<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักวิเคราะห์ชื่อดัง Max Keiser ชี้ ผลกระทบจากไวรัสโคโรนาอาจทำให้ราคา Bitcoin พุ่งแตะ 100,000 ดอลลาร์ได้

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในช่วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้นนาย Max Keiser ผู้โด่งดังในวงการคริปโตได้ออกมากล่าวคาดการณ์ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตลาดการเงินทั่วโลกจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งสร้างความวิตกกังวัลให้แก่ผู้คนทั้งในและนอกตลาดการเงิน ทำให้เศรษฐกิจซึ่งชะลอตัวลงนั้นอาจส่งผลให้ตลาด Bitcoin นั้นเติบโตอย่างมากได้

ตัวเขานั้นได้ออกมากล่าวถึงปี 2020 ว่าจะเป็นช่วงปีที่สำคัญมากสำหรับ Bitcoin เนื่องจากตัวเขานั้นได้มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตลาดทางการเงินทั่วโลกนั้นเรียกได้ว่าเป็นอีกช่วงหนึ่งของวิกฤติการณ์ทางการเงินอย่างเช่นในช่วงปี 2008 

เหตุการณ์ในช่วงปีดังกล่าวนั้นได้เป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้เกิด Bitcoin ขึ้นซึ่งเหตุผลนั้นได้ถูกชี้แจงไว้ในเอกสารรายงานถึงแนวคิดของเหรียญคริปโตเหรียญแรกหรือ Bitcoin Whitepaper ในช่วงปี 2009 นั่นเองซึ่งตั้งแต่ช่วงเวลาดังกล่าวจนกระทั่งในปัจจุบันนั้นเหรียญดังกล่าวนั้นได้มีมูลค่าอยู่ที่ราวๆ 10,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญเลยทีเดียว 

ดังนั้นแล้วหากผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นจะเป็นผลให้ตลาดทางการเงินทั่วโลกต้องพบกับช่วงเวลาที่เลวร้ายอีกครั้ง วิกฤติการณ์ดังกล่าวจะเป็นชนวนอย่างดีที่จะช่วยผลักดันตลาดคริปโตและส่งให้เหรียญหลักอย่าง Bitcoin นั้นมีมูลค่าแตะที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์ได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้แล้วนาย Max Keiser นั้นยังได้ออกมากล่าวพดพิงถึงผู้ที่แสดงท่าทีชิงชังต่อวงการคริปโตโดยเฉพาะต่อ Bitcoin อย่างนาย Jamie Dimon ซึ่งเป็นผู้บริหารของธนาคารชื่อดังอย่าง JPMorgan ซึ่งนาย Jamie นั้นได้ออกมากล่าวในช่วงที่มีการประชุมทางด้านเศรษฐกิจระดับโลกที่เมืองดาวอสว่าตัวเขานั้นไม่ได้เกียดชัง Bitcoin แต่อย่างใด

นาย Max Keiser ได้แสดงท่าที่ต่อต้านคำกล่าวของนาย Jamie เนื่องจากตัวเขานั้นไม่เชื่อว่านาย Jamie นั้นจะสามารถมองเหรียญคริปโตในแง่บวกได้ อีกทั้งยังได้กลายเหมารวมถึงนาย Perter Schiff ว่าทั้งสองนั้นในที่สุดแล้วจะหันกลับมาหาเหรียญคริปโตอย่าง Bitcoin จนถึงกับต้องขอเงินจากกระทรวงการคลังของสหรัฐฯมาเพื่อลงทุนเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามท่ามกลางความดุเดือนของการโต้ตอบกันภายในวงการคริปโต Bitoin รวมทั้งเหรียญคริปโตส่วนใหญ่ในตลาดนั้นต่างมีการเปลี่ยนแปลงในขาลง ซึ่งการณีนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดสินทรัพย์อื่นๆอย่างทองคำอีกด้วย 

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น