bitkub-banner

Binance ทยอยเปิดถอนคริปโต เริ่มจาก Bitcoin หลังถูกแฮกกว่า $6 พันล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Binance เริ่มเปิดให้ลูกค้าถอนเงินคริปโตอีกครั้งเป็นระยะ หลังเหตุแฮ็กที่มีมูลค่าความเสียหายสูงเป็นประวัติการณ์ราว $6.3 พันล้าน
  • การเปิดถอนระยะแรกเริ่มต้นที่ Bitcoin ก่อน ส่วนสินทรัพย์อื่นจะทยอยเปิดตามมาในระยะถัดไป
  • สิ่งที่ต้องจับตาคือกำหนดการเปิดถอนสินทรัพย์อื่น ความคืบหน้าในการติดตามเงินที่ถูกขโมย และความเชื่อมั่นของผู้ใช้ต่อกระดานเทรด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การเปิดถอนเป็นระยะช่วยลดความตื่นตระหนกได้บางส่วน แต่ความเสียหายระดับ $6.3 พันล้านที่เกิดกับกระดานเทรดรายใหญ่ที่สุดของโลกยังสะเทือนความเชื่อมั่นของตลาดโดยรวม และอาจกดดันราคาต่อเนื่องหากผู้ใช้ทยอยย้ายสินทรัพย์ออกจากกระดานเทรด

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk Binance เริ่มเปิดให้ลูกค้าถอนเงินคริปโตอีกครั้งแบบเป็นระยะ หลังเหตุแฮ็กที่ถูกระบุว่าเป็นเหตุโจรกรรมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วยมูลค่าราว $6.3 พันล้าน โดยระยะแรกของการเปิดถอนเริ่มต้นที่ Bitcoin ก่อน ปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายอยู่ราว $78,022 ส่วน BNB อยู่ที่ราว $713.13

ทำไมต้องเริ่มที่ Bitcoin

การเลือกเปิดถอน Bitcoin เป็นสินทรัพย์แรกสอดคล้องกับแนวทางทั่วไปของกระดานเทรดที่เพิ่งผ่านเหตุวิกฤต เพราะ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงสุดและมีผู้ถือจำนวนมากที่สุด การเปิดถอนสินทรัพย์นี้ก่อนจึงช่วยคลายแรงกดดันจากลูกค้าส่วนใหญ่ได้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่มีในขณะนี้ยังไม่ได้ระบุกำหนดการที่ชัดเจนของระยะถัดไป

ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด

Binance เป็นกระดานเทรดที่นักลงทุนไทยจำนวนมากใช้งาน เหตุแฮ็กครั้งนี้จึงมีน้ำหนักมากสำหรับตลาดในประเทศด้วย ก่อนหน้านี้ตลาดเพิ่งเผชิญแรงขายหนัก โดย Siam Blockchain รายงานว่า ตลาดโลกเลือดสาด สินทรัพย์ทั่วโลกสูญมูลค่ากว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ใน 1 วัน Bitcoin ร่วงหลุด $78,000 ซึ่งทำให้บรรยากาศการลงทุนเปราะบางอยู่แล้วเมื่อเกิดเหตุแฮ็กซ้ำเข้ามา

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Binance เร่งซื้อคืนสินทรัพย์ที่ถูกขโมยผ่านตลาดและระบบ OTC ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามกู้สถานการณ์ในหลายด้านพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีรายงานเรื่อง CZ เบรกดราม่า ลั่นไม่อยากทะเลาะกับ Elon Musk ชวนรวมพลังสู้แฮกเกอร์เกาหลีเหนือแทน ที่ชี้ให้เห็นทิศทางการรับมือของผู้บริหารต่อเหตุครั้งนี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเปิดถอนเป็นระยะเป็นก้าวที่ถูกต้อง เพราะการที่ผู้ใช้เอาเงินออกได้จริงคือสิ่งที่ช่วยกู้ความเชื่อมั่นได้เร็วที่สุด แต่ตัวเลข $6.3 พันล้านไม่ใช่เรื่องเล็ก และเรื่องนี้เตือนใจอีกครั้งว่าการเก็บสินทรัพย์ทั้งหมดไว้ที่กระดานเทรดเดียวมีความเสี่ยงเสมอ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือกำหนดการเปิดถอนสินทรัพย์ตัวอื่น ผลสอบสวนต้นเหตุของการแฮ็ก และว่าผู้ใช้จะทยอยย้ายเงินออกจากกระดานเทรดมากน้อยแค่ไหน ซึ่งอาจกระทบแรงซื้อขายในตลาดช่วงต่อไป

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI