<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

3 บุคคลในตำนานผู้เกลียดชัง Bitcoin จนเข้าไส้

ด้วยธรรมชาติและความเป็นเอกลักษณ์ของ Bitcoin นั้นก่อให้เกิดมวลอารมณ์ที่รุนแรงท่ามกลางกลุ่มคนที่มีแนวคิดแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดเสรีนิยม กลุ่มแนวคิดอนาธิปไตย หรือแม้แต่กลุ่มผู้สนับสนุนเทคโนโลยี คริปโตเคอเรนซี่เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็ตาม กลุ่มคนเหล่านี้ต่างชื่นชอบในแนวคิดของ Bitcoin ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชื่นชอบในตัว Bitcoin ดังจะเห็นได้จากกลุ่มนายธนาคารที่มีความหวาดกลัวว่า Bitcoin จะเข้ามาทำหน้าที่แทนตน หรือนักการเมืองที่ไม่มีความมั่นใจใน Bitcoin รวมถึงกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและกลุ่มคนอื่น ๆ อีกต่างก็เกลียด Bitcoin ก่อให้เกิดคำถามที่ว่าทำไมพวกเขาจึงเกลียดชัง Bitcoin นัก

กลุ่มคนที่เกลียด Bitcoin เป็นชีวิตจิตใจ

ถ้าคุณไม่ชอบสิ่ง ๆ นั้นแล้วคุณก็จะพยายามหลีกเลี่ยงมันทุกวิถีทาง อย่างไรก็ตามแนวคิดเช่นนี้กลับใช้ไม่ได้กับกลุ่มคนที่เป็นพวก “ชอบความซาดิส” หรือกลุ่มคนประเภทที่จะมีความความสุขเมื่อเจ็บตัว

พวกเขาเหล่านี้อาจเปรียบได้กับกลุ่มคนประเภทที่เห็นฟันโยกแล้วห้ามไม่ให้ตัวเองถอนมันออกไปไม่ได้ เมื่อมาถึงเรื่องของ Bitcoin โดยกลับกันคนเหล่านี้จะวนเวียนพูดถึงแต่เรื่อง Bitcoin ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งลุ่มหลงและชิงชังในเวลาเดียวกัน

บุคคลเหล่านี้มักจะปกปิดความลุ่มหลงใน Bitcoin ของตนด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขากำลังปกป้องนักลงทุนเพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางของ Bitcoin ดังเช่นมหาเศรษฐี Warren Buffet ได้เรียก Bitcoin ว่าเป็น “ยาเบื่อหนูอย่างแรง” (Rat Poison Squared) ด้วยความที่พวกเขาไม่สามารถเพิกเฉยต่อการมีอยู่ของ Bitcoin ได้แสดงให้เห็นว่าลึก ๆ แล้วพวกเขากลัวว่าคริปโตเคอร์เรนซีจะเข้ามาครองโลก แล้วมาทำให้หน้าที่การงานของพวกเขาไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป จริง ๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ต้องการที่จะปกป้องนักลงทุนผู้ไม่รู้ แต่เป็นเพราะความกลัวต่างหากที่ทำให้พวกเขามีแนวคิดเช่นนี้ และถ้าหาก Bitcoin กลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก บุคคลผู้ชิงชัง Bitcoin อาจจะถูกตราหน้าว่าคิดผิดและถูกเยาะเย้ย พวกเขาจึงเปรียบเสมือนแมงเม่าที่ถูกล่อด้วยเปลวไฟที่ไม่มีทางจะหลุดออกไปจากวงจร Bitcoin ได้

นาย David Gerard

บุคคลผู้คลั่งศาสนาคนนี้ ได้มีความเชื่ออย่างแรงกล้าถึงขนาดที่หากตัวเขานั้นป่วยใกล้จะตาย แม้จะมีคนยื่นยาวิเศษให้ทาน ก็คงจะปฎิเสธเพราะเชื่อว่าทุกอย่างเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า จะไปขัดก็หาได้ไม่ แม้คุณ David จะใช้เวลาส่วนใหญ่โอดครวญต่อต้านกับสกุลเงินคริปโตทั้งหลาย แต่สำหรับ Bitcoin นั้น มันกลับได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คุณเดวิดได้มีงานเขียนที่เป็นที่รู้จักดี เช่น “Attack of the 50 Foot Blockchain,” และบางงานเขียนของเขาสามารถพบเจอได้ในเว็บไซต์ข่าวชื่อดังเช่น เว็บไซต์ Foreign Policy หรือในบางงานที่มีเรื่องทางการเมืองมาเกี่ยวข้องอย่างเช่นในบทความ “Forget Bitcoin, Try Your Mattress – คริปโตเคอเรนซี่นั้นปลอดภัยพอ ๆ กับการที่คุณเก็บเงินไว้ในถุงเท้า และซ่อนมันไว้ใต้เตียงของคนอื่น” ซึ่งได้เสียดสีเรื่องความปลอดภัยของ Bitcoin ทั้งยังได้มีงานเขียนในเว็บไซต์ชื่อดัง The Block ซึ่งได้เขียนในฐานนะผู้ใช้เว็บปกติ โดยบทความกล่าวถึงปัญหาต่าง ๆ ของ Bitcoin  คุณเดวิดได้กล่าวปิดท้ายว่า Bitcoin ซึ่งเป็นผลงานจากเทคโนโลยีบล็อคเชนที่มีอายุนานนับทศวรรษ ซึ่งอาศัยเพียงคนสองคนในการสร้างมันขึ้นมาเท่านั้น ผลตอบรับจากผู้คนทั่วโลกต่อตัว Bitcoin นั้นก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน ท้ายที่สุดแล้วเทคโนโลยีใหม่ ๆ มันก็เป็นแค่เรื่องชั่วคราว

นาย Nouriel Roubini

บุคคลผู้นี้ที่รู้จักกันในนาม “Dr. Doom” หรือตัวแทนสำหรับความเกลียดชังต่อ Bitcoin บุคคลนี้มีชื่อเสียงมากถึงขนาดที่ไม่ว่าเค้าจะพูดอะไรก็ตาม แฟน ๆ ของเขาก็เชื่อมั่นในคำพูดนั้นอย่างจริงจัง

แม้ในบางครั้งคำกล่าวของทั้ง Roubini และ Gerard ก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไปก็ตามจนดูเหมือนว่าทั้งคู่จะเป็นเด็กเลี้ยงแกะในหลาย ๆ ครั้งจนผู้คนเริ่มหมดศรัทธา แต่ในกรณีเช่น การโจมตีการเสนอขายเหรียญซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการหลอกลวง หรือในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องนำบล็อคเชนมาใช้ก็ได้ แต่ก็ยังนำมาใช้อย่างไร้สาระ สิ่งต่อมาที่เข้ามาเปรียบเทียบท้าทาย Roubini คือสถานการณ์เรื่องสกุลเงินกลางทางดิจิทัลของรัฐบาล โดยถึงขนาดได้มีการกล่าวว่า “ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นกับสกุลเงินกลางทางดิจิทัลของรัฐบาล มันจะไม่มีวันเข้ามาแทนที่สกุลเงินคริปโตต่าง ๆ ซึ่งปราศจากการอยู่ภายใต้อำนาจของส่วนกลาง (รัฐบาล) เช่นเดียวกับการที่ไม่มีอะไรจะเข้ามาแทนความเจ็บปวดที่ย้ำเตือน Roubini ว่าควรจะซื้อ Bitcoin ไว้ตั้งแต่ปี 2013 แล้ว ”

นาย Paul Krugman

การวิพากษ์วิจารณ์เพื่อการพัฒนาของ Bitcoin นั้นถือเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากในความเป็นจริงแล้วนักวิจารณ์ Bitcoin หลาย ๆ คนนั้นล้วนเป็นผู้สนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้ Bitcoin พัฒนาโดยอาศัยการวิจารณ์ในรายละเอียดของเงินสกุลคริปโตทั้งหลาย และการตีกรอบการพัฒนาผ่านคำถามทั้งหลายของนักวิจารณ์ แต่ไม่ว่า Bitcoin จะพัฒนาไปในทิศทางไหนก็ตาม ไม่ว่า Bitcoin จะก่อให้เกิดระบบการเงินแบบใดขึ้นก็ตาม มันจะไม่มีทางที่จะดีพอในสายตาของ Roubini และ Gerards ผู้ซึ่งรักที่จะชิงชังสกุลเงินคริปโตทั้งหลาย

Roubini นั้นไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์เพียงคนเดียวที่ไม่สามารถเข้าใจเศรษฐศาสตร์ของ Bitcoin ได้ Paul Krugman ผู้เขียนบทความ “By 2005, it will become clear that the internet’s impact on the economy has been no greater than the fax machine’s” ซึ่งกล่าวผิดไปถึงความสำคัญของอินเตอร์เน็ตในยุคก่อน Krugman ยังเป็นอีกคนที่ไม่สามารถเข้าใจ Bitcoin ได้เช่นเดียวกัน โดยในปี 2013 ได้มีการเขียนบทความเรื่อง “Bitcoin Is Evil” หรือ “Bitcoin คือปีศาจ” จากนั้นยังคงกล่าวถึง Bitcoin ในแง่ลบตลอดมา ตัวอย่างคำกล่าวที่เป็นกระแสเช่น ตัว Bitcoin นั้นไม่มีอะไรเป็นฐานรองรับเลย ทั้งยังไม่มีคุณค่าในตัวมันเอง และยังได้กล่าวอีกว่า “การเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin นั้น อาศัยแรงผลักดันจากการประมาณการณ์หรือสิ่งที่ Robert Shiller เรียกว่าแชร์ลูกโซ่ (a natural Ponzi scheme) เท่านั้น” อย่างไรก็ตามได้มีการกล่าวถึง Bitcoin ในแง่บวกด้วยว่า Bitcoin นั้นป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อคเชนนั้นมีความน่าสนใจ

การที่การวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin นั้นไม่จบไม่สิ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะในความเป็นจริงแล้ว นักวิจารณ์ Bitcoin หลาย ๆ คนล้วนเป็นผู้สนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้ Bitcoin พัฒนาโดยอาศัยการวิจารณ์โดยนำเสนอรายละเอียดสำคัญ ๆ ที่ควรแก้ไขของเงินสกุลคริปโตทั้งหลาย อีกทั้งยังได้ชี้เป้าให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาของงินสกุลคริปโตแต่ละตัว อย่างไรก็ตามไม่ว่า Bitcoin จะพัฒนาไปในทิศทางไหน ไม่ว่า Bitcoin จะก่อให้เกิดระบบการเงินแบบใด ๆ ขึ้น  Bitcoin จะไม่มีทางที่จะดีพอในสายตาของ Roubini และ Gerards ผู้ซึ่งรักที่จะเกลียดชังสกุลเงินคริปโตอย่างแน่นอน

ที่มา news.bitcoin