bitkub-banner

Bitcoin เข้าสู่ช่วง 7 วันอันตราย เจ้ามือแห่ถอยไปนอกสนาม มีอะไรที่นักเทรดต้องระวัง?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin กำลังเข้าสู่ช่วง 7 วันอันตรายที่มีความผันผวนสูงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามา
  • เหตุการณ์สำคัญที่ต้องจับตาคือตัวเลขเงินเฟ้อ PPI, CPI, ผลการประชุม FOMC, ร่างกฎหมาย CLARITY Act และการประชุมนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น
  • กลุ่มเจ้ามือเลือกที่จะหยุดนิ่งและไม่ทำธุรกรรมเพื่อรอดูสถานการณ์จากข่าวใหญ่ที่กำลังจะประกาศ

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ตลาด Bitcoin กำลังเข้าสู่สัปดาห์แห่งความผันผวนรุนแรง เนื่องจากในอีก 7 วันถัดจากนี้จะเต็มไปด้วยประเด็นร้อนที่นักลงทุนทั้งโลกต้องให้ความสนใจ ซึ่งในขณะเดียวกันทางฝั่งของเจ้ามือก็เลือกชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลกระทบจากเหตุการณ์ใหญ่หลายรายการจนกว่าจะทราบชัดว่าตลาดจะเคลื่อนตัวไปยังทิศทางใด

Bitcoin กำลังก้าวเข้าสู่ช่วง 7 วันอันตราย อย่างเต็มตัว โดยในสัปดาห์นี้ไปจนถึงสัปดาห์ต่อจากนี้ ตลาดคริปโทฯ จะต้องเผชิญกับสภาวะความผันผวนขั้นสุดที่พร้อมจะสลัดนักลงทุนหลุดจากตลาดได้ในเสี้ยววินาที

Ali Martinez นักวิเคราะห์ชื่อดังเผยว่า ปัจจุบันเจ้ามือ Bitcoin ต่างเลือกที่จะไม่ขยับตัวเคลื่อนไหวใดๆ และเลือกที่จะดูสถานการณ์ต่อ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้จำนวนอุปทานที่ถือครองยังคงหยุดนิ่งที่ 5.23 ล้าน BTC ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะในอีก 7 วันถัดจากนี้ ตลาดจะเต็มไปด้วยข่าวใหญ่ที่สร้างแรงกระแทกรุนแรง

7 วันมีอะไรรออยู่

สัปดาห์นี้สิ่งที่นักลงทุนจะต้องจับตาจะเป็นเรื่องของข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่ถูกแบ่งออกเป็นสองชุด โดยชุดแรกคือดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งมีความสำคัญกว่ามาก จะประกาศตามมาในวันศุกร์

ถัดมาในสัปดาห์หน้าเหตุการณ์และข่าวสารจะส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่าเก่าเพราะนักลงทุนจะต้องเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ของการประชุม FOMC ในวันที่ 15 ที่จะมีการเปิดเผยการตัดสินใจของเฟดในเรื่องอัตราดอกเบี้ย และในปัจจุบันความเป็นไปได้ก็ได้โน้มไปยังฝั่งที่จะ “ขึ้นอัตราดอกเบี้ย” ด้วยสัดส่วนสูงกว่า 60%

และในวันเดียวกันนี้เองตลาดคริปโทฯ ยังต้องมาลุ้นกับมติสภาที่จะมีการลงคะแนนเสียงร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมรอคอยมาอย่างยาวนาน แต่ผลสำรวจส่วนใหญ่กลับมองไปยังทางเดียวกันว่า CLARITY Act จะยังไม่ได้รับการอนุมัติ และอาจต้องถูกชะลอไปนานหลายเดือนไปจนถึงหลายปีหากพลาดโอกาสนี้ไป

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ทางฝั่งของตลาดเอเชียเองก็มีข่าวที่น่าปวดหัวไม่แพ้กัน เพราะในช่วงวันที่ 17-18 กันยายน ทางธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) ก็มีกำหนดเข้าประชุมเพื่อเปิดเผยว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 1.25% หรือไม่ 

หากเหตุการณ์ใหญ่ทั้ง 5 เหตุการณ์ต่างมีผลลัพธ์ที่ไม่เอื้ออำนวยแก่สินทรัพย์เสี่ยงเลยแม้แต่น้อย ก็มีความเป็นไปได้ว่าตลาดอาจได้พบกับการปรับฐานรุนแรงครั้งใหญ่ในช่วงกลางเดือน และอาจทำให้ราคาของ Bitcoin ต้องกลับไปยังฐานเก่าที่ปรับตัวขึ้นมาเนื่องจากผลกระทบของแต่ละเหตุการณ์ล้วนแล้วแต่มีความรุนแรงด้วยกันหมดทั้งสิ้น

ในทางกลับกันหากสถานการณ์ต่างๆ ล้วนเป็นใจ Bitcoin ก็มีสิทธิ์ที่จะหลุดกรอบไซด์เวย์เพื่อเตรียมตัวกลับขึ้นไปพิชิตระดับราคาที่สูงกว่า $83,000 ได้เช่นกัน แม้ว่าความเป็นไปได้จะริบหรี่และต่ำกว่าโอกาสที่จะร่วงหรือไซด์เวย์ต่อเป็นอย่างมาก

ปัจจุบัน Bitcoin มีการซื้อขายในระดับราคา $78,142 และให้ผลตอบแทนขาดทุน 1.85% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก Coinmarketcap

อ้างอิง : Cryptopotato