bitkub-banner

ตลาดคริปโตเดือด! มูลค่าพุ่ง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ รับข่าวลดความตึงเครียดสงคราม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาดคริปโตฟื้นตัวอย่างรุนแรงจนดัน Market cap รวมเพิ่มขึ้น 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในวันเดียว โดยมี Bitcoin เป็นผู้นำตลาด
  • ข่าวประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาชะลอการโจมตีอิหร่านช่วยลดความกังวลของนักลงทุนและดึงดูดเม็ดเงินกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
  • การพุ่งขึ้นของราคาได้กวาดล้าง Position ฝั่ง Short จนเกิดปรากฏการณ์ Short squeeze ซึ่งเป็นตัวเร่งให้กราฟทะลุแนวต้านสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

สถานการณ์ตึงเครียดระดับโลกที่เริ่มคลี่คลายลงถือเป็นการปลดล็อกความกังวลชิ้นใหญ่ให้กับนักลงทุน เมื่อประกอบกับแรงซื้อจากสถาบันที่ยังคงเก็บของอย่างต่อเนื่องและโครงสร้างตลาดที่เอื้ออำนวย ปัจจัยเหล่านี้จะกลายเป็นแรงส่งชั้นดีที่ช่วยผลักดันให้ราคา Bitcoin และตลาดคริปโตในภาพรวมสามารถเดินหน้าสร้างระดับสูงสุดใหม่ต่อไปได้ในระยะสั้น

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นำโดย Bitcoin (BTC) ที่สามารถกลับมายืนเหนือระดับ 71,000 ดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จหลังจากผ่านช่วงการพักฐาน ณ เวลาที่รายงาน Market cap รวมของตลาดอยู่ที่ 2.44 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจากระดับ 2.34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อ 24 ชั่วโมงก่อนหน้า

การปรับตัวขึ้นในครั้งนี้นำโดย Bitcoin ที่พุ่งขึ้นประมาณ 4.05% มาเทรดอยู่ใกล้ระดับ 71,545 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสามารถทวงคืนระดับจิตวิทยาที่สำคัญเหนือ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐกลับมาได้หลังจากร่วงลงไปต่ำกว่า 68,000 ดอลลาร์สหรัฐในเซสชันก่อนหน้า ทางด้าน Ethereum (ETH) ก็ปรับตัวตามมาด้วยการพุ่งขึ้น 4.97% แตะระดับ 2,181 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ XRP พุ่งขึ้น 3.53% มาอยู่ที่ 1.45 ดอลลาร์สหรัฐ และ BNB ก็บวกเพิ่มขึ้นราว 2.70% มาเทรดอยู่ใกล้ 647 ดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง Rally ครั้งนี้มาจากการผ่อนคลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากมีรายงานระบุว่าประธานาธิบดี Donald Trump ได้ชะลอการยกระดับความรุนแรงทางทหารที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านออกไป พัฒนาการดังกล่าวช่วยลดความไม่แน่นอนของตลาดในระยะสั้น กดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และช่วยฟื้นฟูความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีด้วย

ในขณะเดียวกัน โครงสร้างตลาดก็มีบทบาทสำคัญในการเร่งให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น หลังจากการร่วงลงเมื่อเร็วๆ นี้ ฝั่ง Bearish ได้สะสม Position ไว้จำนวนมากในตลาด Derivatives โดยอัตรา Funding rates ที่ติดลบส่งสัญญาณถึงการเปิด Short exposure อย่างหนัก เมื่อราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้น จึงเกิดคลื่นการบังคับล้างพอร์ตฝั่ง Short จนเกิดเป็น Short squeeze ซึ่งช่วยขยาย Momentum ขาขึ้นให้รุนแรงยิ่งขึ้น การ Breakout ผ่านโซนแนวต้านที่ 70,000 และ 71,000 ดอลลาร์สหรัฐได้อย่างหมดจด ยิ่งเป็นการตอกย้ำ Sentiment เชิงบวกและเปิดทางไปสู่ระดับราคาที่สูงขึ้น

การสะสม Bitcoin ขององค์กรระดับสถาบันยังคงดำเนินต่อไป โดยบริษัท Strategy (MSTR) ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าได้กว้านซื้อ BTC เพิ่มอีกกว่า 1,000 เหรียญเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอ ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องใน Bitcoin ในฐานะ Asset ระยะยาว นอกจากนี้ พลวัตด้านเศรษฐกิจมหภาคและกฎระเบียบในภาพกว้างก็มีส่วนช่วยปรับปรุงมุมมองของตลาดให้ดีขึ้น ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความชัดเจนด้านกฎระเบียบของสหรัฐอเมริกา ควบคู่ไปกับตลาดหุ้นที่เริ่มทรงตัวและสภาวะเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ได้สนับสนุนให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง โดย Bitcoin ทำหน้าที่เป็นเสมือนทองคำดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้จะมี Momentum เชิงบวก แต่ระดับเทคนิคที่สำคัญยังคงเป็นจุดที่ต้องจับตามอง ปัจจุบัน Bitcoin สามารถยืนหยัดเหนือโซนแนวรับสำคัญที่ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ โดยมีแนวต้านระยะสั้นอยู่ระหว่าง 72,000 ถึง 74,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากราคาสามารถ Breakout และยืนเหนือกรอบนี้ได้อย่างมั่นคง ก็อาจเปิดประตูไปสู่การเคลื่อนตัวไปที่ระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือสูงกว่านั้นได้ แต่หากเกิดการกลับตัวหลุดต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการกลับไปทดสอบกรอบ 68,000 ถึง 69,000 ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง

ที่มา: finbold


การฟื้นตัวรอบนี้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนไหวของตลาดที่มีต่อข่าวสารระดับมหภาคอย่างชัดเจน พอมีข่าวว่าสงครามอาจจะไม่บานปลาย ราคาน้ำมันก็ร่วงลงและนักลงทุนก็พร้อมใจกันกลับมาลุยสินทรัพย์เสี่ยงทันที ปรากฏการณ์ Short squeeze ที่เกิดขึ้นยิ่งเป็นตัวตอกย้ำว่าตลาดคริปโตพร้อมที่จะลงโทษคนที่เปิด Short สวนเทรนด์อย่างรุนแรงเสมอ สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ ถ้า Bitcoin สามารถยืนเหนือแนวรับที่ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐได้อย่างแข็งแกร่ง โอกาสที่เราจะได้เห็นการวิ่งขึ้นไปทดสอบ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐก็อยู่ไม่ไกลแล้ว ใครที่เทรดอยู่ก็อย่าลืมจับตาดูโซนแนวต้านให้ดี