<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

GoldMint หรือ Commodity แบบดิจิตอลแห่งยุคอนาคต

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Commodity (สินค้าโภคภัณฑ์) คำนี้เป็นคำที่อธิบายถึงสินค้าอะไรก็ตามที่ไม่มีความแตกต่างเป็นของทั่วไปที่พอพูดถึงแล้วคนจะนึกถึงสิ่งเดียวกัน เช่น ทอง เกลือ ซึ่งคำนี้เป็นศัพท์ที่ค่อนข้างเก่าและใช้ในสมัยก่อนแต่ Commodity ในยุคของ Cryptocurrency มันกลายเป็นสิ่งที่มาแรงเป็นกระแสจนหยุดไม่ได้

โดยสินค้าโภคภัณฑ์นั้น หลักๆแล้วจะถูกแบ่งออกเป็นสามหมวดหมู่ย่อยๆ ได้แก่

  1. กลุ่มโลหะและอัญมณี เช่น ทองคำ เพชร พลอย เหล็ก เงิน ทองแดง อลูมิเนียม นิกเกิล ฯลฯ
  2. กลุ่มสินค้าเกษตร เช่น ยางพารา ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ถั่วเหลือง น้ำตาล เนื้อสัตว์ ฯลฯ
  3. กลุ่มพลังงาน เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมต่างๆ

ในปี 2017 การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์อย่างโลหะหรืออัญมณีที่มีค่า ได้กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นกระแสให้กับใครก็ตามที่ถือ Bitcoin

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่จะมาจากธรรมชาติ  โลหะ พลังงาน หรืออาหาร และคราวนี้มันได้ถูกนำมาผูกมูลค่ากับเงินดิจิตอล เช่นทองคำที่สามารถนำมาผูกมูลค่ากับเงินดิจิตอลได้อย่างดี

มูลค่าของทองคำนั้นจะมีราคาที่ผันผวนน้อย ซึ้งแม้ว่ามันจะมีคุณสมบัติที่ตรงกันข้ามกับ Bitcoin ที่มีราคาที่ผันผวนได้มากในระยะสั้นๆ แต่ปัจจุบันมันก็ยังเป็นหลักประกันให้กับเงินสกุลทั่วไปที่ใช้ในปัจจุบัน

“คนทั่วไปนั้นนิยมที่จะถือหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงและรับประกันจากทองคำ เนื่องจากเงินสกุลท้องถิ่นนั้นมักจะมีมูลค่าลดลงโดยนำไปเทียบกับค่าเงินดอลลาห์ ซึ่งการใช้เทคโนโลยี Blockchain จะทำให้ระบบการซื้อขายนั้นโปรงใสสำหรับคนทุกคน”

กล่าวโดยนาย Dmitry Pluschevsky หรือ CEO ของ GoldMint 

มันถูกรับรองโดยทองคำ

จากการเติบโตของวงการ Cryptocurrency ทำให้ startup มากมายที่มีความคิดที่ในการนำเอาเงินดิจิตอลมาผูกกับโลหะมีค่าในการดึงดูดนักลงทุนแทนที่จะใช้ตัวแทนจำหน่ายหรือโบรคเกอร์

GoldMint เป็นบริษัทที่กำลังมีจุดยืนในตลาดนี้โดยการทำการตลาดร่วมกับร้านรับจำนำและร้านค้าทองและอัญมณีรายย่อย โดยนำเสนอรูปวิธีการเก็บรักษาแะแลกเปลี่ยนทองคำโดยนำมันมาผูกกับเงินดิจิตอลที่ชื่อว่า GOLD

ระบบนี้จะพยายามนำขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับคนออกไปเพื่อทำให้มันมีความโปรงใสและถูกต้องโดยใช้ พลังของเทคโนโลยี Blockchain ร่วมกับเครื่องมือที่ชื่อว่า CustyBot ที่จะเก็บบันทึกข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ในทุกขั้นตอน

โดยเครื่อง CustyBot นี้จะทำให้ร้านค้าต่างๆ สามารถตรวจสอบมูลค่าของทองคำได้โดยปราศจาก นายหน้า ตัวแทน องกรณ์ หรือบุคคลที่สาม โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Blockchain ในการเก็บข้อมูล

[rsnippet id=”1″ name=”AdSense In-article ad 1″]

“เราคิดว่าการตรวจสอบมูลค่าของสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity) ที่เป็นสิ่งรองรับโทเคนนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก”

กล่าวโดย CTO Konstantin Pichugin

โดยเขายังเสริมอีกว่า

“ลองจินตนาการดูว่าถ้ามันไม่มีวิธีการตรวจสอบมูลค่าของสินค้าหรือของชิ้นนั้น นั้นหมายความว่าจะไม่มีใครเข้าใจได้เลยว่าจริงๆแล้วสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity) ที่เรามีนั้นมีมูลค่าเท่าไหร่ นั้นหมายความว่าจะไม่มีใครเชื่อถือในตัวของพวกเรา เช่นเงินดิจิตอลสกุล USDT ซึ่งถูกใช้เฉพาะคนที่สามารถรับความเสี่ยงที่สูงได้”

การนำเงินดิจิตอลมาผูกกับสินค้าโภคภัณฑ์

คอนเซปการนำเงินดิจิตอลมาผูกกับสินค้าโภคภัณฑ์นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ผู้ใช้ Bitcoin นั้นได้ใช้เงินดิจิตอลในการซื้อทองคำหรือเเม้กระทั้งซื้อสินค้าที่จับต้องได้โดยตัดตัวกลางอย่างธนาคารทิ้งไป

MNT Token จะเป็นเหรียญ ERC20 ที่จะถูกปล่อยออกมาใน ICO โดยมีจำนวนจำกัดที่ 10 ล้านเหรียญโดย 1 MNT จะมีราคาที่ 6-8 ดอลลาร์ อีกทั้งเหรียญ MNT จะใช้ในการยืนยันธุรกรรมแบบ Proof of stake ของ GOLD โดยผู้ถือ MNT สำหรับการยืนยันธุรกรรมจะได้รับเงิน 75% ของค่าคอมมิชชั่นของการเทรด GOLD ส่วนอีก 25% จะจ่ายเป็นค่าดูแลระบบ GoldMint ซึ่งโทเคนตรงนี้จะไม่ได้มีการถูกขุดเพิ่มได้เนื่องจากเหรียญทั้งหมดจะถูกสร้างตั้งแต่ต้นไว้แล้ว ซึ่งถ้ามีการหมุนเวียนของ GOLD ในระบบมากผู้ถือ MNT ก็จะได้ผลตอบแทนมากขึ้น โดย GoldMint จะถือโทเคน MNT 2 ล้านเหรียญและอีก 8 ล้านเหรียญจะถูกขายใน ICO ซึ่งก็ได้มีการขายไปแล้ว 3 แสน MNT ใน Pre ICO เมื่อไม่นานมานี้

Goldmint ใช้วิธีเดียวกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์แบบเก่าๆ โดยการใช้ ETFs หรือกองทุนเปิดในการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน

การใช้เทคโนโลยีเป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่และ GoldMint ก็ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการนำ CustyBot มาเก็บข้อมูลทำให้ GoldMint กลายเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการนี้

“เงินดิจิตอล GOLD เหมาะที่จะเป็นสินทรัพย์ที่เป็นเครื่องมือในการลดความเสี่ยงได้” Pluschevsky กล่าว และเขายังเสริมอีกว่า

“ในขณะที่เงินดิจิตอลทั้งหลายมีความผันผวนที่สูงมาก GOLD จะเป็นเงินดิจิตอลที่ถูกรองรับด้วยทองคำและกองทุน ETFs จะมีความผันผวนที่ต่ำมาก”

แม้ว่าโปรเจค GoldMint จะอยู่ในระหว่างพัฒนาแต่ ICO นั้นจะประกาศขายในวันที่ 20 กันยายนที่จะถึงนี้ และจะเป็นการเปิดตัวของ GoldMint ในเวทีโลกรวมถึงการประกาศ Roadmap ของการระดมทุนในไม่กี่ปีถัดไป โดยผู้ลงทุนในช่วงแรกจะได้ Early Bord โบนัสโทเคนในช่วงต้อนของการระดมทุนอีกด้วย

โดยผู้ที่สนใจ ICO ของ GoldMint สามารถที่จะเข้าไปแจ้งอีเมล์เพื่อขอสมัครได้บนเว็บของพวกเขา หรือสามารถที่จะติดตามข่าวสารและรายละเอียดเกี่ยวกับโปรเจคดังกล่าวได้บน Blog ของพวกเขา

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น