สรุปข่าว
- เดือนกันยายนเป็นเดือนที่ตลาดคริปโทฯ ผันผวนหนักที่สุดในรอบปีตามสถิติ แต่นักวิเคราะห์บางส่วนกลับมองว่า Bitcoin มีโอกาสพุ่งแตะ 100,000 ดอลลาร์ได้เร็วสุดภายในสิ้นเดือนนี้
- วันที่ 15 กันยายนคือวันชี้ชะตา 2 เรื่องใหญ่พร้อมกัน ทั้งการโหวตร่างกฎหมาย Clarity Act ในวุฒิสภาสหรัฐฯ และการประชุม FOMC ที่จะกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
- หากตลาดยังรักษาโมเมนตัมขาขึ้นได้ Ethereum, Solana, BNB, Hype และ Zcash คือกลุ่ม Altcoin ที่ถูกจับตามองว่า จะไปได้ดีในวัฏจักรรอบนี้
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
ปัจจัยเชิงบวกในเดือนนี้มีน้ำหนักไม่น้อย ทั้งความเป็นไปได้ที่ Clarity Act จะผ่านสภาและเปิดทางเม็ดเงินสถาบันเข้าตลาดอย่างถูกกฎหมาย รวมถึงมุมมองที่ Fed อาจคงดอกเบี้ยแทนที่จะขึ้น ซึ่งเป็นแรงหนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสถิติเดือนกันยายนที่มักติดลบยังคงเป็นตัวแปรที่ต้องระวัง จึงทำให้ภาพรวมเอียงไปทาง bullish แต่ต้องจับตาความผันผวนระหว่างทางอย่างใกล้ชิด
เดือนกันยายนถือเป็นช่วงเวลาที่ตลาดคริปโทฯ มักเผชิญกับความผันผวนสูงที่สุดของปี อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ กลับมีปัจจัยเชิงบวกระดับมหภาคหลายประการที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดในระยะยาว
มุมมองสวนตลาด: โอกาสที่ Bitcoin จะแตะ 100,000 ดอลลาร์

แม้บรรยากาศโดยรวมของนักลงทุนส่วนใหญ่จะยังเต็มไปด้วยความกังวล และมองว่าตลาดเสี่ยงต่อการปรับฐาน แต่นักวิเคราะห์สายสวนกระแสกลับมองต่าง โดยประเมินว่า Bitcoin ยังมีลุ้นพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ได้เร็วที่สุด ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
ขณะที่กรณีพื้นฐาน มีการประเมินว่า เป้าหมายดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นภายในสิ้นปี ซึ่งหากเป็นไปตามคาด ก็จะเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) พร้อมส่งสัญญาณเริ่มต้นของรอบตลาดขาขึ้นครั้งใหญ่ ที่อาจลากยาวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027
วันที่ 15 กันยายน: บททดสอบสำคัญด้านกฎหมาย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การลงมติร่างกฎหมาย “Clarity Act” ในวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายนนี้ (เวลา 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น) หากร่างกฎหมายนี้ได้รับเสียงสนับสนุนเกิน 60 เสียง จะกลายเป็นการปลดล็อกทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ ที่เปิดทางให้เม็ดเงินระดับล้านล้านดอลลาร์สามารถไหลเข้าสู่ตลาดคริปโทฯ ในสหรัฐฯ ได้อย่างถูกกฎหมายและโปร่งใส พร้อมทั้งช่วยดึงดูดกลุ่มนักพัฒนาที่เคยย้ายฐานการลงทุน ให้กลับมาขับเคลื่อนนวัตกรรมในประเทศอีกครั้ง
การประชุม FOMC และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ

ในวันเดียวกันนั้น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะมีการประชุม FOMC เพื่อกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย แม้ปัจจุบันตลาดจะประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยไว้สูงถึง 60% แต่นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Tom Lee กลับมองสวนทาง โดยประเมินว่า ทิศทางเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัว ประกอบกับแรงกดดันจากการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังใกล้เข้ามา อาจทำให้ Fed ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวกอย่างมหาศาล ต่อทั้งตลาดหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล
สถิติในอดีต และปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

หากพิจารณาจากสถิติในอดีต มักพบว่า เมื่อ Bitcoin ปิดบวกในเดือนสิงหาคม เดือนกันยายนที่ตามมามักจะเผชิญกับการปรับฐาน แม้จะมีตัวอย่างข้อมูลนี้เพียง 4 ครั้งในประวัติศาสตร์ แต่ในทางกลับกัน สถิติก็ชี้ว่า เดือนตุลาคมมักจะให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง
นอกจากข้อมูลเชิงสถิติแล้ว นักลงทุนยังต้องติดตามความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความตึงเครียดกับอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และการดำเนินนโยบายทางการเมืองของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สร้างความผันผวนรุนแรงให้กับตลาดได้
5 เหรียญ Altcoins ที่น่าจับตาในวัฏจักรนี้

หากตลาดคริปโทฯ สามารถรักษาสถานะขาขึ้นและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง กลุ่มเหรียญ Altcoins ที่มีแนวโน้มเติบโตสอดคล้องกับภาพรวมตลาด และเป็นที่น่าจับตาในวัฏจักรรอบนี้ ได้แก่ Ethereum (ETH), Solana (SOL), BNB, Hype และ Zcash ซึ่งถูกมองว่า เป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่มีโครงสร้างพื้นฐานแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะได้รับอานิสงส์ หากมีเม็ดเงินก้อนใหม่ไหลเข้าสู่ตลาด
มุมมองผู้เขียน : หากร่างกฎหมาย Clarity Act ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาได้จริง ควบคู่ไปกับการที่ Fed ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ Tom Lee คาดการณ์ไว้ การประสานกันของทั้งสองปัจจัยนี้ก็น่าจะเป็นปัจจัยบวกที่ทรงพลังพอจะพลิกบรรยากาศของตลาดจากความกังวลให้กลับกลายเป็นความมั่นใจได้ในทันที

