สรุปข่าว
- กองทุน Spot ETF ของ Bitcoin และ Ethereum เจอแรงเทขายพร้อมกัน เงินทุนไหลออกสุทธิรวม 592 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว ถือเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายเดือน
- ต้นเหตุมาจากร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่ล้มเหลวในการผ่านวุฒิสภาสหรัฐฯ กดดันราคาสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งตลาด
- แม้เจอแรงขายหนัก แต่ทั้ง BTC และ ETH ยังรักษายอดเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิสะสมของเดือนกันยายนไว้ได้ ขณะที่ตลาดยังต้องลุ้นการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในวันพุธนี้
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish
ในระยะสั้น แรงเทขายระดับ 592 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวสะท้อนความกังวลของนักลงทุนสถาบันต่อความไม่ชัดเจนด้านกฎระเบียบ ประกอบกับปริมาณการซื้อขายที่พุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายเท่า บ่งชี้ว่า แรงขายยังไม่จบง่าย ๆ และตลาดกำลังเข้าสู่โหมดระมัดระวังก่อนการประชุม Fed
ตลาดคริปโตเจอข่าวร้ายซ้อนข่าวร้ายในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เมื่อกองทุน Spot ETF ของทั้ง Bitcoin และ Ethereum ต้องเผชิญกับเงินทุนไหลออกสุทธิรวมกันสูงถึง 592 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 15 กันยายน นับเป็นสถิติเงินทุนไหลออกรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือนของผลิตภัณฑ์ทั้งสอง
โดยชนวนเหตุมาจากการที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่สามารถผ่านกระบวนการลงมติในวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ปรับตัวลง และดึงเม็ดเงินไหลออกจากตลาดตามไปด้วย
กองทุน Ethereum เผชิญวันเทขายที่แย่ที่สุด นับตั้งแต่เดือนมกราคม
ข้อมูลจาก SoSoValue ชี้ว่า กองทุน Ethereum (ETH) สูญเสียเงินลงทุนไหลออกสุทธิวันเดียวสูงถึง 141.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสถิติเงินลงทุนไหลออกรายวันที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม
โดยนับตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม สถิติต่ำสุดที่เคยบันทึกไว้คือ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่มีเงินลงทุนไหลออก 136.4 ล้านดอลลาร์
การปรับตัวลดลงรอบนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่กองทุน ETH เคยดึงดูดเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่องติดต่อกัน 4 สัปดาห์ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.94 พันล้านดอลลาร์ โดยทำจุดสูงสุดในสัปดาห์สิ้นเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 824.4 ล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน กองทุน Bitcoin (BTC) ก็เผชิญกับเงินทุนไหลออกหนักถึง 450.33 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสถิติแย่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า ที่เคยมีเงินลงทุนไหลออกไปแล้ว 462.7 ล้านดอลลาร์
แต่ในส่วนด้านปริมาณการซื้อขาย กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยผลิตภัณฑ์ Bitcoin มีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 4.35 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย 30 วันที่อยู่ระดับ 2.74 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง Ethereum ก็มีปริมาณการซื้อขายคึกคักพุ่งขึ้นเกินกว่า 2 เท่าของค่าเฉลี่ยปกติเช่นกัน
ภาพรวมกองทุน Altcoin และทิศทางตลาดในภาพใหญ่
ขณะที่ผลการดำเนินงานของกองทุน Altcoins อื่นๆ ออกมาคละกันไป โดยมีเพียง Hyperliquid (HYPE) เหรียญเดียวที่มีเงินลงทุนไหลออกสุทธิ 3.89 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดขาดทุนสะสมในเดือนกันยายนเพิ่มเป็น 18.04 ล้านดอลลาร์
ในทางกลับกัน มี 4 กองทุนที่มีเงินลงทุนไหลเข้า นำโดย Solana (SOL) ที่บวกเพิ่ม 1.35 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย Tron (TRX), Dogecoin (DOGE) และ Hedera (HBAR) ที่มีเงินลงทุนไหลเข้าเล็กน้อยไม่ถึง 500,000 ดอลลาร์ต่อกองทุน

ผลการดำเนินงานของ Crypto ETFs ประจำวันที่ 15 กันยายน 2026 อ้างอิงจากข้อมูล SoSoValue
ส่วนอีก 6 กองทุนที่เหลือ (BNB, XRP, LINK, AVAX, DOT และ LTC) ไม่มีความเคลื่อนไหวของเงินทุนเลยทำให้ภาพรวมกองทุน Altcoins ทั้ง 11 กองทุน ปิดวันด้วยยอดเงินลงทุนไหลออกสุทธิรวม 1.66 ล้านดอลลาร์ โดยมีมูลค่าสินทรัพย์รวมกันอยู่ที่ 3.55 พันล้านดอลลาร์
แม้การเทขายในเซสชันนี้จะรุนแรง แต่กองทุนทั้ง ETH และ BTC ยังคงรักษาสถานะเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิสะสมในเดือนกันยายนไว้ได้ โดยกองทุน Bitcoin มียอดบวกสะสม 17.1 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum อยู่ที่ 307.4 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ตลาดกำลังจับตาการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟด ในวันพุธนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งถูกยกให้เป็นแบบทดสอบเชิงนโยบายการเงินครั้งสำคัญครั้งที่สอง ภายในช่วงเวลาเพียง 24 ชั่วโมง
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน : แรงกดดันรอบนี้เป็นปฏิกิริยาระยะสั้นต่อความผิดหวังทางการเมือง มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงยาว ตัวแปรที่สำคัญกว่าตอนนี้คือ ผลการประชุม Fed ในวันพุธ ถ้าออกมาในทางที่ตลาดคาดหวัง เม็ดเงินที่เพิ่งไหลออกไป ก็มีโอกาสไหลกลับเข้ามาได้ไม่ยาก แต่ถ้า Fed ส่งสัญญาณ hawkish เกินคาด ก็อาจเห็นแรงเทขายซ้ำเติมต่อเนื่องในสัปดาห์นี้

