สรุปข่าว
- Symbiosis ถูกแฮก Bitcoin Bridge แฮกเกอร์สร้าง syBTC ปลอมบน BNB Chain ราว 4.61 หมื่นล้านหน่วย โดยไม่มี BTC จริงค้ำประกัน
- แฮกเกอร์เปลี่ยนเหรียญที่เสกออกมาเป็นเงินจริงได้ราว 336,000 ดอลลาร์ จากการขาย 4.39 WBTC ขณะที่ Symbiosis ระบุว่า กู้คืนกลับมาได้ 15 BTC
- Bitcoin ไม่ได้ถูกแฮก แต่เหตุการณ์ยังสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของ บริการ Bridge และความเสียหายของผู้ให้บริการสภาพคล่อง
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Symbiosis ถูกโจมตีผ่าน Bitcoin Bridge เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้แฮกเกอร์สร้างเหรียญ syBTC ปลอมบน BNB Chain ได้ราว 4.61 หมื่นล้านหน่วย ก่อนเปลี่ยนบางส่วนเป็น WBTC และทำเงินได้ประมาณ 336,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Symbiosis ระบุว่า สามารถกู้คืน BTC ได้ราว 15 BTC และอยู่ระหว่างประเมินความเสียหายทั้งหมด โดย Bitcoin Bridge ยังคงถูกระงับการใช้งาน เหตุการณ์นี้ได้ตอกย้ำความเสี่ยงของ Cross-chain Bridge ซึ่งยังเป็นหนึ่งในจุดเปราะบางของวงการ DeFi
Symbiosis โปรโตคอลสภาพคล่องข้ามเชน เปิดเผยว่า Bitcoin Bridge หรือระบบที่ทำหน้าที่โอนย้าย Bitcoin ข้ามไปมาระหว่างสองเครือข่ายบล็อกเชน ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้แฮกเกอร์สามารถสร้าง syBTC ซึ่งเป็นเหรียญ Bitcoin สังเคราะห์บน BNB Chain ได้ราว 4.61 หมื่นล้านหน่วย โดยไม่มี BTC จริงรองรับ ก่อนนำบางส่วนไปขายผ่าน Uniswap v4
เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 04:28 น. UTC หรือ 11:28 น. ตามเวลาไทย หลังตรวจพบการโจมตี Symbiosis ได้ระงับ Bitcoin Bridge ทันที ขณะที่บริการอื่นของแพลตฟอร์มอย่าง EVM, TRON, TON และ Octopools ยังคงเปิดตามปกติ
Blockaid บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน ระบุว่า ช่องโหว่อยู่ในฟังก์ชันรับข้อมูลของ BridgeV2 ซึ่งเปิดทางให้แฮกเกอร์ใช้ข้อมูลที่มีลายเซ็นถูกต้อง หลอกระบบให้สร้าง syBTC จำนวนมหาศาลและส่งไปยังกระเป๋าใหม่บน BNB Chain
อย่างไรก็ตาม แฮกเกอร์ไม่สามารถเปลี่ยน syBTC ทั้งหมดเป็นเงินจริงได้ โดยพบการขาย 4.39 WBTC ผ่าน Uniswap v4 บน Ethereum คิดเป็นเงินราว 336,000 ดอลลาร์ ณ เวลาที่ตรวจพบ
ทั้งนี้ 4.61 หมื่นล้าน syBTC ไม่ใช่ Bitcoin จริง และไม่ได้ทำให้อุปทาน Bitcoin เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นเพียงโทเคนสังเคราะห์บน BNB Chain ที่เกิดจากช่องโหว่ของ Bridge
Symbiosis ระบุว่าสามารถกู้คืน Bitcoin ได้ประมาณ 15 BTC และนำไปเก็บไว้ในกระเป๋า Multisig ที่ทีมงานควบคุมอยู่ แต่ยังไม่ได้เปิดเผย Transaction Hash หรือที่อยู่กระเป๋าที่เกี่ยวข้อง ทำให้ยังไม่สามารถตรวจสอบหลักฐานการกู้คืนบน Blockchain Explorer ได้โดยตรง
ล่าสุด Symbiosis กลับมาเปิดให้ Swap BTC ผ่านพาร์ทเนอร์อย่าง Chainflip และ THORChain แต่ Bitcoin Bridge ของแพลตฟอร์มยังคงระงับการใช้งาน พร้อมเร่งติดต่อ Liquidity Providers ที่ได้รับผลกระทบและจัดทำแผนเยียวยา โดยยังไม่มีกรอบเวลาคืนเงินที่ชัดเจน
ด้านข้อเสนอ White-hat Bounty ของ Symbiosis เสนอให้แฮกเกอร์ได้รับ 20% ของทรัพย์สินที่กู้คืนได้ หากคืนเงินส่วนที่เหลือ โดยข้อเสนอดังกล่าวเปิดถึงวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนเปลี่ยนเป็นรางวัลสำหรับผู้ให้ข้อมูลที่ช่วยนำไปสู่การกู้คืนทรัพย์สิน
ข้อเสนอนี้แยกจาก Bug Bounty ปกติบน Immunefi ซึ่งกำหนดรางวัลสูงสุด 100,000 ดอลลาร์ สำหรับช่องโหว่ Smart Contract ระดับวิกฤต
ขณะนี้ Symbiosis ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหายทั้งหมด และยังไม่เปิดเผยว่า ทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบมีมูลค่าเท่าใด หรือ 15 BTC ที่กู้คืนมาได้คิดเป็นสัดส่วนเท่าใด โดยรายละเอียดคาดว่าจะอยู่ในรายงานสรุปเหตุการณ์หลังเกิดการโจมตีของแพลตฟอร์ม
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห้นความเสี่ยงของ Cross-chain Bridge ซึ่งเป็นจุดเชื่อมสินทรัพย์ระหว่างหลายบล็อกเชน หากระบบตรวจสอบผิดพลาด แฮกเกอร์อาจสร้างโทเค็นที่ไม่มีสินทรัพย์จริงรองรับ แล้วนำไปแลกเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและสภาพคล่องได้
สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ รายงานสรุปหลังเกิดเหตุการณ์แฮกของ Symbiosis หลักฐานการกู้คืน 15 BTC แผนชดเชยผู้ให้บริการสภาพคล่อง และกำหนดการเปิด Bitcoin Bridge กลับมาให้บริการอีกครั้ง
ที่มา:finance.biggo
มุมมองผู้เขียน: ประเด็นสำคัญของเคสนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 4.61 หมื่นล้าน syBTC แต่คือ มูลค่าความเสียหายจริงที่เกิดขึ้น เพราะตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นจากช่องโหว่ สิ่งที่ตลาดต้องจับตาคือ Symbiosis สูญเสียสินทรัพย์จริงไปเท่าไร และกู้คืนกลับมาได้มากแค่ไหน

