สรุปข่าว
- Ansem เทรดเดอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เปลี่ยนมุมมองเป็นขาลงต่อ Bitcoin และ Ethereum หลังทั้งคู่หลุดโครงสร้างขาขึ้นในกรอบระยะกลาง
- จุดเฝ้าระวังอยู่ที่ 82,000 ดอลลาร์ สำหรับ Bitcoin และ 2,400 ดอลลาร์สำหรับ Ethereum หากหลุดระดับนี้ อาจเกิดแรงเทขายหนัก
- ต้นเหตุมาจากสัญญาณอ่อนแรงในหุ้นเทค และ AI ประกอบกับการประชุม FOMC วันที่ 28 ตุลาคม แต่ Ansem ยังไม่ได้มองลบในระยะยาว
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish
ความเห็นของเทรดเดอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก มักกระตุ้นให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น และยิ่งมาพร้อมกับปัจจัยมหภาคที่ใกล้เข้ามา แรงกดดันระยะสั้นจึงมีน้ำหนักค่อนข้างมาก
Ansem เทรดเดอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของวงการคริปโทฯ ล่าสุดได้เปลี่ยนมุมมองเข้าสู่ภาวะขาลงอย่างเต็มตัว สำหรับ Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH)
โดยเขาออกโรงเตือนว่า สินทรัพย์ชั้นนำทั้งสองตัวนี้ ได้หลุดโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นในไทม์เฟรมระยะกลางไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดแรงเทขายอย่างรุนแรงตามมา หากราคา Bitcoin หลุดต่ำกว่าระดับ 82,000 ดอลลาร์ หรือ Ethereum ร่วงหลุดแนวรับสำคัญที่ 2,400 ดอลลาร์
นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นว่า การมองตลาดคริปโทฯ ในแง่บวกเวลานี้ ถือเป็นการเล่นแบบสวนกระแสตลาดอย่างแท้จริง เพราะบรรยากาศการลงทุน และความเชื่อมั่นโดยรวมในปัจจุบันซบเซา และย่ำแย่ที่สุดในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่ที่เขาเริ่มก้าวเข้าสู่วงการนี้มาเลยทีเดียว
สัญญาณจบรอบหุ้นเทค-AI และแรงกดดันจากการตัดสินดอกเบี้ยของ Fed
เหตุผลหลักที่ทำให้ Ansem พลิกกลับมามอง Bitcoin ในเชิงลบเวลานี้ มีต้นตอมาจากการวิเคราะห์กราฟเทคนิคในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นสำคัญ โดยเขามองว่า หุ้นกลุ่ม AI ที่เคยเป็นตัวนำตลาด ได้ผ่านจุดพุ่งทะยานสูงสุดรอบสุดท้ายไปแล้ว ก่อนจะเริ่มทำจุดสูงสุดใหม่ที่ต่ำลงเรื่อยๆ จนหลุดแนวโน้มขาขึ้น
ขณะเดียวกัน หุ้นบิ๊กเทคหลายแห่งก็เริ่มหมดแรงวิ่งไปยังจุดสูงสุดตลอดกาล ส่วนกองทุน Invesco QQQ (ดัชนี Nasdaq 100) ก็เกิดสัญญาณทะลุหลอก ซึ่งบ่งชี้ถึงความอ่อนแอของตลาดหุ้น
นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสงสัยถึงความคุ้มค่าของการทุ่มงบมหาศาล เพื่อพัฒนาโมเดล AI ของบริษัทยักษ์ใหญ่ว่า จะสามารถสร้างผลกำไรกลับมาได้อย่างคุ้มค่าจริงหรือไม่ ดังที่เห็นได้จากแรงเทขายหลังการประกาศงบของ Meta ที่ผ่านมา
ประกอบกับในสัปดาห์นี้ยังมีมรสุมจากปัจจัยมหภาค ทั้งการรายงานผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ และการประชุม FOMC เพื่อชี้ขาดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในวันที่ 28 ตุลาคม ซึ่งมุมมองระมัดระวังความเสี่ยงนี้ สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของ Benjamin Cowen ที่ส่งสัญญาณเตือนถึงแนวโน้มเชิงลบของ Bitcoin ในช่วงไตรมาสที่ 4 นี้เช่นเดียวกัน
ย้ำนักพัฒนาต้องเร่งสร้างนวัตกรรมจริง
Ansem ไม่ได้มีมุมมองเชิงลบต่อ Bitcoin ในระยะยาว แต่เขาประเมินว่า ตลาดจะเผชิญกับการปรับฐานย่อตัวลงมาก่อน แล้วจึงจะดีดตัวขึ้นต่อในภายหลัง ขณะที่ช่วงไตรมาสที่ 4 นี้จะเต็มไปด้วยความผันผวนอย่างหนักทั้งฝั่งขาขึ้นและขาลง
ขณะเดียวกัน เขายังมองเห็นโอกาสการเติบโตในบางโปรเจกต์ พร้อมทั้งออกมาวิพากษ์วิจารณ์ชุมชนคริปโทฯ บน X อย่างตรงไปตรงมาว่า นักเทรดส่วนใหญ่มักเอาแต่ตัดพ้อเรื่องมูลค่าตลาด และเพดานราคาของโทเคนที่ลดต่ำลง แต่กลับมีนักพัฒนาเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ตั้งใจสร้างโปรโตคอลที่สามารถใช้งานได้จริง
โดยเขาเคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนสิงหาคมว่า โทเคนของ Pump.fun มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นสู่ 10 อันดับแรกของโลกได้ภายในปี 2028
พร้อมกล่าวสรุปอย่างชัดเจนว่า โทเคนต่างๆ จะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมได้ ก็ต่อเมื่อนักพัฒนาหันมามุ่งมั่นสร้างโปรโตคอลที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และทำให้ผู้คนรู้สึกคุ้มค่าที่จะถือครองในระยะยาว

ที่มา: beincrypto
มุมมองผู้เขียน : มุมมองของ Ansem ที่ยังประเมินว่าสภาวะนี้เป็นเพียงการพักฐานก่อนฟื้นตัว สะท้อนว่า ภาพรวมระยะยาวยังไม่เสียทรง และคำวิจารณ์เกี่ยวกับกลุ่มนักพัฒนายังชี้ให้เห็นว่า ช่วงเวลาที่ตลาดซบเซาคือ บททดสอบสำคัญที่จะช่วยคัดกรองและเผยให้เห็นโปรเจกต์ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

