สรุปข่าว
- ZachXBT เปิดเผยว่า องค์กรในสหภาพยุโรปต้องสงสัยว่าถูกขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลรวมกว่า 106 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,575 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็น USDC และ USDT
- แฮกเกอร์ฟอกเงินด้วยการแปลงเป็น ETH ก่อนผ่านบริการแลกเหรียญทันที และแพลตฟอร์มข้ามเชน แล้วจบที่ Monero เพื่อลบร่องรอย
- ZachXBT ประเมินว่า โอกาสที่จะเป็นฝีมือ Lazarus Group ต่ำมาก ขณะที่ Mercado Bitcoin และ BTCPay Server ก็เจอเหตุการณ์แฮกในช่วงเดียวกัน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish
เหตุการณ์แฮกอย่างต่อเนื่องหลายเคสในสัปดาห์เดียว กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนคริปโทฯในระยะสั้น แม้เงินที่ถูกขโมยจะไม่ใช่เงินทุนก้อนใหญ่ เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดรวม แต่แรงกดดันด้านความมั่นใจต่อกระดานเทรดและโครงสร้างพื้นฐานคริปโทยังคงอยู่ ส่วน Monero อาจได้รับความสนใจจากการเป็นปลายทางของเงินที่ถูกฟอก
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ZachXBT นักสืบสวนและผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะรอยข้อมูลบนบล็อกเชนชื่อดัง ได้เปิดเผยรายงานระบุว่า มีองค์กรแห่งหนึ่งในสหภาพยุโรป (EU) ต้องสงสัยว่า ตกเป็นเหยื่อการถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 106 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,575 ล้านบาท
แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยชื่อองค์กรผู้เสียหายอย่างเป็นทางการก็ตาม โดยหลักฐานเส้นทางการเงินบ่งชี้ว่า เงินทุนก้อนโตดังกล่าวถูกแอบถอนออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน จากบัญชีบนกระดานเทรดแบบ Centralized หลายแห่งที่องค์กรแห่งนี้ถือครองอยู่ ซึ่งสินทรัพย์ส่วนใหญ่ที่ถูกดูดออกไป อยู่ในรูปของเหรียญสเตเบิลคอยน์ยอดนิยมอย่าง USDC และ USDT
เส้นทางฟอกเงินสุดแนบเนียน แปลงสู่ Monero ลบร่องรอยธุรกรรม
ZachXBT นักสืบข้อมูลบนบล็อกเชน ได้เปิดเผยกลวิธีการฟอกเงินของแฮกเกอร์ โดยพบว่า มีการนำเหรียญ USDC ไปแลกเปลี่ยนเป็น Ethereum (ETH) ก่อนโอนผ่านบริการแลกเปลี่ยนเหรียญแบบทันที อย่าง WellWallet และ Kyrrex จากนั้นจึงแปลงไปสู่ Monero (XMR) ผ่านแพลตฟอร์มข้ามเชนอย่าง Wagyu เพื่อกระจายเงินไปยังหลากหลายเครือข่ายบล็อกเชน
ทั้งนี้ Monero ถือเป็นเหรียญที่เน้นความเป็นส่วนตัว สามารถปกปิดข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ และยอดเงินได้อย่างสมบูรณ์ จึงมักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการลบร่องรอยทางการเงิน
ที่น่าสนใจคือ แม้เหตุการณ์โจมตีองค์กรในยุโรปครั้งนี้ จะเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับคดีแฮก Binance มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ที่ทาง FBI ชี้ว่า เป็นฝีมือของเกาหลีเหนือ แต่ ZachXBT ประเมินจากรูปแบบและพฤติกรรมการเคลื่อนย้ายเงินแล้วว่า มีโอกาสต่ำมากที่จะเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์ Lazarus Group จากเกาหลีเหนือ
คลื่นการโจมตีทางไซเบอร์ระลอกใหญ่
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดคริปโทฯ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์คุกคามความปลอดภัยติดต่อกันหลายระลอก โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน Mercado Bitcoin กระดานเทรดเบอร์ใหญ่ของบราซิล ได้ประกาศระงับระบบฝาก-ถอนเงินชั่วคราว หลังตรวจพบความผิดปกติในระบบ ซึ่งแม้ทางบริษัทจะยืนยันว่าสินทรัพย์ของลูกค้าปลอดภัยและไม่มีข้อมูลรั่วไหล แต่บริษัทวิเคราะห์ความปลอดภัยบล็อกเชนอย่าง Hypernative กลับประเมินว่า มีเงินไหลออกจากกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับกระดานเทรดแห่งนี้ไปแล้วกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ทีมพัฒนา BTCPay Server ซอฟต์แวร์รับชำระเงินด้วย Bitcoin แบบโอเพนซอร์ส ก็ได้ออกโรงเตือนผู้ใช้งานให้รีบปิดระบบชำระเงินทันที หลังพบรายงานว่า มีเงินถูกขโมยออกจาก Hot Wallet ของผู้ใช้งานจริง
โดยเป้าหมายของการโจมตีคือ เซิร์ฟเวอร์ที่ยังรันเวอร์ชันเก่ากว่า 2.4.1 เวอร์ชันก่อนวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 พร้อมทั้งแนะนำอย่างเร่งด่วนให้ผู้ใช้ที่ยังไม่ได้อัปเดต รีบโอนย้ายเงินทุนทั้งหมดไปยังกระเป๋าเงินใบใหม่ และเปลี่ยนไปติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ เวอร์ชันล่าสุดที่ปลอดภัยทันที
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การที่เหยื่อเป็นองค์กร ที่เก็บเงินก้อนใหญ่ไว้บนกระดานเทรดหลายแห่ง ตอกย้ำว่า ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีบล็อกเชนเสมอไป แต่อยู่ที่การจัดการบัญชีและสิทธิ์เข้าถึง

