<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ทีมแข่งรถ F1 ได้รับการเป็นสปอนเซอร์จากบริษัทด้าน Cryptocurrency

บริษัทด้านการลงทุน cryptocurrency นาม Futurocoin ได้ออกมาประกาศถึงการเซ็นสัญญาสองปีกับทีมแข่ง F1 นามว่า Aston Martin Red Bull Racing Formula One โดยอ้างอิงจากการประกาศนั้น โลโก้ของบริษัทจะขึ้นไปอยู่บนรถ RB15 F1 ที่จะถูกขับโดยนาย Max Verstappen และนาย Pierre Gasly รวมถึงโลโก้จะขึ้นไปประกฎบนชุดของสมาชิกทีมคนอื่น ๆ อีกด้วย

“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การมาของเทคโนโลยี Blockchain และ cryptocurrency นั้นถือเป็นสิ่งที่น่าจดจำมาก และพวกเรารู้สึกยินดีในการเป็นทีม Formula One ทีมแรกของโลกในการถูกสนับสนุนด้วยสิ่งนี้ ผ่านการเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท Futurocoin” กล่าวโดยหัวหน้าทีม Aston Martin Red Bull Racing นาย Christian Horner “สินทรัพย์ดิจิทัลแบบปลอดภัยนั้นกำลังอยู่ในแนวหน้าของการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และทางเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติในครั้งนี้่”

ทีม Aston Martin Red Bull Racing เคยชนะการแข่งขัน F1 ทั้งทีมผู้สร้าง และนักขับในปี 2010-2013 และมีสถิติการชระกรังปรีซ์ทั้งหมด 59 ครั้ง “Cryptocurrency และ Formular One นั้นเหมือนกันมาก และมูลค่าของมันก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะทั้งความเร็ว, เทคโนโลยี และการนำหน้าคนอื่น ๆ” กล่าวโดยผู้ก่อตั้ง นาย Roman Ziemian “ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของรถแข่ง และ F1 ก็มักจะทำให้ผมทึ่งอยู่เสมอ การเข้าไปสปอนเซอร์พวกเขาในครั้งนี้่ถือเป็นมิติใหม่สำหรับบริษัทของเรา และมันจะเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกสำหรับเราในการสร้างการรับรู้สู่ Futurocoin”

กระนั้นดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ F1 กับเหรียญ cryptocurrency จะมาพบกัน

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนเคยรายงานไปแล้วว่านาย Alonso Adopts หรือแชมป์ F1 นั้นได้ใช้เหรียญ KodakCoin ในการปกป้องลิขสิทธิ์ภาพถ่ายของเขา โดยในขณะนั้นเขากล่าวว่า

“เราอยู่ในโลกที่ขับเคลื่อนไปด้วยการกระจายเนื้อหาข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงาน F1 และ WEC ผมตื่นเต้นมากที่รู้ว่าผมสามารถให้รางวัลแก่แฟน ๆ และช่างภาพมืออาชีพในการสร้างสรรค์งานของพวกเขา และเนื้อหาพวกนั้นก็จะได้รับการคุ้มครองอีกด้วย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Read previous post:

จากที่เคยพูดกันติดปากมานักต่อนักว่า Bitcoin นั้นจะช่วยทำให้อาชญากรสามารถทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายได้อย่างง่ายดายนั้น รายงานล่าสุดเผยว่าจำนวนเงินที่ถูกฟอกผ่าน Bitcoin นั้นหากถูกนำไปเทียบกับจำนวนธุรกรรมที่ถูกฟอกผ่านธนาคารระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ต่อปีจะพบว่ามันเป็นจำนวนขี้ผงเท่านั้น

Close