เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ในเวลาเดียวกันกับวันนี้ ราคาของ Bitcoin ได้พุ่งไปทำจุดสูงสุดเป็นประวัติกาลที่ 20,000 ดอลลาร์ และดูเหมือนว่า 3 ปีให้หลัง เราได้เห็นประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นซ้ำรอย แต่ดูเหมือนว่าจะรุนแรงมากกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก โดยมันได้พุ่งทะลุ 23,000 ดอลลาร์ไปแล้ว
มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง หากนับตั้งแต่ตอนนั้นมา? หากลองดูในแง่ของตัวแปรทางเทคนิค จะพบว่ามีไม่มากนัก แต่หากลองดูในด้านของรากฐานในวงการคริปโตนั้น จะพบว่ามันคือคนละโลกกันเลย
“ผู้คนเป็นจำนวนมากนั้นยังไม่รู้ว่า Bitcoin นั้นมีตัวแปรพื้นฐายและทางเทคนิคในปี 2020 นี้ที่เหมือนกับของในปี 2017 และมันก็จะเป็นเหมือนเดิมในอีก 3 ปีหลังจากนี้ และอีกต่อไปเรื่อย ๆ มันไม่ได้ถูกออกแบบมาที่ชั้น layer แรกสุด, หรือถูกปรับแต่งเพื่อเพิ่มคุณสมบัติ หรือทำให้เป็นรูปแบบอื่น ๆ” กล่าวโดยนาย Jason Deane นักวิเคราะห์จาก Quantum Economics ให้สัมภาษณ์กับ Decrypt
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนแปลงและแตกต่างออกไปนั้นก็คือมุมมองที่มีต่อ Bitcoin ไม่ว่าจะทั้งจากผู้คนทั่วไปและบริษัทใหญ่ ๆ ที่เริ่มจะมองมันว่าเป็นสินทรัพย์สำหรับการใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการสูญมูลค่าของเงินสดแล้ว เมื่อผู้เล่นในตลาดที่มีอำนาจเริ่มที่จะมองมันว่าเป็นของจริงมากขึ้น “จึงทำให้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ที่ชาญฉลาดอย่างมากในปี 2020 และหลังจากนี้ไปอีกนาน” นาย Deane กล่าว
อุตสาหกรรม Bitcoin นั้นเติบโตขึ้นอย่างไร
นาย Emiliano Grodzki หรือ CEO และ CSO ของบบริษัทด้านการขุด Bitcoin นามว่า Bitfarms ได้ให้สัมภาษณ์กับ Decrypt โดยอธิบายว่าตลาดคริปโตทั่วโลกในวันนี้ดูเหมือนว่าจะมาไกลมาก ๆ หากนับตั้งแต่ปี 2017 มา โดยนอกเหนือจากการพัฒนาด้านโครงข่ายพื้นฐานแล้ว เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมานี้เราได้เห็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดอย่างมากในวงการอีกด้วย
“ตั้งแต่ตอนจุดสูงสุดเก่าของราคา Bitcoin เมื่อปี 2017 หลังจากนั้น 36 เดือนให้หลังตลาดนั้นได้เติบโตขึ้น และได้มีการสร้างและพัฒนาอะไรขึ้นมามากมาย วงการนี้เริ่มมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น, และเหรียญ ICO เกือบทุกตัวที่เคยถูกเปิดตัวเมื่อตอนจุดสูงสุดเก่าของราคานั้นก็ได้ล้มเหลวไป” กล่าวโดยนาย Grodski “มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ซึ่งเป็นพวกที่ไม่เพียงแต่ต้องการสร้างโมเดลธุรกิจแบบจริงจังในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังมีความเชื่ออีกด้วยว่า BTC นั้นจะมีอนาคตที่ยืนยาว”
เขากล่าวว่าความแตกต่างระหว่างจุดสูงสุดของราคาในปี 2017 กับครั้งนี้ก็คือ ก่อนหน้านี้ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยนักลงทุนรายย่อยอย่างเดียว และนักลงทุนส่วนใหญ่ก็หลงระเริงไปกับขาขึ้นของตลาดทั่วโลก
นาย Grodzki กล่าวว่าในปีนี้มีเงินดอลลาร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่มากกว่าเดิมถึง 20% และวิกฤตไวรัสโคโรน่านั้นก็ถือเป็นผู้ช่วยทำให้รัฐบาลทั่วโลกต้องเผยธาตุแท้ในการจัดการวิกฤตเศรษฐกิจออกมา
“พวกเราลองมาดูกันว่าในปีหน้านี้ว่าเงินดอลลาร์จะมีพลังในการซื้อของเท่ากับในปีนี้หรือไม่” กล่าวโดยนาย Grodzki “Bitcoin นั้นไม่เพียงแต่เป็นตัวเก็บมูลค่าที่ดีที่สุดเท่านั้น แต่มันยังเป็นเครื่องจักรที่น่าไว้วางใจอีกด้วย และมันก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
