<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

3 สาเหตุที่ทำให้ราคาเหรียญ Ethereum พุ่งถึง 75% ทำจุดสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ $408

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาของเหรียญอันดับ 2 ของโลก Ethereum (ETH) ได้เพิ่มขึ้นประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์โดยพุ่งจากราคา 222 ดอลลาร์ไปที่ 400 ดอลลาร์ นักลงทุนเป็นจำนวนมากเชื่อว่าโมเมนตัมของตลาด Ether กำลังทำให้ตลาดเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ทั้งหมดกลายเป็นขาขึ้นอย่างรุนแรงไม่เว้นแม้แต่ของ bitcoin

และมันมี 3 ปัจจัยที่ดูเหมือนว่าจะส่งผลทำให้ราคาของเหรียญ ETH ข่มขืนอย่างรุนแรงดังต่อไปนี้: DeFi, ETH 2.0 และขาขึ้นของตลาดเหรียญ Altcoin พี่กำลังยืดเยื้ออย่างต่อเนื่อง

การเติบโตของ DeFi กำลังทำให้ตลาดเหรียญ Altcoin โตตาม แต่ก็ยังไม่ปลอดภัย

ตั้งแต่ตอนช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจำนวนสินทรัพย์ที่ถูกล็อคเอาไว้ใน DeFi ก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้การเปิดตัวโปรโตคอลเหรียญ token อย่างเช่น COMP ของ Compound ได้ส่งผลทำให้ความต้องการในตลาด DeFi เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในตอนหลังผู้ใช้งานได้ค้นพบการสร้างรายได้ในตลาดดังกล่าวที่เรียกว่า “yield farming” ซึ่งถือเป็นวิธีการในการมองหาผลตอบแทนในตลาด DeFi ด้วยการสลับการลงทุนในตัวโปรโตคอลไปเรื่อยๆเพื่อที่จะได้รับรายได้ที่มากขึ้น

การเติบโตในตลาดของ DeFi ที่รุนแรงอย่างมากในระยะสั้นส่งผลทำให้ราคาเหรียญโทเคนที่อยู่บนตลาดดังกล่าวพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานักลงทุนได้ทำการเทขาย token บนตลาด DeFi และรวมถึงเหรียญ Altcoin ที่มีมูลค่าตลาดเล็กน้อยเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะนำเงินลงทุนกลับไปซื้อ bitcoin และ ETH

ในวันนี้ราคาของเหรียญ ETH ได้พุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 2 ปีโดยมันได้พุ่งไปที่ 395 ดอลลาร์บนเว็บเทรด BitMEX แต่ก็ทำให้นักเทรดเป็นจำนวนมากออกมาเตือนเกี่ยวกับการย่อตัวของราคา โดยหนึ่งในนั้นก็คือนาย Edward Morra ที่กล่าวว่า

“ใช่แล้วกราฟแบบพาราโบลากำลังเกิดขึ้นอยู่บนกราฟพาราโบลาอีกตัวหนึ่ง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง แต่กระนั้นมันก็อาจจะอยู่ได้ไม่นานและตลาดอาจเกิดการปรับตัวลง หากคุณยังใหม่กับตลาดแบบนี้ขอแนะนำให้ซื้อที่ตอนราคามันร่วง แต่อย่ารีบแห่ไปซื้อต่อราคามันคงไปที่จุดสูงสุด”

ETH 2.0 ทำให้โมเมนตัมราคา Ethereum พุ่งสูงขึ้น

อีกหนึ่งในตัวแปรที่ส่งผลด้านบวกต่อราคาตลาดของเหรียญ ETH นั้นจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยค่ะไม่ใช่ตัวอัพเกรด ETH 2.0  ที่ทางนักพัฒนาเหรียญดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะเปิดตัวเครือข่ายสำหรับทดสอบ testnet ตัวสุดท้ายที่มีชื่อว่า Medalla

เมื่อมันถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ETH 2.0 ต่อจะทำการเปลี่ยนแปลง algorithm ในเครือข่ายจาก proof of work ให้กลายไปเป็น proof of stake และจะทำให้นักขุดนั้นไม่สามารถขุดได้ต่อไปแต่จะเปลี่ยนวิธีการสร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วมเครือข่ายเพื่อช่วยตรวจสอบธุรกรรมด้วยการ stake เหรียญแทน

นาย Kelvin Koh ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทด้านการลงทุนระดับโลก Spartan Black ได้ออกมาคาดการณ์ว่าตัวอัพเกรดในทุกๆตัวที่ทางนักพัฒนาทำออกมานั้นจะทำให้ Ethereum มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเขากล่าวว่า

“ในทุกๆขั้นตอนของ ETH 2.0 ในช่วงอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะทำให้ Ethereum เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบในท้ายสุดมากขึ้นและจะถือเป็นตัวเร่งราคาสำหรับเหรียญ ETH”

ฤดูเหรียญ Altcoin ยังคงยืดเยื้อต่อ

การเพิ่มขึ้นของราคาเหรียญ bitcoin และ Ether ในช่วง 3 วันที่ผ่านมาดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นพร้อมๆกับการร่วมลงของตลาดเหรียญ Altcoin โดยในระยะสั้นนั้นนักลงทุนอาจทำการเทขายเหรียญ Altcoin เข้ามาลงทุนใน 2 เหรียญข้างต้นแต่ในระยะยาวเราอาจจะได้เห็นตลาดเหรียญ Altcoin มีราคาที่เพิ่มขึ้นไปอีก

หากลองมองย้อนกลับไปในตลาดขาขึ้นในครั้งที่ผ่านมาเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ตัวเล็กอื่นๆมักจะมีปฏิกิริยาการเคลื่อนไหวของราคาที่ตรงกันข้ามของตัวเหรียญราชาอย่าง bitcoin โดยหากให้อธิบายง่ายๆก็คือเมื่อราคา bitcoin พุ่งราคาเหรียญ Altcoin ก็จะร่วงลงสวนทาง

แต่จุดที่น่าสนใจก็คือเมื่อราคาของ bitcoin นั้นเกิดสภาวะ sideway ก็จะทำให้ราคาของเหรียญ Altcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง 

นาย Satoshi Flipper หรือนักเทรดรายหนึ่งบนทวิตเตอร์ได้ออกมาคาดการณ์ว่าในระยะยาวนั้นราคาเหรียญ Ether มีจุดแนวต้านที่สำคัญอยู่ที่ราคา 780 ดอลลาร์

ETH-USD กราฟ 1 สัปดาห์ ที่มา: Satoshi Flipper

ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าตลาดของเหรียญ ETH ในระยะยาวนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป การพุ่งขึ้นของราคานั้นจะไปจบลงที่จุดใด ซึ่งไม่มีใครสามารถตอบได้

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ