bitkub-banner

Ethereum ร่วง 2% เหลือราว $2,220 ใกล้ต่ำสุดรอบ 24 ชั่วโมง หลังถูกเทขายกลับ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Ethereum ร่วง 2.04% มาอยู่ที่ $2,219.23 ใกล้ต่ำสุดรอบ 24 ชั่วโมงที่ $2,208.54 โดยรอบ 24 ชั่วโมงลดลงแล้ว 8.26%
  • การพุ่งขึ้นไป $2,443 เมื่อวันที่ 4 ถึง 5 พ.ย. ถูกขายกลับลงมาทั้งหมด ทำให้ราคากลับมาอยู่ที่ฐานของกรอบที่แกว่งตัวมาเกือบสัปดาห์
  • ต้องจับตาว่าราคาจะยืนในกรอบเดิมได้หรือไม่ และกระแสเงินในตลาดจะยืนยันฝั่งไหน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้ต่ำสุดของวัน หลังความพยายามดีดตัวขึ้นไปไม่สำเร็จ ภาพรวมระยะกลางและระยะยาวยังเป็นขาลง จึงยังเอนเอียงไปทางลบ แต่การแกว่งตัวในกรอบแคบทำให้ยังไม่อาจสรุปได้ว่าขาลงรอบใหม่เริ่มต้นแล้ว

ราคา Ethereum (ETH) ร่วง 2.04% ณ วันที่ 6 พ.ย. 2569 มาอยู่ที่ $2,219.23 โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาราคาสูงสุดอยู่ที่ $2,431.91 และต่ำสุดที่ $2,208.54 ลดลงรวม 8.26% มูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.71 แสนล้านดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือราคาที่ไหลลงต่อเนื่อง แต่คำถามคือการร่วงครั้งนี้เป็นสัญญาณขาลงรอบใหม่จริง หรือเป็นเพียงการเทขายหลังพุ่งไม่สำเร็จที่ยังไม่หลุดกรอบเดิม

ตัวเลขการลดลง 8.26% ในรอบ 24 ชั่วโมงดูน่ากังวล แต่ส่วนใหญ่มาจากการที่ราคาพุ่งขึ้นไปใกล้ $2,432 ก่อนถูกกดกลับ จึงเป็นการย้อนกลับของการดีดตัวมากกว่าการทำจุดต่ำสุดใหม่ ราคาปัจจุบันอยู่ในกรอบ $2,236 ถึง $2,310 ที่แกว่งตัวมาเกือบหนึ่งสัปดาห์ และเพิ่งเคลื่อนลงมาแตะขอบล่างของกรอบนั้น

The bull case ทำไมการร่วงรอบนี้อาจไม่ใช่จุดเริ่มต้นของขาลงรอบใหม่

ฝั่งที่มองว่าการร่วงครั้งนี้ยังไม่น่ากลัวมีเหตุผลอยู่หลายข้อ ข้อแรก ราคายังไม่ได้ทำจุดต่ำสุดใหม่ของรอบนี้ ต่ำสุดรอบ 24 ชั่วโมงที่ $2,208.54 ยังอยู่เหนือระดับจิตวิทยา $2,200 เล็กน้อย และราคายังอยู่เหนือจุดต่ำสุดของวัฏจักรเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ราว $1,566 ถึง $1,569 อยู่ประมาณ 40% จึงยังห่างจากโซนที่เคยเกิดการเทขายแบบตื่นตระหนก

ข้อสอง การสะบัดขึ้นไป $2,443 เมื่อวันที่ 4 ถึง 5 พ.ย. แม้จะถูกปฏิเสธ แต่ก็แสดงว่ายังมีแรงซื้อพร้อมเข้ามาเมื่อราคาลงมาใกล้ฐานของกรอบ ในมุมของคนที่เชื่อว่าการแกว่งตัวแคบ ๆ คือช่วงสะสมกำลัง การย้อนลงมาทดสอบขอบล่างอาจเป็นเพียงการเก็บสภาพคล่องก่อนการเคลื่อนไหวครั้งถัดไป

ข้อสาม ปริมาณซื้อขาย 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมงถือว่าสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาด 2.71 แสนล้านดอลลาร์ ผู้ที่มองในแง่ดีอาจตีความว่าแรงขายครั้งนี้ถูกดูดซับด้วยฝั่งผู้ซื้อ ไม่ใช่การไหลลงอย่างไร้แรงต้าน แต่ข้อมูลปริมาณอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าฝั่งใดเป็นผู้ควบคุมเกม

The bear case ทำไมนี่อาจเป็นแค่การพักก่อนลงต่อ

ฝั่งที่มองลบมีข้อมูลโครงสร้างราคาสนับสนุนมากกว่าที่คิด ในภาพใหญ่ ETH อยู่ในขาลงระยะยาวตั้งแต่ 3 พ.ย. 2568 โดยลงมาจากราว $3,400 ถึง $3,579 และในระยะกลางอยู่ในขาลงตั้งแต่ 21 ก.ย. 2569 หลังจากจุดสูงสุดใกล้ $2,775 โดยทำจุดสูงสุดที่ต่ำลงเรื่อย ๆ ไล่จาก $2,726 เป็น $2,535, $2,473 และ $2,423 ราคาปัจจุบันต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือน ก.ย. ราว 20%

โซน $2,400 ถึง $2,500 ที่เคยยืนได้หลายสัปดาห์ถูกทะลุลงมาเมื่อปลายเดือน ต.ค. และตอนนี้ราคาซื้อขายอยู่ใต้โซนนั้น การพุ่งไป $2,443 เมื่อวันที่ 4 ถึง 5 พ.ย. ที่ถูกขายกลับลงมาทั้งหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เป็นรูปแบบที่นักวิเคราะห์สายเทคนิคมักมองว่าเป็นการหลอกขึ้นก่อนกลับลง เพราะแรงซื้อที่ไล่ราคาขึ้นไปไม่มีพลังพอจะรักษาระดับไว้

อีกประเด็นคือราคาที่ถอยกลับมาอยู่ที่ฐานของกรอบทุกครั้งที่ขึ้นไม่ไหว ทำให้ผู้ที่เฝ้าดูตลาดเริ่มตั้งคำถามว่ากรอบที่ดูเหมือนการพักตัวนั้นจริง ๆ แล้วเป็นช่วงที่ผู้ถือเดิมทยอยขายออกหรือไม่ นอกจากนี้การดีดตัวในเดือน ส.ค. ถึง ก.ย. ที่เคยพุ่งขึ้นจาก $1,874 ไปถึง $2,775 ก็ถูกย้อนกลับไปแล้วราว 55 ถึง 60% ซึ่งทำให้เสียงที่เรียกการขึ้นรอบนั้นว่าเป็นเพียงการดีดกลับชั่วคราวมีน้ำหนักมากขึ้น

Critical signals to watch สัญญาณที่จะบอกว่าฉากไหนกำลังเกิดขึ้น

ราคาจะอยู่ในกรอบหรือหลุดออกมา

ตลาดอยู่ในกรอบ $2,200 ถึง $2,445 มานานพอสมควร การเคลื่อนไหวภายในกรอบนี้ถือเป็นความผันผวนปกติ สิ่งที่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่คือการหลุดต่ำกว่า $2,200 หรือ $2,000 อย่างชัดเจน ซึ่งนักวิเคราะห์สายเทคนิคมักมองว่าเป็นจุดที่ต้องระวัง หรือในทางกลับกันคือการยืนเหนือ $2,445 ถึง $2,535 ได้จริง ซึ่งจะเป็นสัญญาณว่าแรงขายอ่อนลง ในตอนนี้ราคายังไม่ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงยังไม่ควรสรุปเกินข้อมูลที่เห็น

ปริมาณซื้อขายบอกอะไร

ควรสังเกตว่าเมื่อราคาลงมาใกล้ฐานของกรอบ ปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นหรือลดลง หากราคาลงแต่ปริมาณแผ่ว มักสะท้อนว่าแรงขายยังไม่รุนแรง แต่ถ้าราคาลงพร้อมปริมาณที่เพิ่มขึ้นชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่ฝั่งขาลงมีน้ำหนักขึ้น

ปัจจัยมหภาคและกระแสเงิน

ในช่วงที่ราคาแกว่งตัวแคบแบบนี้ ข่าวเศรษฐกิจมหภาค เช่น ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตัวเลขเงินเฟ้อ และกระแสเงินเข้าออกกองทุน ETF มักเป็นตัวจุดชนวนให้ราคาตัดสินทิศทาง ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการร่วงครั้งนี้มีสาเหตุเฉพาะเจาะจงจากข่าวใดข่าวหนึ่ง จึงต้องติดตามข้อมูลเหล่านี้ว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมหรือไม่


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลข 2.04% กับ 8.26% ต่างกันมาก และผู้อ่านควรแยกให้ออกว่าตัวเลขไหนบอกอะไร การลดลง 8.26% ในรอบ 24 ชั่วโมงเกิดจากการที่ราคาถูกกดกลับจากยอดที่พุ่งขึ้นไปเอง ไม่ได้แปลว่าตลาดเพิ่งถล่มลงมาจากจุดที่นิ่ง ๆ ใครที่เห็นตัวเลขนี้แล้วตกใจ อาจกำลังมองข้ามบริบทของการแกว่งตัวในกรอบที่เกิดมาเกือบหนึ่งสัปดาห์

ในอีกด้านหนึ่ง ผมก็ไม่อยากให้มองข้ามว่าโครงสร้างใหญ่ยังเป็นขาลง และความพยายามพุ่งขึ้นล่าสุดก็ล้มเหลวอย่างชัดเจน การเชื่อว่าราคาจะดีดกลับเองเพียงเพราะลงมาถึงฐานของกรอบแล้วก็เป็นสมมติฐานที่ตลาดไม่ได้รับประกัน ทั้งฝั่งที่มองบวกและมองลบต่างมีหลักฐานของตัวเอง และราคาตอนนี้ยังไม่ได้ให้คำตอบสุดท้ายกับใครเลย

สิ่งที่ผมคิดว่าน่าคิดที่สุดคือเรามักอ่านการเคลื่อนไหวของราคาผ่านเรื่องเล่าที่เราอยากให้เป็น ถ้าเมื่อวานเราเชื่อว่าตลาดกำลังกลับตัว วันนี้เราจะเห็นการร่วงเป็นโอกาสหรือเป็นสัญญาณเตือน คำตอบอาจสะท้อนตัวเรามากกว่าสะท้อนตลาด คำถามคือเราเลือกมองข้อมูลก่อนแล้วค่อยสร้างข้อสรุป หรือเรามีข้อสรุปอยู่ในใจแล้วจึงเลือกข้อมูลที่เข้าข้างตัวเอง

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI