<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

CEO ของ Ripple กล่าว “จะมี Cryptocurrency ที่เหลือรอดจริง ๆ ในอนาคตเพียง 1% เท่านั้น”

นาย Brad Garlinghouse ผู้บริหารของบริษัท Ripple กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ซึ่งได้มีการเปิดเผยในช่วงวันที่ 5 ที่ผ่านมา โดยตัวเขาได้กล่าวถึงสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ว่าในตลาดนั้นมีสกุลเงินคริปโตมากเกินไป โดยได้คาดการณ์ว่าในอนาคตนั้นสกุลเงินคริปโตที่ยังอยู่ในวันนี้จะหายไปจนเหลือแค่ 1% จากที่เคยมีเท่านั้น

อย่างไรก็ตามสกุลเงินคริปโตจำนวนนับหยิบมือที่เหลือนั้นจะเป็นกลุ่มสำคัญที่จะมีอิทธิพลต่อตลาดและมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายสิบปีที่จะถึงนี้ เนื่องจากเป้าหมายในการมุ่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับเหล่าลูกค้านั่นเอง

ในปัจจุบันนี้มีสกุลเงินคริปโตมากมายจำนวนกว่า 3,000 สกุลซึ่งได้มีการซื้อขายกันอยู่ในตลาด ซึ่งนาย Brad Garlinghouse ได้กล่าวว่าการเติบโตของตัวเลขดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากความกระตือรือร้นและความสนใจในสกุลเงินคริปโตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในตลาด ซึ่งมีเพียงไม่กี่สกุลเท่านั้นที่ตอบโจทย์ลูกค้าจริงๆ โดยสกุลอื่นๆที่เหลือนั้นก็จะล้มหายตายจากไปในที่สุด โดยเค้าได้กล่าวไว้ดังนี้

“ตลาดใหม่ๆนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งผู้คนมากมายต่างวิ่งเข้าหาตลาดโดยพยายามแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถที่จะแก้ปัญหาและตอบสนองต่อความต้องการจริงๆของลูกค้าได้”

นอกจากนี้แล้วในระหว่างการให้สัมภาษณ์ ตัวเขายังได้กล่าววิภาควิจารณ์ถึงปัญหาความผันผวนของธุรกรรมที่เกิดขึ้นในระบบการส่งเงินระหว่างประเทศ หรือ Worldwide Interbank Financial Telecommunications (SWIFT) ซึ่งอธิบายว่าปัญหาดังกล่าวนั้นเกี่ยวกับการคำนวณช่วงเวลาและความผันผวนที่เกิดขึ้นในระบบ

ทั้งนี้นาย Garlinghouse ได้อ้างอิงถึงบทความของทางบริษัทว่าเหรียญ XRP ของพวกเขานั้นมีอัตราความเสี่ยงของความผันผวนในอัตราเพียง 1 ใน 10 ของอัตราดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับระบบ SWIFT เท่านั้น

ทางฝั่ง SWIFT ได้มีการประกาศในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาถึงการทดสอบระบบการโอนเงินข้ามประเทศในภูมิภาคเอเชียอย่างต่อเนื่องที่ประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งรายการธุรกรรมต่างๆนั้นใช้เวลาโดยเฉลี่ยเพียง 25 วินาที โดยมีเวลาที่ดีที่สุดที่ 13 วินาทีเท่านั้น โดยการทดสอบดังกล่าวนั้นเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์ม SWIFT และแพลตฟอร์ม FAST ของประเทศสิงคโปร์ อีกทั้งทาง SWIFT นั้นยังได้มีการเปิดให้บริษัทต่างๆสามารถเข้าใช้งานระบบแพลตฟอร์ม GPI ของตัวเองได้แล้วอีกด้วย

ที่มา : cointelegraph