bitkub-banner

บางเหรียญดิ่งเกือบ 100% ตั้งแต่ทรัมป์เข้าทำเนียบ ตลาดคริปโตพังแค่ไหนมาดูกัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี คริปโตเกือบทุกเหรียญปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดย Bitcoin ร่วงกว่า 40% ขณะที่เหรียญขนาดเล็กบางตัวดิ่งลงถึง 90-98%
  • เหรียญที่ร่วงหนักที่สุด ได้แก่ MELANIA (-98%), APT (-90%), TRUMP Token (-90%) และ ENA (-89%) ส่วน ETH ติดลบ 45%, XRP -59%, SOL -72%, DOGE -78%
  • ราคา BTC ปัจจุบันอยู่ที่ $67,374 ซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดช่วงต้นปี และตลาดยังคงรอสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ตัวเลขที่ถูกรวบรวมมานี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคริปโตยังคงอยู่ในภาวะขาลงอย่างชัดเจน แม้ความคาดหวังก่อนหน้าว่าการกลับมาของทรัมป์จะดีต่อคริปโตจะสูงมากก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้อาจกดทับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อไป และทำให้บรรยากาศในตลาดยังคงหนักอยู่ในระยะสั้น

ตลาดคริปโตในช่วงต้นปี 2569 ตกอยู่ในภาวะขาลงอย่างหนัก โดยตัวเลขจาก Ash Crypto ระบุว่านับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สินทรัพย์ดิจิทัลเกือบทุกตัวร่วงลงอย่างหนัก โดย Bitcoin ดิ่งลงกว่า 40% Ethereum ลดลง 45% และเหรียญอื่น ๆ ในตลาดร่วงหนักกว่านั้นอีกมาก บางเหรียญสูญมูลค่าไปเกือบทั้งหมด ข้อมูลชุดนี้ถูกแชร์ออกไปในช่วงดึกของวันที่ 9 มี.ค. 2569 และได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในชุมชนคริปโต ซึ่งสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับความคาดหวังที่ว่าทรัมป์จะเป็น “ประธานาธิบดีคริปโต” ที่พาตลาดพุ่งทะยาน

เหรียญไหนร่วงหนักที่สุด ดูกันแบบเต็ม ๆ

จากข้อมูลที่รวบรวมไว้ เหรียญขนาดใหญ่อย่าง Bitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ $67,374 ร่วงลงประมาณ 40% จากช่วงที่ทรัมป์เข้าทำเนียบ ขณะที่ Ethereum ที่ราคา $1,965 ลดลงกว่า 45%, XRP ที่ $1.36 ดิ่งลงถึง 59%, Solana ที่ $82.53 ร่วง 72%, Dogecoin ที่ $0.09 ลดลง 78% และ Cardano ที่ $0.25 ปรับตัวลดลง 77%

แต่ที่หนักกว่านั้นคือเหรียญกลุ่มกลางและเหรียญมีมหลายตัว โดย AVAX ร่วง 79%, SUI -82%, TON -77%, PEPE -81%, ENA -89% และ APT ดิ่งลงถึง 90% ส่วนเหรียญที่ผูกกับแบรนด์ทรัมป์โดยตรงอย่าง TRUMP Token ร่วง 90% และ MELANIA ดิ่งลงหนักที่สุดถึง 98% แทบสูญมูลค่าไปทั้งหมด ซึ่ง Ash Crypto ปิดท้ายทวีตนี้ด้วยประโยคเสียดสีว่า “ขอบคุณมาก ท่านประธานาธิบดี”

ตัวเลขนี้บอกอะไร และนักลงทุนควรมองอย่างไร

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตัวเลขเหล่านี้วัดจากจุดสูงสุดช่วงที่ทรัมป์เพิ่งเข้าทำเนียบ ซึ่งตลาดอยู่ในช่วง euphoria หลังการเลือกตั้ง ดังนั้นเปอร์เซ็นต์ที่ติดลบจึงสูงมากเพราะฐานที่ใช้คำนวณนั้นสูงเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังคงสะท้อนความจริงที่ว่าตลาดยังไม่ฟื้นตัวจากแรงเทขายที่เกิดขึ้นตลอดช่วงต้นปี

ปัจจัยที่กดดันตลาดมีหลายอย่าง ทั้งความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์ที่กระทบตลาดหุ้นและความเชื่อมั่นผู้บริโภค ซึ่ง Siam Blockchain เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า ราคา Bitcoin สะดุดหลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีเพิ่ม 25-40% จาก 14 ประเทศ รวมถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงร้อนแรง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางหรือความกังวลด้านการค้าระดับโลก ทั้งหมดนี้ทำให้นักลงทุนยังไม่กล้าเดินหน้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างจริงจัง

ความหวังที่ยังพอมีอยู่บ้าง

แม้ตัวเลขจะดูน่าตกใจ แต่ก็ยังมีมุมที่พอมองได้ว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงฐานสะสม Bitcoin ยังคงซื้อขายได้ที่ระดับ $67,374 ซึ่งยังสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยของนักขุดและบริษัทใหญ่หลายแห่งอย่าง MicroStrategy (Strategy) ที่สะสม BTC มาเรื่อย ๆ นอกจากนี้ อัตราการแฮชของเครือข่าย Bitcoin ก็เริ่มฟื้นตัวเป็นรูปตัว V ซึ่งเป็นสัญญาณว่านักขุดยังคงมีความเชื่อมั่นในระยะยาว แม้ราคาจะร่วงลงมาก็ตาม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลขชุดนี้สะท้อนความจริงที่ตลาดกำลังเผชิญอยู่ได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นการวัดจากจุดที่ตลาด “ฟินสุด” ก่อนทรัมป์จะเข้าทำเนียบ ซึ่งราคาในตอนนั้นบวม overpriced ไปมากแล้ว ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือเหรียญขนาดเล็กและเหรียญมีมที่ร่วงไป 80-98% เพราะสินทรัพย์เหล่านั้นฟื้นตัวยากกว่า BTC หรือ ETH มาก ถ้าตลาดจะกลับขึ้นไปได้จริง ผู้เขียนมองว่าต้องรอให้แรงกดดันด้านเศรษฐกิจมหภาคผ่อนคลายลงก่อน ทั้งเรื่องภาษีนำเข้าและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จนกว่านั้นก็ต้องระวังทุก bounce เพราะอาจเป็นแค่การดีดตัวระยะสั้นก่อนร่วงต่อ

เครดิตภาพจาก @DonQs000