สรุปข่าว
- Andrej Majcen ซีอีโอ Bitcoin Suisse เผยว่า บทบาทศูนย์กลางคริปโทของสวิตเซอร์แลนด์ถดถอยลงต่อเนื่อง เพราะภาคการเมืองแทบไม่สนใจอุตสาหกรรมนี้อีกแล้ว
- บริษัทย้ายงานปฏิบัติการไปต่างประเทศ ลดพนักงานในสวิสลง 60 ตำแหน่งจาก 120 ตำแหน่ง หรือ 50% ตามแผนที่ประกาศไว้ เมื่อเดือนกันยายน
- ทิศทางใหม่ของบริษัทคือ การบริหารความมั่งคั่ง สำหรับลูกค้าสถาบันและผู้มีสินทรัพย์สูง
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของศูนย์กลางคริปโทแห่งหนึ่ง แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่กระทบอุปสงค์และอุปทานของตลาดโดยตรง ผู้เล่นรายใหญ่ยังย้ายฐานไปประเทศที่กฎหมายชัดเจนกว่า เงินทุนและธุรกิจจึงไม่ได้หายไปจากอุตสาหกรรม เพียงเปลี่ยนที่ตั้ง ผลต่อราคาจึงน่าจะจำกัด
Andrej Majcen ซีอีโอของ Bitcoin Suisse ผู้ให้บริการทางการเงินด้านคริปโทฯ ชั้นนำจากเมืองซุก (Zug) เปิดเผยผ่านสำนักข่าวการเงิน AWP ว่า บทบาทของสวิตเซอร์แลนด์ในการเป็นศูนย์กลางคริปโทฯ ระดับโลกเริ่มถดถอยลงอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาคการเมืองแทบไม่ให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมนี้อีกต่อไป อีกทั้งผลการศึกษาด้านการยอมรับคริปโทฯ และการพัฒนากรอบกฎหมายทั่วโลกยังชี้ว่า สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ติดอันดับกลุ่มประเทศผู้นำอีกแล้ว
ด้วยเหตุนี้ Bitcoin Suisse ซึ่งถือเป็นเสาหลักแห่ง “Crypto Valley Zug” จึงตัดสินใจย้ายสายงานปฏิบัติการ และตำแหน่งงานหลายส่วนออกไปยังต่างประเทศ พร้อมทั้งเดินหน้าปรับลดพนักงานในสวิตเซอร์แลนด์ลงถึง 60 ตำแหน่ง จากทั้งหมด 120 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 50% ตามแผนที่เคยประกาศไว้ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ปรับโฟกัสสู่การบริหารความมั่งคั่งสถาบัน และลดภาระต้นทุนดำเนินงาน
Bitcoin Suisse กำลังเดินหน้าปรับเปลี่ยนตำแหน่งทางการตลาด สู่การเป็น “ผู้ให้บริการทางการเงินระดับสากล” โดยเบนเข็มไปโฟกัสที่ธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง สำหรับกลุ่มลูกค้าสถาบัน และบุคคลที่มีสินทรัพย์สูงเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการรัดเข็มขัด และลดต้นทุนครั้งใหญ่
Majcen ระบุว่า ในระยะยาว โครงสร้างต้นทุนการดำเนินงานที่สูงลิ่ว ในสวิตเซอร์แลนด์ไม่ตอบโจทย์ความอยู่รอดและการเติบโตของธุรกิจอีกต่อไป บริษัทจึงตัดสินใจย้ายงานสนับสนุนส่วนหลังบ้าน ไปยังสำนักงานในกรุงบราติสลาวา ประเทศสโลวาเกีย ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านแรงงานได้มากกว่าเดิมถึง 60% ถึง 70%
ย้อนรอยยุครุ่งเรืองของ Crypto Valley สู่ภาวะชะงักงันในปัจจุบัน
ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 2010 เมืองซุก (Zug) เคยเป็นศูนย์กลางของโลกคริปโทฯ ภายใต้ชื่อ “Crypto Valley” โดยความสำเร็จจากการระดมทุนขายโทเคนของ Ethereum Foundation ที่มี Bitcoin Suisse คอยหนุนหลัง ได้กลายมาเป็นต้นแบบของกระแสฟีเวอร์การระดมทุนผ่าน ICO ในปี 2017 ซึ่งดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์เข้าสู่วงการ
ในยุครุ่งเรืองนั้นไม่ว่าจะเดินเข้าร้านอาหารไหนในเมืองซุก ก็มักจะได้พบปะพูดคุยกับผู้คนในแวดวงคริปโทฯ อยู่เสมอ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทั้งคณะรัฐมนตรีสวิส และหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงิน (FINMA)
แต่ตลอดช่วง 5–6 ปีที่ผ่านมา สวิตเซอร์แลนด์กลับแทบไม่มีความคืบหน้าเชิงนโยบายใหม่ๆ และปล่อยให้เรื่องคริปโทฯ หลุดลอยไปจากวาระสำคัญระดับชาติ
ขณะที่นานาชาติต่างเร่งคลอดกฎหมายกำกับดูแลขึ้นมาแข่งขันอย่างดุเดือด ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการควบรวมกิจการครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างธนาคาร UBS และ Credit Suisse ความสนใจของรัฐสภาสวิสก็ถูกดึงไปจัดการกับปัญหาเสถียรภาพของระบบการเงินดั้งเดิม จนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้กับประเด็นสินทรัพย์ดิจิทัลอีกต่อไป
ที่มา : swissinfo
มุมมองผู้เขียน : กรณีของ Bitcoin Suisse เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่า ความได้เปรียบจากการเป็นผู้บุกเบิกในยุคแรกไม่ได้รับประกันความเป็นผู้นำในระยะยาว เมื่อประเทศคู่แข่งเร่งพัฒนากรอบกฎหมายที่เอื้อต่อการลงทุน ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์เริ่มชะลอตัวและลดความสำคัญต่ออุตสาหกรรมนี้ลง ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเห็นบริษัทคริปโทฯ ทยอยย้ายฐานการดำเนินงาน และบุคลากรออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง

