<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

บริษัทกองทุนด้านคริปโตกล่าว “Bitcoin สามารถป้องกันความเสี่ยงจากวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกได้”

Bitcoin ถูกสร้างเพื่อปลดแอกจากการเป็น Centralized โดยที่ไม่มีรัฐบาลสนับสนุน

หลายคนมองว่า Bitcoin นั้นเพิ่งเกิด และมองว่ามันไม่สามารถเก็บมูลค่าได้ เพราะมันมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา

Bitcoin

แผนกวิจัยที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมของ Grayscale เพิ่งเปิดตัวรายงานหัวข้อ“ การป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทั่วโลกด้วย Bitcoin” โดยในรายงานอธิบายว่า Bitcoin จะมาช่วยป้องกันความเสี่ยงในวิกฤตการณ์ทางการเงินและช่วงเวลาของความวุ่นวายทางการเมือง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทการลงทุน crypto มองว่าสินทรัพย์สามารถนำมาใช้ในช่วงมี “ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องสูง” ในช่วงที่ความมั่งคั่งได้รับความเสี่ยง เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนของเงิน Fiat และเครดิตเมื่อเทียบกับหนี้ในระบบเศรษฐกิจ

Grayscale มองไปที่ปัจจัยหลักสามประการของการดำรงอยู่ของ Bitcoin: การจัดเก็บมูลค่า การใช้จ่ายและความเป็นไปได้ในการเติบโต

อย่างแรกทาง Grayscale กล่าวว่า Bitcoin สามารถทำหน้าที่เก็บมูลค่าได้ดีกว่าทองคำ ซึ่งแตกต่างจากโลหะ Bitcoin มีจำนวน 21 ล้าน BTC และมีความเป็น Decentralized และสามารถตรวจสอบได้ผ่านอินเทอร์เน็ต BTC สามารถเคลื่อนย้ายผ่านระบดิจิทัล

อย่างที่สอง Grayscale อ้างว่าเนื่องจาก Bitcoin มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเงินสด ดังนั้น Bitcoin จะสามารถรักษามูลค่าท่ามกลางวิกฤตสภาพคล่องได้ พวกเขามองว่ากาที่บริษัทยักษ์ใหญ่หันมาสนใจ Bitcoin เช่นบริษัท Whole Foods, AT&T, Overstock.com, Microsoft, Expedia, PayPal และ Dell นั้นเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีของพวกเขา

อย่างสุดท้ายพวกเขากล่าวว่าศักยภาพของ Blockchain ได้เติบโตขึ้นและสามารถสร้างมูลค่า ความต้องการจะมากขึ้น จะสามารถลดผลกระทบส่วนใหญ่หากไม่ใช่ผลกระทบด้านลบจากการชะลอตัวของตลาดโลก

Grayscale มองไปที่ความจริงที่ว่าในช่วง Grexit (วิกฤตหนี้ทางการเงินของกรีซในปี 2015) การล่มสลายของตลาดจีนในปี 2015 และ 2016 Brexit เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ สำหรับชาวสหรัฐฯ ที่น่ากังวลผิดกับ Bitcoin ที่เติบโตแท้จริงแล้วจุดแข็งนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนจึงรัก Bitcoin ในความเป็นจริง Delphi Digital ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัย crypto จากนิวยอร์กชี้ให้เห็นว่า BTC กำลังแย่งชิงพื้นที่สินทรัพย์อื่น ๆ ถึงแม้จะมีความเสี่ยงสูงแต่ก็ได้รับผลตอบแทนสูง

ในขณะนี้ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่จุดต่ำสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว ผิดกับสินทรัพย์ตัวอื่นหรือหุ้นที่เติบโตเพียงหลักสิบเปอร์เซ็นต์ สุดท้ายทางบริษัทกล่าสรุปว่า BTC ควรจะเป็น “ราชาแห่งสินทรัพย์”