bitkub-banner

ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐฯ โต 1.8% ต่ำกว่าคาด กดดัน Bitcoin เล็กน้อย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Durable Goods Orders สหรัฐฯ เดือนล่าสุดออกมาที่ 1.8% เทียบกับเดือนก่อนที่ 0% และตลาดคาดไว้ 2% ตัวเลขจึงต่ำกว่าคาดเมื่อเทียบกับตัวเลขหลักที่ประกาศ
  • การลงทุนภาคธุรกิจที่ยังเดินหน้าได้ ทำให้ตลาดมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแรง และ Fed ไม่รีบลดดอกเบี้ย
  • Bitcoin ซื้อขายที่ $80,064 (-0.4%) และ Ethereum ที่ $2,322.23 (-0.3%) ผลกระทบต่อราคาอยู่ในระดับเล็กน้อย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

คำสั่งซื้อที่ยังขยายตัวต่อเนื่องสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไปต่อได้ ทำให้ตลาดลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์มีแนวโน้มปรับขึ้น จึงกดดัน BTC และ ETH เล็กน้อย

Durable Goods Orders (ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ คือสินค้าที่ใช้งานได้นานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เช่น เครื่องจักร รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า) ประจำเดือนล่าสุดออกมาที่ 1.8% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2% แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 0% ข้อมูลประกาศเมื่อวันที่ 27 ต.ค. เวลา 20:30 น. ตามเวลาไทย (8:30 AM EST)

ตลาดคริปโตตอบสนองเพียงเล็กน้อย โดย Bitcoin ซื้อขายที่ $80,064 ลดลง 0.4% ในรอบ 24 ชั่วโมง ส่วน Ethereum อยู่ที่ $2,322.23 ลดลง 0.3% ทั้งคู่ขยับลงเบา ๆ ซึ่งสอดคล้องกับผลกระทบเชิงลบระดับอ่อนจากข้อมูลชุดนี้

Durable Goods Orders บอกอะไรเกี่ยวกับการลงทุนภาคธุรกิจ

ตัวเลขนี้ถือเป็นเครื่องวัดความมั่นใจของภาคธุรกิจ เพราะบริษัทจะสั่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ราคาแพงก็ต่อเมื่อเชื่อว่าความต้องการในอนาคตยังมีอยู่ การเพิ่มขึ้นจาก 0% เป็น 1.8% จึงสะท้อนว่าธุรกิจสหรัฐฯ กลับมาลงทุนต่อเนื่อง แม้ตัวเลขหลักจะต่ำกว่าคาดอยู่เล็กน้อย

ข้อควรระวังคือตัวเลขหลักมักแกว่งแรงจากคำสั่งซื้อเครื่องบินของ Boeing ในแต่ละเดือน สัญญาณที่แท้จริงของการลงทุนภาคธุรกิจอยู่ที่คำสั่งซื้อสินค้าทุนหลัก (Core Capital Goods) ซึ่งตัดภาคกลาโหมและอากาศยานออกไปแล้ว ผู้อ่านควรติดตามตัวเลขส่วนนี้ควบคู่กันเพื่อดูภาพที่ชัดกว่า

ทำไมเศรษฐกิจที่แข็งแรงจึงกดดันคริปโต

ลำดับเหตุการณ์ค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่อธุรกิจลงทุนต่อเนื่อง เศรษฐกิจก็ยังขยายตัว Fed จึงไม่มีแรงกดดันให้รีบลดดอกเบี้ย ตลาดจึงปรับลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์ปรับขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปไม่เป็นผลดีกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง BTC และ ETH

อย่างไรก็ตาม ขนาดของผลกระทบครั้งนี้ไม่ใหญ่ เพราะตัวเลขหลักออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ และราคาคริปโตมักถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยอื่นพร้อมกัน ทั้งการไหลเข้าออกของเงินทุนและข่าวนโยบาย

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

นักลงทุนควรติดตามผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และดัชนีดอลลาร์ในช่วงถัดไป หากทั้งสองปรับขึ้นต่อเนื่อง แรงกดดันต่อ BTC และ ETH อาจยืดเยื้อกว่าที่เห็นในวันนี้ ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจชุดต่อไป โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน จะช่วยยืนยันว่าเส้นทางดอกเบี้ย Fed จะเป็นอย่างไร


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าข้อมูลชุดนี้ไม่ได้เป็นตัวเปลี่ยนเกมอะไร ราคาขยับลงแค่ไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ ซึ่งบอกว่าตลาดแทบไม่ตกใจ สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือภาพรวมที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ชะลอตัวชัดเจน ทำให้เรื่องลดดอกเบี้ยอาจต้องรอนานกว่าที่หลายคนหวัง

สำหรับคนที่ติดตามตลาดอยู่ ผมแนะนำให้ดูตัวเลขสินค้าทุนหลักมากกว่าตัวเลขหลัก เพราะ Boeing ทำให้ภาพบิดเบี้ยวได้ง่าย และอย่าลืมว่าราคา Bitcoin ที่ $80,000 ยังขึ้นกับปัจจัยอื่นอีกมาก ข้อมูลชุดเดียวไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจ

ภาพจาก AI

📅 ผู้ที่สนใจดูปฏิทินเศรษฐกิจ สามารถดูได้ที่นี่