<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ก.ล.ต. ไทยเปิดเผยรายชื่อผู้ให้บริการเว็บซื้อขายคริปโต 7 ราย อนุญาตให้ประกอบการได้ตามบทเฉพาะกาล

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) ได้ออกมาประกาศเปิดเผยรายชื่อของผู้ประกอบการด้าน cryptocurrency แล้วทั้งหมด 7 รายในวันนี้ โดยบริษัทดังกล่าวทั้งหมดคือผู้ยื่นคำขออนุญาต “ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล” และสามารถเปิดให้บริการต่อได้ตามบทเฉพาะกาลในระหว่างที่ ก.ล.ต. พิจารณาคุณสมบัติ จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือคำขอถูกปฏิเสธ อ้างอิงจากเว็บไซต์หลักของ ก.ล.ต.

โดยผู้ให้บริการทั้งหมดนั้นประกอบไปด้วย

ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) 5 ราย ได้แก่

  1. บริษัท บิทคอยน์ จำกัด ( BX) เว็บไซต์ : bx.in.th
  2. บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ( BITKUB) เว็บไซต์ : bitkub.com
  3. บริษัท แคชทูคอยน์ จำกัด (Cash2coin) เว็บไซต์ : cash2coins.com
  4. บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TDAX) เว็บไซต์ : tdax.com
  5. บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset) เว็บไซต์ : coinasset.co.th

ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Dealer) 2 ราย ได้แก่

  1. บริษัท คอยส์ ทีเอช จำกัด (Coins TH) เว็บไซต์ : Coins.co.th
  2. บริษัท ดิจิทัลคอยน์ จำกัด (ThaiWM) เว็บไซต์ : thaiwm.com

ประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ถูกบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2561 ซึ่งในขณะนั้นมีผู้ที่ให้บริการเว็บสำหรับซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเปิดกิจการก่อนอยู่แล้ว จึงทำให้พวกเขาต้องยื่นคำขออนุญาตต่อ ก.ล.ต. ภายในกำหนด 90 วัน (ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2561) โดยรายงานเผยว่าผู้ประกอบการเหล่านี้จะ

“สามารถประกอบธุรกิจดังกล่าวต่อไปได้จนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาต”

การเคลื่อนไหวดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรุดหน้าในวงการ cryptocurrency ของประเทศไทยที่เริ่มมีกฎหมายเข้ามากำกับ

โดยก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนเคยรายงานว่า นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า “การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ที่สนใจลงทุนต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และสามารถรับความเสี่ยงในการสูญเงินลงทุนได้ และในกรณีที่มีผู้มาชักชวนให้ลงทุนผู้ลงทุนควรตรวจสอบว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามรายชื่อที่ ก.ล.ต. เปิดเผยไว้หรือไม่ โดยผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่อยู่ในรายชื่อดังกล่าวและประสงค์จะประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถยื่นขอใบอนุญาตต่อ ก.ล.ต. ได้ และจะสามารถประกอบธุรกิจได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง”

ภาพจาก Thai Arbay