สรุปข่าว
- เกิดเหตุคนร้ายโจมตีกระเป๋าเงิน Gnosis Safe บนเครือข่าย Ethereum เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาส่งผลให้สูญเสียเหรียญ rsETH จำนวน 2,900 เหรียญคิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 7.8 ล้านดอลลาร์
- บริษัทรักษาความปลอดภัยหลายแห่งตรวจสอบพบว่าต้นตอของปัญหามาจากระบบตรวจสอบสิทธิ์ใน Smart contract ที่เจ้าของกระเป๋าเงินใช้งานนั้นมีช่องโหว่ทำให้ใครก็ตามที่ระบุชื่อระบบช่วยเหลือเป็นเป้าหมายสามารถเจาะผ่านเข้ามาทำธุรกรรมได้
- คนร้ายใช้วิธีเทขายเหรียญ rsETH ที่ขโมยมาได้ลงในกลุ่มสภาพคล่องที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่พร้อมกับเหรียญที่ไม่มีมูลค่า ทว่าระบบบอทอัตโนมัติที่ชื่อ “yoink” กลับทำงานตัดหน้าและฉกโทเคนทั้งหมดหนีไปได้สำเร็จ ในขณะที่ Kelp DAO ผู้เป็นเจ้าของเหรียญ rsETH ยืนยันว่าระบบหลักของพวกเขายังปลอดภัยและได้ทำการอายัดกระเป๋าเงินต้องสงสัยแล้ว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงช่องโหว่และความเสี่ยงจากการใช้งาน Smart contract แม้ระบบหลักของกระเป๋าเงินจะปลอดภัยก็ตาม ซึ่งอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ในภาพรวม
เหตุการณ์ปล้นทรัพย์สินดิจิทัลครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเป้าหมายในครั้งนี้คือกระเป๋าเงิน Gnosis Safe บนเครือข่าย Ethereum คนร้ายสามารถเจาะระบบเข้าไปขโมยเหรียญ rsETH ออกมาได้ถึง 2,900 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 7.8 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำอย่าง BlockSec, Blockaid และ SlowMist ตรวจพบว่ามีบอทอัตโนมัติที่รู้จักกันในชื่อ “yoink” ทำการตัดหน้าเพื่อชิงแย่งการทำธุรกรรมของคนร้ายไปได้อย่างหวุดหวิด
จากการสืบสวนพบว่า กระเป๋าเงินของเหยื่อรายนี้มีการตั้งค่าให้ระบบช่วยเหลืออัตโนมัติสามารถเคลื่อนย้ายเงินแทนได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกรรมซื้อขายแบบอัตโนมัติ แต่ปัญหาคือระบบตรวจสอบสิทธิ์ของโปรแกรมตัวช่วยดังกล่าวกลับมีช่องโหว่ร้ายแรง โดยบริษัทความปลอดภัยพบว่าระบบจะอนุมัติการทำธุรกรรมให้ใครก็ได้ที่ระบุชื่อของโปรแกรมตัวช่วยนั้นเป็นเป้าหมาย ซึ่งจุดนี้เองที่ AstraSec ได้ออกมายืนยันผ่านบัญชี X ว่าต้นตอของปัญหาคือการตรวจสอบสิทธิ์ที่บกพร่องในสัญญา Multicall ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากตัวระบบหลักของกระเป๋าเงิน Safe
วิธีการของคนร้ายคือการนำเหรียญ rsETH กว่า 2,900 เหรียญไปเทขายในกลุ่มสภาพคล่อง (Trading pool) ที่ถูกสร้างขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เพียงไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น โดยจับคู่กับโทเคนที่ไม่มีมูลค่าอะไรเลยอย่าง Permissionless Attacker Token เพื่อหวังจะทิ้งใบเสร็จเปล่าไว้ให้เหยื่อดูต่างหน้า แต่สุดท้ายกลับถูกบอท yoink ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมแพงถึง 47,000 ดอลลาร์เพื่อลัดคิวและฮุบเหรียญ rsETH จำนวน 2,882 เหรียญไปโอนเข้ากระเป๋าตัวเองหน้าตาเฉย ทางด้าน Kelp DAO ผู้สร้างเหรียญ rsETH ได้ออกมาโพสต์ยืนยันว่าระบบสัญญาของพวกเขายังคงมีความปลอดภัยสูงและเหรียญมีสินทรัพย์ค้ำประกันเต็มจำนวน พร้อมทั้งได้ดำเนินการอายัดกระเป๋าเงินต้องสงสัยเป็นการชั่วคราว 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินใดๆ เพิ่มเติม
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่นักลงทุนสาย Defi ต้องพึงระวัง แม้ว่าเราจะเลือกใช้กระเป๋าเงินที่ได้รับการยอมรับเรื่องความปลอดภัยสูงอย่าง Gnosis Safe แต่ถ้านำไปผูกกับ Smart contract ตัวอื่นที่มีช่องโหว่ ความปลอดภัยที่สร้างมาก็ไร้ความหมาย การโจมตีในลักษณะนี้เป็นการใช้ประโยชน์จากช่องว่างเล็กๆ ในการเขียนโค้ดที่มักจะถูกมองข้าม ซึ่งผลกระทบจากข่าวนี้อาจทำให้นักลงทุนรายย่อยเกิดความหวาดระแวงในการใช้งานระบบอัตโนมัติต่างๆ และอาจส่งผลให้ปริมาณการทำธุรกรรมในระบบนิเวศของเครือข่ายลดลงในระยะสั้น

