<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักลงทุนอาจต้องเบื่อกับราคาของ Bitcoin ก่อนที่มันจะพุ่งไปแตะ 30,000 ดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ทางเราได้รายงานไปว่า Bitcoin กำลังก่อทรงดีเป็นอย่างมากเมื่อราคาของเหรียญคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกสามารถที่จะปิดแท่งรายเดือนในเดือนตุลาคมเป็นสีเขียวได้หลังจากที่ตลอดระยะเวลา 3 เดือนก่อนหน้านี้เป็นแท่งแดงมาโดยตลอด ซึ่งการทำให้ก่อรูปเป็น Bull Flag และเป็นแนวโน้มสัญญาณขาขึ้นที่ดีมาก ๆ ให้นักลงทุนหลาย ๆ คนได้ชื่นใจ 

ทว่ากลับมีนักวิเคราะห์หลายคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า Bitcoin เองอาจจะต้องกลับเป็นตลาดหมีในระยะสั้นและไต่ระดับอยู่ที่ 8,000 ดอลลาร์จากการที่ Stochastic  หนึ่งในตัวบงชี้ที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดีบ่งชี้ว่าเกิดเป็นตลาดหมีในหลาย ๆ ช่วงเวลาจนน่าตกใจ  

อีกทั้งยังมีนักวิเคราะห์อีกรายได้ออกมาชี้ให้เห็นว่าค่า Relative Strength Index  (RSI) ที่ในช่วง 3 วันที่ผ่านมาเข้าไปอยู่ในโซนขาลงหรือตลาดหมีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งหมดนี้เองเป็นการบ่งชี้ว่า Bitcoin กำลังเข้าสู่สภาวะหมีอีกครั้งโดยล่าสุดนั้นมีนักวิเคราะห์อีกรายผู้ใช้นามแฝงว่า Filbfilb  บอกกับผู้ติดตามของเขาใน Trading View ว่า Bitcoin อาจจะต้องล่าถอยอีกครั้งก่อนที่จะสามารถก่อตัวและขึ้นไปอีกครั้ง แต่ ณ ตอนนี้เขาได้คาดการณ์ว่าราคาของ Bitcoin อาจจะต้องไต่ระดับไปอยู่ที่ประมาณ 8,000 – 8,500 ดอลลาร์เสียก่อนในระยะสั้น 

 

โดยเขาได้กล่าวว่า : 

“ดูเหมือนว่าตลาดหมีของ Bitcoin จะยังอยู่กับเราต่อไปและราคา Bitcoin จะไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ระดับ 9,500 ดอลลาร์ไปได้ง่ายๆ 

ระดับราคา 9,500 ดอลลาร์ถือว่าเป็นแนวรับแนวต้านที่เคยมีบทเรียนกันมาก่อนของทั้ง 2 ฝั่งซึ่งจัดว่าเป็นจุดที่สำคัญซึ่งตอนนี้หน้าที่ของมันคือเป็นแนวต้านและสักวันมันจะต้องถูก breakout ขึ้นไปแต่ตอนนี้ดูจะเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้นเรื่อยๆ 

ซึ่งหากเป็นไปตามที่ตัวเขาเองได้ทำนายไว้ละก็ราคาของ Bitcoin จะต้องถูกตีกลับลงมาอยู่ในแนวรับที่ระดับราคา 8,000 ดอลลาร์อีกครั้งและปิดช่องว่างของ CME ซึ่งแม้มันจะทำให้ผมรู้สึกรำคาญแต่ดูเหมือนว่ามันจะต้องเกิดขึ้นจริงก่อนที่ราคาของ Bitcoin จะสามารถไปต่อได้”

โดยจากการคาดการณ์ของ Flibflib เขาได้บอกว่าราคาของ Bitcoin จะสามารถขึ้นไปต่อได้ในระยะยาวและมีโอกาสขึ้นไปถึง 30,000 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนปี 2020 

Ethereum

Joe Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และผู้ก่อตั้ง ConsenSys ได้มีโอกาสมานั่งสัมภาษณ์ FintechBeat ซึ่งเขาได้พูดถึงเรื่อง การอัพเกรด Ethereum 2.0 ความคิดของเขาเกี่ยวกับ Libra และท่าทีของ CFTC ที่มีต่อ ETH ผ่าน Podcast 

นอกจากนี้พวกเขายังได้พูดถึงเรื่องการอัพเกรดที่รอคอยมานาน Serenity และทาง Ethereum จะใช้โมเดล proof-of-stake  แบบเต็มรูปแบบในการแก้ไขปัญหาและขยายขีดความสามารถในการทำงาน อีกทั้งนักพัฒนาจะสามารถเข้าถึงเครื่อง virtual machine ใหม่สำหรับการสร้าง  decentralized applications ต่อไปด้วย 

Ripple และ XRP 

Ripple กล่าวว่าได้ทำการคิดคำนวณว่าการใช้ XRP ในช่วงการโอนเงินข้ามพรมแดนนั้นมีความผันผวนเพียงใดต่อการส่งหนึ่งครั้งของพวกเขา 

โดยพวกเขาเรียก Solution นี้ของ XRP ว่า On-Demand Liquidity ซึ่งสามารถรับเงิน Fiat ได้และส่ง XRP ไปยัง Exchange ในต่างประเทศและสามารถแปลงกลับมาเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว 

ตามที่ทางด้านของ Ripple ระบุไว้ว่า กระบวนการนี้จะทำให้การส่ง Xrp ใช้เวลาเพียงแค่ 3 – 4 วินาทีเท่านั้น ซึ่งมีความผันผวนน้อยกว่าการถ่ายโอนหรือส่งเงินไปต่างแดนตามวิธีปกติและอาจใช้เวลาหลายวัน

“ความเร็วในการทำธุรกรรมของ XRP สามารถโอนเงินเข้าและโอนเงินออกได้อย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ ซึ่งนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่บริษัทอย่าง MoneyGram ได้รับผลประโยชน์ไปเต็ม ๆ จากข้อดีนี้ของ Ripple และ XRP” 

ที่มา : dailyhodl