<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้คนเริ่มกังวลกับกฏหมายบิทคอยใหม่ในญี่ปุ่นว่าอาจจะแย่กว่า BitLicense

เมื่อประเทศญี่ปุ่นกำลังเตรียมตัวที่จะประกาศบังคับใช้กฏหมายบิทคอยและผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนภายในประเทศ ส่งผลให้ผู้คนตั้งคำถามมากมายว่ามันจะทำให้บรรยากาศและความอิสระในการใช้บิทคอยย่ำแย่ลงเหมือนกับที่ BitLicense ทำไว้กับเมืองนิวยอร์ค

ในบล็อกล่าสุดของนาย Koji Higashi หรือผู้ก่อตั้งร่วมของ IndieSquare บริษัทผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยและเหรียญคริปโตอื่นๆได้กล่าวว่าเขากังวลและมีคำถามค้างคาใจเยอะมาก ว่ากฏหมายของญี่ปุ่นจะสามารถนำพามาซึ่งผลประโยชน์ระยะยาวให้กับกลุ่มผู้้บิทคอยในญี่ปุ่นได้ และยังได้กล่าวว่ามันอาจจะกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับประเทศอื่นๆ

แต่กระนั้น บิทคอยก็เคยมีชื่อเสียงที่ย่ำแย่มาแล้วในญี่ปุ่น หากยำจำกันได้ดีถึงเหตุการณ์การล่มสลายของเว็บผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้นหรือ Mt. Gox ในปี 2014 เนื่องมาจากการโกงและล้มบนฟูกของเจ้าของบริษัท จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทางรัฐบาลญี่ปุ่นถึงต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดทิศทางกฏหมาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วหน่วยงาน Japanese Financial Services Agency (FSA) ได้ยื่นเรื่องเข้าสภาในการให้ virtual currency ต่างๆถูกกฏหมายและสามารถนำมาใช้จ่ายซื้อสินค้าต่างๆได้เหมือนกับเงินสดทั่วๆไป โดยหลังจากนั้นอีก 1 เดือนต่อมา ร่างที่ว่านี้ได้ผ่านการอนุมัติไปแล้ว

โดยการที่สภานิติบัญญัติของประเทศญี่ปุ่นได้ทำการผ่านร่างกฏหมายสำหรับบิทคอยและ virtual currency อื่นๆ โดยทางบริษัทผู้ที่วางแผนจะเปิดให้บริการแลกเปลี่ยนค่าเงินดิจิตอลทุกชนิดจะต้องทำการลงทะเบียนกับ FSA และปฏิบัติตามกฏหมายเกี่ยวกับเรื่องสิทธิผู้บริโภค (KYC) และการป้องกันการฟอกเงิน (AML) อย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นที่เห็นๆกันว่าทางประเทศญี่ปุ่นนั้นต้องการที่จะปราบปรามผู้ที่ใช้ค่าเงินดิจิตอลในทางที่ผิดกฏหมาย รวมไปถึงปกป้องสิทธิผู้บริโภค โดยมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับบริษัทต่างๆที่คิดจะทำธุรกิจทางด้านนี้ แต่กำลังรอให้ถูกกฏหมายก่อนนั่นเอง

ในบล็อกของนาย Koji ก็ยังกล่าวถึงความสังสัยในตัวร่างกฏหมายว่ามันจะมีผลในการป้องกันกลุ่มมิฉาชีพหลอกลวงทางด้านค่าเงินดิจิตอลมากขนาดไหน

โดยในการให้สัมภาษณ์กับ CCN นาย Koji ได้กล่าวว่าพวกกลุ่มมิฉาชีพมักจะหาวิธีในการหลีกเลี่ยงกฏหมายเพื่อฉ้อโกงผู้คนได้เสมอ

“หลักๆแล้วก็คือเจ้ากฏหมายที่จะออกมาตัวนี้จะช่วยบ่งบอกได้ว่าค่าเงินดิจิตอลตัวไหนปลอดภัยที่จะใช้มัน แต่ผู้คนที่ถูกโกงไปแล้วก็จะยังโดนโกงต่อไป ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเหรียญตัวไหนปลอดภัย แต่เป็นเพราะความโลภที่บังตาพวกเขา จะทำให้พวกมิจฉาชีพใช้จุดนี้มาเอาเปรียบ”

ต้นทุนที่สูงที่มาพร้อมกับกฏหมาย

ในการขอลงทะเบียนที่มาพร้อมกับกฏหมายใหม่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นทำให้ผู้คนถึงกับต้องมีข้อกังขา ซึ่งก็เหมือนกับ BitLicense ถ้าหากคุณต้องการที่จะเปิดธุรกิจใหม่ให้ถูกกฏหมายนั้น คุณจะต้องส่งเอกสารที่ทางรัฐต้องการเสียก่อน

ส่วนในของญี่ปุ่นนี้ ถ้าหากคุณต้องการจะเปิดธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการแลกเปลี่ยน virtual currency ต่างๆนั้น คุณจะต้องมีเงินสำรองในคลังราวๆ 11,256,700 เยน หรือประมาณ 3,490,000 บาท ซึ่งต่างกับ BitLicense ที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมถึง 5,000 ดอลลาร์

มากไปกว่านั้น บริษัททุกบริษัทจะต้องส่งแผนการดำเนินการธุรกิจภายใน 3 ปี รวมไปถึงรายงานทางด้านแผนผังองค์กรที่ละเอียด, เข้าร่วมการประชุ่มกับรัฐบาล, สร้างองค์ความรู้ภายในองค์กรเกี่ยวกับเรื่อง KYC/AML และเก็บข้อมูลลูกค้าทุกคนอย่างละเอียด ไม่ว่าลูกค้ารายนั้นจะมีเงินอยู่ในบัญชีเพียงแค่ 1 เยนก็ตาม

อ้างอิงจากนาย Koji การจะปฏิบัติตามกฏหมายตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จะต้องใช้เงินเป็นจำนวนราวๆ 10,476,000 – 17,450,000 บาท

“มันเป็นเรื่องยากที่จะพูดว่าการลงทะเบียนบริษัทเกี่ยวกับบิทคอยในญี่ปุ่นนั้นจะต้องใช้เงินมากกว่า BitLicense แต่ผมบอกได้เลยว่ามันมากถึงขั้นที่จะทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพใหม่ๆต้องเอามือกุมขมับ และอาจจะทำให้พวกเขาเจ๊งไปเลยก็ได้”

Read previous post:

จากนี้ไปราคา...

Close