สรุปข่าว
- Visa ประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมว่า ระบบชำระเงินด้วย Stablecoin ผ่าน Visa Direct ขยับจากขั้นทดลองไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยมี Inyo Global เป็นผู้ให้บริการรายแรก
- ธุรกิจที่เข้าเกณฑ์สามารถเติมเงินล่วงหน้าด้วย USDC เพื่อรองรับการจ่ายเงินข้ามพรมแดนได้เกือบเรียลไทม์ โดยเครือข่าย Visa Direct ครอบคลุมจุดหมายปลายทางในกว่า 180 ประเทศ
- การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า Stablecoin กำลังเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินจริงมากขึ้น แต่บริการยังไม่ได้เปิดให้ผู้ใช้ทุกคนทั่วโลกเข้าถึงได้โดยอัตโนมัติ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bullish
การนำ USDC เข้าสู่ระบบการชำระเงินระดับโลกของ Visa เป็นสัญญาณบวกต่อการยอมรับ Stablecoin ในภาคธุรกิจ เพราะช่วยเพิ่มช่องทางการใช้งานจริงและลดข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายเงินข้ามประเทศ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคา Bitcoin และเหรียญคริปโตอื่น ๆ ในระยะสั้นอาจไม่เกิดแรงส่งแรงหนุนใด ๆ เกิดขึ้น เนื่องจากข่าวนี้มุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินมากกว่าการเข้าซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อเก็งกำไร
Visa ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินระดับโลก ประกาศเปิดใช้งานความสามารถด้าน Stablecoin ผ่านเครือข่าย Visa Direct ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ หลังจากทดลองระบบมาตลอดปีที่ผ่านมา โดยร่วมมือกับ Inyo Global ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน ซึ่งเปิดทางให้ธุรกิจที่เข้าเกณฑ์สามารถเติมเงินล่วงหน้าด้วย USDC เพื่อรองรับการจ่ายเงินข้ามพรมแดนได้เกือบเรียลไทม์ ขณะที่เครือข่าย Visa Direct สามารถส่งเงินไปยังจุดหมายปลายทางในกว่า 180 ประเทศ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้ Stablecoin เข้าใกล้การเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินโลกมากขึ้น
จากโครงการทดลองสู่การใช้งานจริง
Visa ระบุเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 ว่าความสามารถด้าน Stablecoin ของ Visa Direct กำลังเปลี่ยนผ่านจากขั้นทดลองไปสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์ โดยมี Inyo Global เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่นำระบบดังกล่าวมาใช้งานจริง
Inyo Global เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการโอนเงิน, บริษัทฟินเทค, ธนาคารและธุรกิจด้านการชำระเงิน โดยได้ผสานระบบเติมเงินล่วงหน้าด้วย Stablecoin เข้ากับแพลตฟอร์มของตนเอง เพื่อให้ลูกค้าที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขสามารถเลือกใช้ USDC สำหรับเตรียมเงินที่จะนำไปจ่ายเงินข้ามประเทศได้
ข้อดีสำคัญคือ ธุรกิจไม่จำเป็นต้องพึ่งพารอบเวลาการเติมเงินแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว เพราะระบบ Stablecoin สามารถช่วยให้เงินทุนพร้อมใช้งานได้รวดเร็วขึ้นและยืดหยุ่นกว่าเดิม
ทำไม USDC ถึงช่วยให้การโอนเงินรวดเร็วขึ้น?
ระบบการชำระเงินข้ามประเทศแบบดั้งเดิมมักมีข้อจำกัดจากเวลาทำการของธนาคาร ขั้นตอนการชำระบัญชี และการบริหารเงินทุนที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าในแต่ละประเทศ ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจต้องสำรองเงินสดจำนวนมากเพื่อรองรับการจ่ายเงินให้ลูกค้า พนักงาน หรือคู่ค้า
การใช้ USDC ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยให้ธุรกิจมีอีกทางเลือกในการเติมเงินสำหรับรองรับการจ่ายเงิน โดยธุรกรรมบนโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนสามารถดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ความเร็วในการจ่ายเงินจริงยังขึ้นอยู่กับกระบวนการของผู้ให้บริการ, เงื่อนไขการใช้งานและระบบปลายทางด้วย
Visa Direct มีเครือข่ายรองรับการจ่ายเงินในกว่า 180 ประเทศผ่านการเชื่อมต่อกับพาร์ตเนอร์และช่องทางการชำระเงินต่าง ๆ ทำให้การผสาน Stablecoin เข้ากับระบบนี้มีโอกาสช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจที่ต้องจ่ายเงินข้ามประเทศเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม การประกาศครั้งนี้เน้นไปที่การเติมเงินล่วงหน้าด้วย USDC เพื่อรองรับการจ่ายเงินผ่าน Visa Direct ไม่ได้หมายความว่าผู้รับเงินทุกคนในกว่า 180 ประเทศจะได้รับ USDC เข้า wallet คริปโตโดยตรงได้ทันที
Visa กำลังเร่งขยายบทบาทในตลาด Stablecoin
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของ Visa ที่ต้องการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานการเงินแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชน
ก่อนหน้านี้ Visa ได้เริ่มโครงการนำร่องด้านการเติมเงินล่วงหน้าด้วย Stablecoin และการจ่ายเงินไปยังกระเป๋า Stablecoin ตั้งแต่ปี 2025 ก่อนจะขยายความร่วมมือกับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานหลายราย รวมถึง Zero Hash และ BVNK ในปี 2026
นอกจากนี้ Visa ยังเดินหน้าขยายระบบชำระบัญชีด้วย Stablecoin โดยในเดือนเมษายน 2026 บริษัทประกาศเพิ่มบล็อกเชนอีก 5 เครือข่ายเข้าสู่โครงการชำระบัญชีด้วย Stablecoin ทำให้รองรับรวม 9 เครือข่าย และมีมูลค่าการชำระบัญชีต่อปีในอัตราประมาณ $7,000 ล้านในช่วงเวลาที่ประกาศ
แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนว่า Visa ไม่ได้มอง Stablecoin เป็นเพียงสินทรัพย์สำหรับซื้อขายในตลาดคริปโต แต่กำลังนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับการบริหารสภาพคล่อง การชำระบัญชี และการโอนเงินระหว่างประเทศ
การนำระบบเติมเงินล่วงหน้าด้วย USDC ผ่าน Visa Direct มาใช้งานเชิงพาณิชย์ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของอุตสาหกรรม Stablecoin เพราะช่วยเชื่อมเงินดิจิทัลเข้ากับเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกที่มีอยู่แล้ว
ส่วนตัวมองว่าสิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือจำนวนธุรกิจที่นำระบบไปใช้จริง ปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้น และการขยายบริการไปยังพาร์ตเนอร์รายอื่น เพราะหาก Visa สามารถเปลี่ยนการทดลองให้กลายเป็นการใช้งานในวงกว้างได้ Stablecoin ก็อาจมีบทบาทสำคัญในระบบการเงินระหว่างประเทศมากกว่าการเป็นเพียงสินทรัพย์ที่นักลงทุนถือครองในตลาดคริปโต
ที่มา: Visa, Watcher.Guru

