bitkub-banner

Coinbase เปิดฟิวเจอร์ XRP เทียบชั้น Bitcoin และทองคำ บทเรียนจาก BTC ปี 2017 ที่ชาว XRP ต้องรู้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • Coinbase เปิดฟีเจอร์ Trade at Settlement สำหรับฟิวเจอร์ XRP เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2026 จัดวาง XRP เทียบชั้น Bitcoin, Ethereum, ทองคำ และน้ำมันดิบ
  • ประวัติศาสตร์ชี้ว่า BTC ทำ ATH 20,089 ดอลลาร์ในวันที่ CME เปิดฟิวเจอร์ ธ.ค. 2017 ก่อนร่วง 84% และ ETH ก็ทำ local top ในวันเปิดฟิวเจอร์ ก.พ. 2021
  • Ripple ถือ XRP กว่า 33,350 ล้านเหรียญใน escrow คิดเป็น 33% ของ supply ทำให้ความเสี่ยงด้านอุปทานสูงกว่าเหรียญใหญ่อื่น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  BEARISH

ข่าวนี้เป็น bearish ในระยะสั้นถึงกลาง เพราะการเปิดตลาดฟิวเจอร์ระดับสถาบันในอดีต (BTC 2017, ETH 2021) ตรงกับ local top เนื่องจากฟิวเจอร์เปิดประตูให้สถาบันเปิด Short ขนาดใหญ่ได้ ประกอบกับ Ripple ถือ supply 33% และตลาดคริปโตปัจจุบันอยู่ในภาวะ Fear ความเสี่ยงด้านลบมากกว่าด้านบวก

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 Coinbase ได้เปิดใช้งานฟังก์ชัน Trade at Settlement (TAS) สำหรับฟิวเจอร์ XRP อย่างเป็นทางการ ทำให้ XRP ถูกจัดวางอยู่บนชั้นเดียวกับ Bitcoin, Ethereum, ทองคำ และน้ำมันดิบ ในแง่ของเครื่องมือซื้อขายอนุพันธ์ระดับสถาบัน ชุมชน XRP ทั่วโลกฉลองกันใหญ่โตว่านี่คือ “การยอมรับขั้นสูงสุด” แต่ผมอยากให้ทุกคนหยุดคิดสักนิด เพราะประวัติศาสตร์ของตลาดคริปโตบอกเราซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า ทุกครั้งที่เหรียญใดเหรียญหนึ่งได้รับ “การยอมรับจากสถาบัน” ผ่านการเปิดตลาดฟิวเจอร์ มันมักจะตามมาด้วยอะไรบางอย่างที่นักลงทุนรายย่อยไม่อยากเห็น

คำถามที่ผมอยากถามคือ การเปิดฟิวเจอร์ XRP ครั้งนี้ คือสัญญาณว่า XRP กำลังจะพุ่งทะยาน หรือเป็นการวางกับดักล่อให้รายย่อยเข้ามาเป็นเหยื่อของแรงเทขายจากสถาบันกันแน่?

Coinbase เปิด XRP futures เทียบชั้น Bitcoin และทองคำ
ภาพจาก: White Rhino Marketing (X)

เกิดอะไรขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026

เกิดอะไรขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026
ภาพจาก AI

ก่อนอื่นต้องเคลียร์ข้อเท็จจริงให้ตรงกัน หลายคนเข้าใจผิดว่า Coinbase เพิ่งเริ่มเปิดเทรดฟิวเจอร์ XRP วันนี้ ความจริงคือ Coinbase Derivatives ได้ยื่นเอกสาร self-certify ฟิวเจอร์ XRP กับคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2025 และเริ่มเปิดเทรด nano XRP perpetual futures สำหรับเทรดเดอร์สหรัฐฯ ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2025

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 คือการเปิดใช้งาน Trade at Settlement (TAS) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่อนุญาตให้นักเทรดสถาบันส่งคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ (block order) ที่ราคาปิด settlement อย่างเป็นทางการ เหมือนกับที่ทำกันในตลาดทองคำและน้ำมันดิบ พูดง่าย ๆ คือ XRP ถูกยกระดับให้เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ “กองทุนใหญ่” สามารถเข้ามาเปิดสถานะขนาดใหญ่ได้ทั้งฝั่ง Long และที่สำคัญกว่านั้นคือฝั่ง Short

เรื่องนี้สอดคล้องกับการที่สำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC ได้ร่วมกันจัดประเภท XRP เป็น “สินค้าดิจิทัลโภคภัณฑ์” ในเดือนมีนาคม 2026 หลังจากที่คดี SEC ฟ้อง Ripple ที่ยืดเยื้อตั้งแต่ธันวาคม 2020 ได้สิ้นสุดลงด้วยข้อตกลงค่าปรับ 50 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2025 และ SEC ถอนการอุทธรณ์ในเดือนสิงหาคม 2025

บทเรียนจาก Bitcoin ธันวาคม 2017 ที่ทุกคนพยายามลืม

บทเรียนจาก Bitcoin ธันวาคม 2017 ที่ทุกคนพยายามลืม
ภาพจาก AI

ย้อนกลับไปวันที่ 17 ธันวาคม 2017 CME Group เปิดตลาดฟิวเจอร์ Bitcoin อย่างเป็นทางการ ตอนนั้นชุมชน Bitcoin ก็ฉลองกันใหญ่โตเหมือนชาว XRP วันนี้ คำว่า “institutional validation” ถูกพ่นออกมาจากทุกบัญชีคริปโตบน Twitter ราคา Bitcoin วิ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดประมาณ 20,089 ดอลลาร์ ในวันเดียวกับที่ฟิวเจอร์เปิด

หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น? Bitcoin ร่วงลงต่อเนื่อง 12 เดือนเต็ม ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ราว 3,200 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2018 หรือคิดเป็นการร่วงกว่า 84% จากจุดสูงสุด นักลงทุนรายย่อยที่เข้าซื้อตามกระแส “สถาบันมาแล้ว” คือคนที่เจ็บหนักที่สุด

หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ลองดูกรณีของ Ethereum กัน CME Group ประกาศเปิดฟิวเจอร์ Ether ในวันที่ 16 ธันวาคม 2020 และเปิดเทรดจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2021 ก่อนเปิดเทรด ราคา ETH วิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,764.55 ดอลลาร์ พอเปิดเทรดจริง ราคาดิ่งลงเหลือ 1,689.56 ดอลลาร์ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการพักฐานครั้งใหญ่ก่อนที่ ETH จะกลับมาทำ ATH ใหม่ในปลายปีเดียวกัน เป็น local top ที่ชัดเจน

สองครั้ง สองเหรียญหลัก รูปแบบเดียวกัน ฟิวเจอร์เปิด ราคาทำ local top ทันที แล้วทำไมรอบนี้ที่เป็น XRP จะแตกต่าง?

ฟิวเจอร์ไม่ใช่ตราประทับ แต่คืออาวุธสำหรับเปิด Short

โลโก้ XRP
ภาพจาก: XRPcryptowolf (X)

คำถามสำคัญที่ต้องถามคือ ทำไมสถาบันการเงินถึงต้องการตลาดฟิวเจอร์? คำตอบไม่ใช่ “เพื่อให้พวกเขาซื้อสะสม” เพราะถ้าอยากซื้อสะสม สามารถซื้อในตลาดสปอตได้ตรง ๆ คำตอบที่แท้จริงคือ ฟิวเจอร์เปิดประตูให้สถาบันสามารถ “เปิด Short” หรือเดิมพันว่าราคาจะลง โดยไม่ต้องถือเหรียญจริง

ก่อนมีฟิวเจอร์ ถ้าคุณอยากเปิด Short XRP ในตลาดที่ถูกกำกับดูแล แทบเป็นไปไม่ได้ คุณต้องไปยืมเหรียญจากใครสักคนแล้วเอามาขายในตลาดสปอต ซึ่งสภาพคล่องจำกัดและต้นทุนสูง แต่พอมีฟิวเจอร์ระดับสถาบัน Hedge Fund และกองทุนเชิงปริมาณสามารถเปิดสถานะ Short ขนาดใหญ่ได้ภายในไม่กี่คลิก

ที่สำคัญกว่านั้น ฟีเจอร์ Trade at Settlement ที่ Coinbase เปิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ “block trade” ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ พูดง่าย ๆ คือกองทุนสามารถส่งคำสั่งขาย Short หลักร้อยล้านดอลลาร์ที่ราคา settlement ได้ในครั้งเดียว นี่ไม่ใช่เครื่องมือของรายย่อย แต่คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อให้สถาบัน “กดราคา” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ฟิวเจอร์ยังมีกลไกที่เรียกว่า cash settlement ซึ่งหมายความว่าผู้เปิดสถานะไม่ต้องส่งมอบ XRP จริง ใช้แค่เงินสด USD ในการชำระส่วนต่าง พูดอีกนัยหนึ่งคือ สถาบันสามารถ “พิมพ์อุปทาน XRP กระดาษ” ออกมากดราคาในตลาดอนุพันธ์ได้โดยไม่ต้องมีเหรียญจริงในมือ และเนื่องจากตลาดสปอตและตลาดฟิวเจอร์มี arbitrage ที่เชื่อมโยงกัน แรงกดในตลาดฟิวเจอร์จะลามไปกดราคาตลาดสปอตด้วย

เจ้ามือคริปโตที่แท้จริงของ XRP คือใคร

Brad Garlinghouse CEO ของ Ripple
ภาพจาก: Hailey LUNC XRP, CHADSARTIN (X)

ในงาน XRPLV26 ที่ลาสเวกัสเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 Brad Garlinghouse CEO ของ Ripple ได้กล่าวประโยคที่ทำให้ผมต้องอ่านสองรอบ XRPcryptowolf รายงานคำพูดนี้ว่า “วันนี้ Ripple ยังคงเป็นผู้ถือครอง XRP รายใหญ่ที่สุดในโลก เราคือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียมากที่สุดในความสำเร็จของ XRP” Garlinghouse ระบุว่า Ripple ถือครอง XRP ในบัญชี escrow อยู่ประมาณ 33,350 ล้าน XRP

ลองคำนวณดู XRP มี supply สูงสุด 100,000 ล้านดอลลาร์ Ripple ถือ 33,350 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นกว่า 33% ของอุปทานทั้งหมด นี่คือการรวมศูนย์ที่หนักหนากว่าเหรียญใหญ่อื่น ๆ Bitcoin ไม่มีหน่วยงานใดถือครอง 33% ของ supply ทั้งหมด Ethereum ก็เช่นกัน แต่ XRP มีเจ้ามือที่ถือ 1 ใน 3 ของเหรียญทั้งหมด และเจ้ามือนั้นปลดล็อกขายออกมาในตลาดเป็นรายเดือนอย่างเป็นระบบ

คำพูดของ Garlinghouse ที่ว่า “เราคือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียมากที่สุดในความสำเร็จของ XRP” ฟังเผิน ๆ เหมือนเป็นการให้กำลังใจ แต่ลองมองอีกมุม Ripple มีแรงจูงใจที่จะให้ราคาขึ้นในระยะยาว ใช่ แต่ Ripple ก็มีแรงจูงใจที่จะ “ขาย” XRP ออกในระดับที่ได้ราคาดีเช่นกัน เพราะนั่นคือแหล่งรายได้หลักของบริษัทตามที่ Garlinghouse เคยพูดว่าธุรกิจของ Ripple หมุนรอบ XRP และระบบนิเวศของมัน

ทีนี้ลองรวมจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน Ripple ถือ XRP 33,350 ล้านดอลลาร์ ตลาดฟิวเจอร์เพิ่งเปิดให้สถาบันสามารถเปิดสถานะ Short ขนาดใหญ่ได้ ราคา XRP ทำ ATH ในเดือนนี้พอดี ความบังเอิญหรือเปล่า? ผมไม่ได้กล่าวหาว่ามีการสมรู้ร่วมคิดอะไร แต่ในเชิงโครงสร้าง นี่คือสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เจ้ามือใหญ่สามารถ hedge สถานะของตัวเองในตลาดฟิวเจอร์ ขณะที่ค่อย ๆ ปลดล็อก XRP จาก escrow ออกขายในตลาดสปอต

รายย่อยไทยที่ถือ XRP ต้องระวังอะไร

Brad Garlinghouse บนเวที XRP Las Vegas
ภาพจาก: XRP Viking God Erik Plotnikov (X)

คนไทยจำนวนมากถือ XRP เป็นหลักในพอร์ต ส่วนหนึ่งเพราะราคาต่อเหรียญต่ำทำให้รู้สึกว่า “เข้าถึงง่าย” ส่วนหนึ่งเพราะอินฟลูสายคริปโตในไทยเชียร์มาตลอดว่า XRP คือเหรียญแห่งอนาคตของระบบการเงินโลก ผมไม่ได้บอกว่าวิทยานิพนธ์เหล่านี้ผิด แต่ผมอยากให้ทุกคนแยก “ปัจจัยพื้นฐานระยะยาว” ออกจาก “พลวัตราคาระยะสั้น” ให้ขาด

สิ่งที่ต้องจับตาในช่วง 3-6 เดือนนับจากการเปิด TAS ฟิวเจอร์ XRP มีดังนี้

  • ปริมาณ Open Interest ในตลาดฟิวเจอร์ XRP ของ Coinbase และ CME ถ้าเพิ่มขึ้นเร็วพร้อมกับ funding rate ที่ติดลบ แสดงว่ามีการสะสมสถานะ Short
  • การเคลื่อนย้าย XRP ออกจากบัญชี escrow ของ Ripple โดยปกติจะมีการปลดล็อก 1 พันล้าน XRP ทุกต้นเดือน ดูว่าเหรียญที่ปลดล็อกถูกล็อกกลับเข้า escrow หรือไหลเข้าสู่ exchange
  • ราคาที่จะโดนล้างพอร์ตของผู้ที่เปิด Long ด้วย leverage สูง ถ้าระดับนี้กระจุกตัวกัน เจ้ามือมีแรงจูงใจที่จะกดราคาลงไปกวาดเอา
  • การเข้ามาของกองทุน ETF spot XRP (ถ้ามี) ที่มาพร้อมกับฟิวเจอร์ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับ Bitcoin คือฟิวเจอร์มาก่อน ETF ตามมา

ที่สำคัญที่สุด อย่าหลงกับ narrative ของชุมชน XRP ที่ฉลองกันใน X ตลอด 24 ชั่วโมง chadsartin.com โพสต์ว่า “Coinbase กำลังจัดให้ XRP อยู่บนระดับเดียวกับ Bitcoin และทองคำ นี่ไม่ใช่แค่การยอมรับ แต่คือการรับรองในระดับสูงสุด” ฟังดูเร้าใจ แต่ระหว่างที่กลุ่มอินฟลูสายคริปโตป่าวร้องว่ามันคือ validation พวกเขาก็มักจะลืมพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Bitcoin ในเดือนธันวาคม 2017 และ Ethereum ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021

ทำไม XRP ครั้งนี้อาจจะแตกต่าง (และทำไมอาจจะไม่)

ทำไม XRP ครั้งนี้อาจจะแตกต่าง (และทำไมอาจจะไม่)
ภาพจาก AI

เพื่อความเป็นธรรม ผมต้องนำเสนอมุมโต้แย้งด้วย มีหลายเหตุผลที่คนเชียร์ XRP ใช้อ้างว่ารอบนี้ “จะแตกต่างจาก BTC ปี 2017”

ข้อแรก สภาพแวดล้อมการกำกับดูแลของสหรัฐฯ ดีกว่ามาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยอมแพ้ในคดี Ripple แล้ว XRP ได้สถานะ “สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล” จาก ก.ล.ต. และ CFTC ร่วมกันเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งเป็นความชัดเจนทางกฎหมายระดับที่ Bitcoin ในปี 2017 ยังไม่มี ข้อสอง XRP ในปี 2026 มี use case จริงใน RippleNet และ stablecoin RLUSD ที่ใช้ XRP เป็น settlement bridge ข้อสาม สภาพคล่องของตลาดคริปโตในปี 2026 ลึกกว่าปี 2017 หลายเท่า การที่สถาบันจะ “กด” ราคาให้ร่วง 84% เหมือน BTC ปี 2017-2018 ทำได้ยากกว่า

ข้อโต้แย้งเหล่านี้มีน้ำหนัก แต่อย่าลืมว่าตอน ETH เปิดฟิวเจอร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ตลาดก็มีสภาพคล่องลึกกว่าปี 2017 มาก และ ETH ก็ยังทำ local top ในวันเปิดฟิวเจอร์ พักฐาน 50% ก่อนกลับมาทำ ATH ใหม่ปลายปี 2021 ดังนั้นรูปแบบที่อาจจะเกิดขึ้นกับ XRP ไม่จำเป็นต้องเป็น crash 84% เหมือน BTC แต่อาจจะเป็นการพักฐานหนัก ๆ ในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าที่ทำให้คนที่เข้าซื้อตามกระแส “institutional validation” ที่ราคาสูงสุดต้องเจ็บตัว

อีกปัจจัยที่ผมกังวลคือ ตลาดคริปโตปัจจุบันอยู่ในภาวะ Fear โดย Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว 78,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการพักฐานหนักจาก ATH สภาพแวดล้อม Risk-off แบบนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะกับการที่ altcoin จะวิ่งสวน ถ้า BTC ยังลงต่อ XRP ที่ correlation สูงกับ BTC ก็ยากที่จะรอด

ความเห็นผู้เขียน

Brad Garlinghouse CEO Ripple ในงานประชุม
ภาพจาก: CHADSARTIN (X)

ส่วนตัวผมมองว่า การเปิดฟิวเจอร์ XRP บน Coinbase ที่เทียบชั้นทองคำและ Bitcoin คือเหตุการณ์สำคัญในเชิงโครงสร้างจริง แต่ “สำคัญในเชิงโครงสร้าง” ไม่ได้แปลว่า “bullish ในระยะสั้น” และนี่คือจุดที่อินฟลูสายคริปโตจำนวนมากในไทยและทั่วโลกพยายามทำให้คุณสับสน

ประวัติศาสตร์ของ Bitcoin ปี 2017 และ Ethereum ปี 2021 บอกเราอย่างชัดเจนว่า การเปิดตลาดฟิวเจอร์ระดับสถาบันมักจะตรงกับ “local top” ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของรอบ bull ใหม่ เพราะฟิวเจอร์ไม่ใช่ตราประทับว่าเหรียญจะขึ้น แต่คืออาวุธให้สถาบันสามารถเปิด Short ได้ และในกรณี XRP ที่ Ripple ถือเหรียญถึง 33% ของ supply ทั้งหมด แรงจูงใจในการ hedge ของ “เจ้ามือ” ยิ่งหนักหน่วงกว่าเหรียญอื่น

ผมไม่ได้บอกว่า XRP จะร่วง 84% พรุ่งนี้ และผมไม่ได้บอกให้ใครขาย XRP ทิ้งทั้งหมด ผมแค่อยากให้คนไทยที่ถือ XRP หนัก ๆ เข้าใจว่า “การยอมรับจากสถาบัน” ไม่ใช่ของขวัญฟรี มันมาพร้อมต้นทุน ต้นทุนนั้นคือการที่สถาบันได้เครื่องมือในการกดราคาคุณ และในตลาดที่ XRP เพิ่งทำราคาทะลุระดับสำคัญ พร้อมกับ Bitcoin ที่อยู่ในภาวะหวาดกลัว ความเสี่ยงด้านลบดูจะมากกว่าโอกาสด้านบวกในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า

ถ้าคุณเป็นนักลงทุนระยะยาว มี XRP ในพอร์ตไม่เกิน 10-20% ของพอร์ตคริปโต และเข้าใจว่ากำลังถืออะไรอยู่ คุณสามารถนั่งเฉย ๆ ได้ แต่ถ้าคุณเพิ่งเข้าซื้อ XRP ที่ราคาสูง ๆ เพราะเห็นข่าว Coinbase futures แล้วใช้ leverage ผมขอแนะนำให้ทบทวนตำแหน่งของตัวเองอย่างจริงจัง เพราะคุณกำลังเล่นในสนามที่กฎเกมเปลี่ยนไปแล้ว และคนที่ออกแบบกฎใหม่ไม่ใช่คุณ ไม่ใช่ Brad Garlinghouse และไม่ใช่ Brian Armstrong แต่คือกองทุน Hedge Fund ใน New York และ Chicago ที่กำลังรอใช้เครื่องมือใหม่ที่ Coinbase เพิ่งวางบนโต๊ะให้พวกเขา

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้รายย่อยรอดในตลาดคริปโตไม่ใช่การเชื่อ narrative แต่คือการเข้าใจกลไก ฟิวเจอร์ ETF และ “institutional validation” ทุกประเภทเป็นเครื่องมือที่ทำงานสองทางเสมอ ใครเข้าใจสองทางก็ได้เปรียบ ใครเชื่อแค่ทางเดียวก็เป็นเหยื่อ คำถามคือ คุณจะเลือกอยู่ฝั่งไหน

เครดิตภาพจาก @Real_CharlesXrp