ใหม่ให้กับผู้เข้าร่วมเครือข่าย
หาก ETH ที่ออกใหม่มากกว่า ETH ที่ถูก Burn Supply ก็ยังเพิ่มขึ้นได้ แต่หาก ETH ที่ถูก Burn มากกว่า ETH ที่ออกใหม่ Supply ก็มีโอกาสลดลง
ดังนั้น ตัวเลขที่ผู้ถือ ETH ควรให้ความสนใจคือ Burn เทียบกับ Issuance ไม่ใช่เพียงค่าธรรมเนียมหรือจำนวนธุรกรรม
และการ Burn ก็ไม่ใช่การนำเงินมาแจกให้ผู้ถือ ETH แบบ Passive แต่เป็นกลไกที่ทำให้ ETH บางส่วนถูกนำออกจาก Supply
งานวิจัยมีข้อจำกัดอะไรบ้าง?
การศึกษานี้คัดกรองเฉพาะส่วนเกินจาก Arbitrage ที่ไม่มากกว่าทุนที่ใช้ในแต่ละธุรกรรม และการตรวจสอบกระเป๋าคริปโตอย่างละเอียดอาจทำให้รายได้ที่ปรากฏลดลง
นอกจากนี้ การถอดรหัสแพลตฟอร์มบน Ethereum ที่ยังไม่สมบูรณ์อาจทำให้กิจกรรมบางส่วนไม่ถูกนับ
ตัวเลขการจัดสรรถูกตรวจสอบเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 โดยตารางการจัดสรรครอบคลุมช่วงเวลา 30 วัน แต่ไม่ได้ระบุจุดสิ้นสุดที่แน่นอน ขณะที่ตารางการกระจายการเทรดรายเดือนสิ้นสุดวันที่ 29 สิงหาคม 2026
ส่วนการเปรียบเทียบรายปีครอบคลุม Ethereum, BNB Chain, Base, Arbitrum และ Polygon เป็นเวลา 12 เดือนจนถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2026 โดยไม่ได้รวม Optimism และ Solana
นอกจากนี้ ราคาอ้างอิงคงที่ที่ใช้ในการศึกษายังแตกต่างจากราคาที่ใช้ในข้อมูลรายเดือนย้อนหลัง
ดังนั้น ตัวเลขจากการศึกษาจึงเหมาะสำหรับใช้เป็นภาพของการจัดสรรส่วนเกินจาก Arbitrage ในกลุ่มตัวอย่างมากกว่าจะใช้เป็นรายได้ทั้งหมดของ Ethereum หรือกำไรสุทธิของ Builder
ที่มา:cryptoslate
มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่ Ethereum สร้างค่าธรรมเนียมได้มากแค่ไหน แต่คือ มูลค่าที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายไหลไปหาใคร และ ETH ถูกเผามากกว่าออกใหม่หรือไม่ หากการใช้งานเครือข่ายเพิ่มขึ้นพร้อมกับการเผา ETH ที่สูงกว่าการออกใหม่อย่างต่อเนื่อง ก็ถือเป็นปัจจัยบวกต่ออุปทานของ ETH

