สรุปข่าว
- ราคา Ethereum (ETH) ร่วงหลุดแนวรับ $2,350 ซึ่งเป็นขอบล่างของกรอบ Sideway ที่ซื้อขายกันมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปัจจุบันอยู่ที่ $2,322.8 ลดลง 3.3% ในรอบ 24 ชั่วโมง
- ปริมาณซื้อขายรายสัปดาห์ซบเซาลงเหลือราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ขึ้นไปในช่วงที่ราคาอยู่ระดับสูงสุด สะท้อนแรงซื้อที่อ่อนแรงลง
- ตลาดจับตาว่าเหรียญ Altcoin และภาคส่วน DeFi ที่ผูกกับระบบนิเวศ Ethereum จะรับแรงกระเพื่อมจากการหลุดกรอบครั้งนี้อย่างไร
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่ราคาหลุดขอบล่างของกรอบซื้อขายพร้อมปริมาณที่ลดลงสะท้อนว่าแรงซื้อที่เข้ามาหลังการดีดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมเริ่มอ่อนกำลัง โครงสร้างระยะยาวยังเป็นขาลงต่อเนื่องจากจุดสูงสุดช่วงปลายปีที่แล้ว
ราคา Ethereum (ETH) ร่วงหลุดแนวรับ $2,350 ในวันที่ 24 ต.ค. 2569 ซึ่งเป็นขอบล่างของกรอบ Sideway ที่ราคาเคลื่อนไหวอยู่นับตั้งแต่การดีดตัวแรงในเดือนสิงหาคม ปัจจุบัน ETH ซื้อขายที่ $2,322.8 ลดลง 3.3% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยราคาแกว่งระหว่าง $2,331.13 ถึง $2,410.86 ก่อนจะหลุดลงมาอยู่ต่ำกว่าช่วงดังกล่าว เป็นการเปลี่ยนจากการแกว่งตัวในกรอบมาเป็นการเคลื่อนไหวที่ยืนยันทิศทางลง และเป็นราคาต่ำสุดนับตั้งแต่ ETH ทะลุขึ้นจากฐาน $1,880 ในเดือนสิงหาคม
ข้อมูล ณ ปัจจุบัน ETH มีมูลค่าตลาด 2.84 แสนล้านดอลลาร์ และปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 7.57 พันล้านดอลลาร์ ราคาปัจจุบันต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงปลายปี 2568 ที่ราว $4,160 ประมาณ 43% และสูงกว่าจุดต่ำสุดของรอบที่ราว $1,569 เมื่อเดือนมิถุนายนอยู่ราว 48%
Ethereum สูญเสียขอบล่างของกรอบที่ยืนมาสองเดือน
หลังทะลุขึ้นจากฐาน $1,850 ถึง $1,950 ในช่วงสัปดาห์ที่ 33 ราคา ETH พุ่งจากราว $1,880 ไปแตะ $2,423 ก่อนขึ้นไปทำจุดสูงสุดของกรอบที่ราว $2,775 ในสัปดาห์ที่ 38 หลังจากนั้นราคาทำจุดสูงสุดต่ำลงเรื่อย ๆ ทั้งรายสัปดาห์และราคาปิด ราคาร่วงจากราว $2,700 ต้นเดือนตุลาคม ลงมาเหลือราว $2,470 ในวันที่ 8 ถึง 9 ต.ค. ด้วยปริมาณซื้อขายหนาแน่น และทุกครั้งที่ดีดตัวก็ถูกเทขายต่อ จนมาถึงการหลุดขอบล่างของกรอบ
ในแง่โครงสร้างตลาด การหลุดขอบล่างของกรอบหมายความว่าราคากลับมาซื้อขายต่ำกว่าช่วงที่เคยเป็นฐานรองรับหลังการดีดตัวเดือนสิงหาคม ซึ่งมักถูกอ่านว่าแรงซื้อที่เข้ามาช่วงนั้นเป็นเพียงการดีดตัวชั่วคราวในแนวโน้มขาลงใหญ่ ปริมาณซื้อขายรายสัปดาห์เฉลี่ยราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าระดับ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ขึ้นไปในช่วงที่ราคาอยู่สูงสุด แสดงว่าการเคลื่อนไหวรอบนี้ไม่ได้มีแรงซื้อใหม่เข้ามาหนุนอย่างชัดเจน
ผลกระทบต่อ Altcoin และการหมุนเวียนเงินในตลาด
ETH เป็นสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของตลาด และเป็นราคาอ้างอิงของ Altcoin จำนวนมาก เมื่อ ETH ร่วง เหรียญที่ผูกกับระบบนิเวศของมันโดยตรงมักถูกกดดันตามไปด้วย โดยเฉพาะโทเคนกลุ่ม Layer 2 ที่รายได้และมูลค่าผูกกับกิจกรรมบนเครือข่าย Ethereum รวมถึงโทเคนกลุ่ม DeFi และ Liquid Staking ที่ใช้ ETH เป็นสินทรัพย์หลักในระบบ
อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือสัดส่วนส่วนแบ่งตลาด (Dominance) ในช่วงที่ตลาดอ่อนแรง เงินทุนมักไหลกลับไปยังสินทรัพย์ใหญ่และ Stablecoin มากกว่าจะกระจายไปยังเหรียญขนาดเล็ก ซึ่งหมายความว่า Altcoin ขนาดกลางและเล็กอาจเผชิญแรงเทขายแรงกว่า ETH เองในช่วงที่สภาพคล่องบางลง ขณะที่เหรียญที่มีแรงหนุนเฉพาะตัว เช่น ข่าวผลิตภัณฑ์หรือการใช้งานจริง อาจเคลื่อนไหวต่างจากตลาดรวมได้ แต่ภาพรวมยังขึ้นกับว่า ETH จะนิ่งหรือไหลลงต่อ
DeFi และระบบนิเวศ Ethereum ที่ต้องจับตา
ใน DeFi มูลค่าที่ถูกล็อกในโปรโตคอล (TVL) ที่วัดเป็นดอลลาร์ผูกกับราคา ETH โดยตรง เพราะสินทรัพย์ค้ำประกันจำนวนมากเป็น ETH หรืออนุพันธ์ของมัน เมื่อราคาลดลง TVL ในรูปดอลลาร์ก็ลดตามโดยอัตโนมัติ แม้จำนวนเหรียญที่ฝากไว้จะเท่าเดิม นอกจากนี้ ตำแหน่งกู้ยืมที่ใช้ ETH ค้ำประกันจะมีระยะห่างจากราคาล้างพอร์ตแคบลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ผู้ใช้โปรโตคอลกู้ยืมต้องติดตามหากราคาผันผวนต่อ
ในแง่เรื่องเล่าของตลาด ช่วงที่ ETH ยืนในกรอบได้ดี นักลงทุนมักพูดถึงการเติบโตของ Layer 2 และกิจกรรมบนเครือข่ายเป็นปัจจัยหนุน แต่เมื่อราคาหลุดกรอบพร้อมปริมาณซื้อขายที่ลดลง ความสนใจมักเปลี่ยนไปที่ความเสี่ยงของสภาพคล่องและความผันผวนแทน ผู้อ่านควรแยกให้ออกระหว่างกิจกรรมจริงบนเครือข่ายที่อาจไม่ได้เปลี่ยนไปมาก กับมูลค่าที่แสดงเป็นดอลลาร์ซึ่งเปลี่ยนตามราคา
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าข่าวนี้ไม่ได้สำคัญที่ตัวเลข $2,350 เอง แต่สำคัญที่มันเป็นขอบล่างของกรอบที่ตลาดใช้เป็นฐานมาสองเดือน เมื่อฐานนั้นหายไปพร้อมปริมาณที่ลดลง ภาพที่เห็นคือแรงซื้อที่เคยเข้ามาหลังเดือนสิงหาคมกำลังจางลง ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างระยะยาวที่ยังเป็นขาลง
สิ่งที่ผมจะจับตาต่อมี 3 เรื่อง คือ ราคาจะกลับขึ้นไปยืนเหนือกรอบเดิมได้อีกหรือไม่ ปริมาณซื้อขายจะกลับมาหนาแน่นขึ้นหรือยังเงียบต่อ และ Altcoin ที่ผูกกับ Ethereum จะเคลื่อนไหวแรงกว่า ETH ไหม เพราะเหรียญเหล่านี้มักสะท้อนความเสี่ยงของตลาดได้ชัดกว่า ใครที่ติดตามตลาดอยู่ก็ควรดูภาพรวมทั้งหมดนี้ควบคู่กัน ไม่ใช่ดูแค่ราคาเหรียญเดียว
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
