<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

รายงานการวิจัยของ BitMEX ชี้เครือข่าย Lightning Network เติบโตขึ้นอย่างมากในตอนนี้

การวิจัยชิ้นที่ 6 ของ BitMEX เว็บแพลตฟอร์มเทรดสกุลเงินดิจิตอลระดับต้นของโลกวิเคราะห์ว่า Lightning Network หรือ LN ของ Bitcoin กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกๆ ด้าน

Lightning Network เป็นโพรโตคอล micropayment ที่จะมาช่วยให้การโอน Bitcoin ให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เพราะทุกวันนี้พอมีคนใช้ Bitcoin เยอะมากขึ้น มันก็มี transaction เกิดขึ้นถี่มากขึ้น จนนักขุดได้บันทึก block ลง Blockchain ไปหลาย block แล้ว ก็ยังมาไม่ถึงคิวของ transaction ของคุณซักที บางครั้งต้องรอเกือบชั่วโมง กว่าการโอนจะถูกยืนยัน 

ดังนั้นจึงมีคนหัวใสออกไอเดียขึ้นมาว่า ถ้ามันช้าตรงที่เราต้องรอว่าเมื่อไรนักขุดถึงจะบันทึก transaction ของเราลง Blockchain งั้นเราก็ไม่ต้องบันทึกมันลง Blockchain ซะก็สิ้นเรื่อง โดยตั้งค่าให้มีการชำระเงินแบบหลายเส้นทางแบบ Off-chain และสามารถทำงานร่วมกันได้ จึงเกิดเป็น Lightning Network ในที่สุด

รายงานของ BitMEX บอกว่าเส้นทางแบบ Off-chain ของ Bitcoin ที่มีชื่อว่า  non-cooperative closure เพิ่มขึ้นไปกว่า 60,000 แล้ว มี Bitcoin มากกว่า 1,000 เหรียญถูกส่งไปในเส้นทางเหล่านี้ non-cooperative closure กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น มันเป็นระบบที่ให้ทางปลายทางต้องเก็บเงินที่ได้รับมาทันทีหลังจากที่เส้นทางดังกล่าวถูกปิดลง

โดยทาง BitMEX ได้ใช้วิธีการคำนวณหลายวิธีเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาในงานวิจัยชิ้นนี้  ดังนั้นแล้วงานวิจัยชิ้นนี้จึงมีความน่าเชื่อถืออย่างมาก

นอกจากนั้นงานวิจัยยังเปิดเผยว่ามีคนเข้ามาใช้ non-cooperative closure มากขึ้น แสดงให้เห็นว่ามีคนกำลังมองหาช่องทางใหม่ๆ แทนที่ closure แบบปกติ

“โวลุ่มของการโอนเงินในรูปแบบนี้สูงมาก มันอาจจะบ่งบอกว่าการลองอะไรใหม่ๆ ในเครือข่าย Lightning มีมากขึ้นเรื่อยๆ และนอกจากนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ยังบอกว่ามีคนใช้ lightning แบบ non-cooperative closure มากกว่าที่คนทั่วไปคิด”

ข้อมูลอื่นๆ ในงานวิจัยล้วนบ่งชี้ว่า Lightning ของ Bitcoin กำลังเติบโตขึ้นในทุกๆ ด้าน

ข้อมูลจากแหล่งเก็บข้อมูลของ Lightning Network ที่ชื่อ 1ML เผยว่าตัวเลขของ Node ใน Lightning Network มีมากขึ้นถึง 2.5 เปอร์เซ็นเพียงแค่ใน 30 วันที่ผ่านมา ในตอนนี้มันมีค่า 11,039 แล้ว ปริมาณของแชนแนลนั้นก็ขึ้นไปกว่า 1.9 เปอร์เซ็นในระยะเวลาเดียวกัน ส่วน Network Capacity นั้นขึ้นไป 1 เปอร์เซ็น

พัฒนาการที่เกิดขึ้นใน Lightning Network นั้นสามารถช่วยให้ Bitcoin เข้าถึงตลาดทั่วโลกได้มากขึ้น เนื่องจากมันจะทำให้ Bitcoin สามารถทำ Microtransaction ได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้แบบวันต่อวัน

ล่าสุดค่าอัตราการขุดหรือ Hashrate ของ Bitcoin (BTC) ทำสถิติใหม่อีกครั้งแล้ว เป็นสัญญาณว่าในปัจจุบันนี้ความนิยมในการขุด Bitcoin กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าการ Halvening ครั้งหน้าที่จะลดผลตอบแทนในการขุดลงครึ่งนึงกำลังจะมาถึงในเดือนพฤษภาคมปีนี้ก็ตาม 

ในวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ค่าอัตราการขุด Bitcoin เพิ่มขึ้นถึงระดับ 120 exahashes ต่อวันเลยทีเดีย อ้างอิงจากทวิตเตอร์ของ The Moon เขาได้ออกมาโพสต์เผยว่าค่าอัตราการขุด Bitcoin มันได้พุ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลอีกครั้งโดยคราวนี้มันแตะ 119,354,000 Th/s มากกว่าค่าอัตราแรงขุดในช่วงของปี 2017 ถึง 7 เท่าและเขายังคาดอีกด้วยว่าการที่ค่าอัตราแรงขุดมันเพิ่มขึ้นเช่นนี้แสดงว่าโครงสร้างพื้นฐานของ Bitcoin มันพัฒนาขึ้น

นอกจากนั้นการ Halving ก็กำลังจะใกล้เข้ามาทุกที ผู้คนคาดหวังว่าราคา Bitcoin จะสูงขึ้นหลังการ Halving นาย Tim Draper มหาเศรษฐีร้อยล้านผู้เชื่อมั่นใน Bitcoin เขาเชื่อมั่นว่าราคา Bitcoin จะพุ่งไปถึง 250,000 ดอลลาร์ภายในครึ่งปีหรือ 1 ปีหลังจากการ Halving ครั้งต่อไปในเดือนพฤษภาคม 2020 

ล่าสุดมีตัวชี้วัดที่ใช้การคำนวณแบบเทคนิคมาช่วยสนับสนุนความเชื่อของนักลงทุนถึง 3 ตัว ซึ่งได้แก่กราฟ Moving Average (MA), Altman Model (Z-score) และ Reserve Risk Model ทั้งสามกราฟสนับสนุนว่า Bitcoin จะขึ้นไปอย่างมากในระยะยาวหลัง Halving

ในตอนนี้เครือข่าย Lightning Network และ Bitcoin กำลังอยู่ในทิศทางที่ดี คงต้องรอกันต่อไปว่าพัฒนาการทางเทคนิคเหล่านี้จะส่งผลต่อราคา Bitcoin มากน้อยแค่ไหน

ข้อมูลจาก BitMEX