เมื่อไม่นานมานี้เว็บเทรดคริปโตเบอร์หนึ่งของสหรัฐฯ Coinbase ได้เผยแพร่แถลงการณ์เกี่ยวกับการใช้พลังงานด้านการขุดของ Bitcoin โดยบริษัทอ้างว่า กระบวนการนี้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
Coinbase เขียนระบุว่า “การขุด Bitcoin เป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานค่อนข้างสูง” แต่ถึงกระนั้นบริษัทกล่าวว่า “Bitcoin เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น”
เพื่อโต้แย้งถึงประเด็นนี้ Coinbase ได้ตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทเหมืองขุดได้รับแรงจูงใจในการจัดหาแหล่งพลังงานที่มีต้นทุนต่ำ นั่นหมายความว่าพวกเขามักจะใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนและแหล่งพลังงานส่วนเกินแทนพลังงานสิ้นเปลือง
โดยมีข้อสังเกตว่า ครึ่งหนึ่งของกำลังขุด Bitcoin บนเครือข่ายทั้งหมดล้วนมาจากมณฑลเสฉวนของประเทศจีน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้พลังงานส่วนเกินจากไฟฟ้าพลังน้ำ
สุดท้าย Coinbase ได้ตั้งข้อสังเกตว่าอุตสาหกรรมคริปโตกำลังจัดการการใช้พลังงานผ่านบริษัทต่าง ๆ เช่น Square , Greenridge และ Argo Blockchain ซึ่งเป็นผู้นำในความพยายามส่งเสริมการขุด Bitcoin ด้วยพลังงานสะอาด
Coinbase กล่าวยอมรับว่า Bitcoin ใช้พลังงานมากพอ ๆ กับประเทศนอร์เวย์ แต่ทั้งนี้เว็บเทรดได้ตั้งข้อสังเกตว่า Bitcoin กลับมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าประเทศนอร์เวย์ถึง 2 เท่า
“GDP ของนอร์เวย์อยู่ที่ประมาณ 4 แสนล้านดอลลาร์ [แต่มูลค่าตลาดของ Bitcoin] สูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์” Coinbase เขียนระบุ “การเปรียบเทียบโดยตรงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งสำคัญที่เราต้องจำไว้ก็คือ ทุกสิ่งล้วนใช้พลังงาน”
บริษัทยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า พลังงานที่สูญเสียไปกับอุปกรณ์ภายในบ้านที่ไม่ได้ใช้งานนั้นเทียได้กับการขุด Bitcoin เป็นเวลาอย่างน้อย 1.5 ปี โดยบริษัทกล่าวเสริมว่า Bitcoin ใช้พลังงานน้อยกว่าการขุดทอง, ธนาคารและตู้เอทีเอ็ม
นอกจากนี้ Coinbase ยังโต้แย้งข้อกล่าวหาที่ว่า Bitcoin ใช้พลังงานมากกว่าเครือข่ายการชำระเงินแบบเดิมถึง 14 เท่าสำหรับการประมวลผลธุรกรรม 1 พันล้านรายการ เนื่องจากพลังงานถูกใช้ไปต่อบล็อกไม่ใช่ต่อธุรกรรม มันจึงไม่สามารถนำมาคำนวณหาการใช้พลังงานของ Bitcoin ได้
การขุด Bitcoin สร้างความขัดแย้ง
ความเห็นของ Coinbase เกิดขึ้นไม่นาน หลังจากที่ Tesla ประกาศการตัดสินใจระงับการทำธุรกรรมของ Bitcoin เป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจากการใช้พลังงานด้านการขุดและบริษัทกำลังมองหาทางเลือกอื่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
การตัดสินใจดังกล่าวนั้นทำให้เกิดการถกเถียงกันในวงกว้างเกี่ยวกับเรื่องการขุด Bitcoin และ Coinbase ก็ไม่ใช่องค์กรเดียวที่ออกมาตอบสนองต่อการโต้เถียงเหล่านั้น โดยก่อนหน้านี้ มูลนิธิ Ethereum ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าเครือข่าย Ethereum 2.0 ที่กำลังจะมาถึงจะช่วยลดการใช้พลังงานลงมากกว่าเดิมถึง 99%
ในขณะเดียวกันเว็บเทรดชั้นนำอย่าง FTX และ BitMEX ก็มุ่งมั่นที่จะกลายมาเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนคาร์บอน เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ
