bitkub-banner

Hedge Fund เทขายหุ้นเทคสหรัฐฯ หนักสุดรอบ 10 ปี แต่ Bitcoin พุ่งสวนทาง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กองทุน Hedge Fund ทั่วโลกเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ครั้งใหญ่สุดในรอบทศวรรษ โดยวัดได้ที่ -2.75 Z Score ช่วง 17-30 เม.ย. 2026 ตามข้อมูลจาก Goldman Sachs Prime Brokerage
  • การเทขายหุ้น Long ล้ำหน้าการปิด Short ในสัดส่วน 1.5:1 กระทบหลัก 3 กลุ่มย่อย ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ขณะที่กองทุนเป็นผู้ขายสุทธิในหุ้นสหรัฐฯ ติดต่อกัน 3 สัปดาห์แล้ว
  • แม้สัญญาณมหภาคจะส่งแรงกดดัน แต่ Bitcoin และ Ethereum กลับปรับตัวขึ้นสวนทาง ให้จับตาว่าแนวโน้มนี้จะยั่งยืนหรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ในแง่ทฤษฎี สัญญาณ Risk-Off จากกองทุนสถาบันมักกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต แต่ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ค. 2026 ชี้ว่า Bitcoin และ Ethereum ปรับตัวขึ้นสวนทาง สะท้อนว่าตลาดคริปโตอาจเริ่มมีพฤติกรรมแยกตัวออกจากตลาดหุ้นเทคในระยะสั้น

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2026 ตามเวลาไทย ตลาดการเงินโลกรับรู้สัญญาณ Risk-Off ครั้งสำคัญ หลังจาก The Kobeissi Letter รายงานว่ากองทุน Hedge Fund เพิ่งบันทึกการลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี โดยวัดได้ที่ -2.75 Z Score ในช่วง 17-30 เม.ย. 2026 ตามข้อมูลของ Goldman Sachs Prime Brokerage ซึ่งถือเป็นการลดลงระดับรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดกระแส Meme Stock ในต้นปี 2021 การเทขายนี้ขับเคลื่อนโดยการขายสถานะ Long ที่มากกว่าการปิดสถานะ Short ในสัดส่วน 1.5:1 โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์

กราฟแสดงกระแสการไหลของเงิน (Trailing 2-Week % Gross Flow) ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศของสหรัฐฯ โดยค่าบวกหมายถึงการเพิ่มความเสี่ยง และข้อมูลล่าสุดช่วง 17-30 เมษายน (ช่องสีแดง) แสดงให้เห็นการลดการถือครองที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี
กราฟแสดงกระแสการไหลของเงิน (Trailing 2-Week % Gross Flow) ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศของสหรัฐฯ โดยค่าบวกหมายถึงการเพิ่มความเสี่ยง และข้อมูลล่าสุดช่วง 17-30 เมษายน (ช่องสีแดง) แสดงให้เห็นการลดการถือครองที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี (ภาพจาก: @TheKobeissiLetter)

สถาบันการเงินระดับโลกส่งสัญญาณระวังตัวที่ระดับสูงสุดตลอดกาล

ข้อมูลจาก Goldman Sachs Prime Brokerage เผยให้เห็นภาพที่น่ากังวลมากกว่าแค่การเทขายหุ้นเทค กองทุน Hedge Fund ที่เป็นผู้ขายสุทธิในหุ้นสหรัฐฯ ติดต่อกันถึง 3 สัปดาห์แล้ว และที่น่าสังเกตคือช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับที่ดัชนี S&P 500 ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดตลอดกาล ทีมงานของ Goldman Sachs อธิบายพฤติกรรมนี้ว่าเป็น “การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบในช่วงที่ตลาดอยู่ที่จุดสูงสุด”

ยิ่งไปกว่านั้น สัดส่วนการลงทุนของกองทุน Hedge Fund ในหุ้นอเมริกาเหนือเทียบกับดัชนี MSCI ACWI ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่กองทุนกลับเพิ่มน้ำหนักในตลาดเกิดใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ทีมซื้อขายของ Goldman Sachs ยังออกมาเตือนถึงความไม่เสถียรของโครงสร้างตลาดภายใน โดยชี้ว่ากว้างของตลาดหดตัวลง ความผันผวนของหุ้นรายตัวพุ่งสูงขึ้น และมีความเสี่ยงของการเกิด “Flash Crash ขาขึ้น” ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักลงทุนสถาบันต้องจับตามอง

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

แม้สัญญาณจากตลาดหุ้นจะดูน่าเป็นห่วง แต่ตลาดคริปโตกลับเดินสวนทางอย่างน่าสนใจ ณ วันที่ 4 พ.ค. 2026 Bitcoin ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ $80,013 เพิ่มขึ้น 2.38% ในช่วง 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum ขึ้นมาอยู่ที่ $2,379.36 เพิ่มขึ้น 3.40% ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ Siam Blockchain ที่ชี้ว่า Bitcoin ทะลุ $80,000 และล้างพอร์ตสาย Short กว่า $103 ล้านในชั่วโมงเดียว

ความสัมพันธ์ระหว่างตลาดหุ้นเทคและตลาดคริปโตเริ่มส่งสัญญาณแยกตัวออกจากกัน ซึ่งสอดคล้องกับที่ Siam Blockchain เคยรายงานว่า Altcoin และ Bitcoin เริ่มเดินคนละทางกับตลาดหุ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังว่าหากกองทุนสถาบันยังคงลดความเสี่ยงต่อเนื่อง ผลกระทบอาจลามมาถึงคริปโตได้ในระยะกลาง โดยเฉพาะหากดัชนี S&P 500 เริ่มอ่อนตัวลง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสัญญาณที่กองทุน Hedge Fund ส่งออกมาครั้งนี้น่าจับตามากกว่าที่หลายคนคิด การที่สถาบันเทขายหุ้นเทคในระดับ -2.75 Z Score ซึ่งหนักที่สุดในรอบทศวรรษ (ยกเว้นช่วง Meme Stock) บวกกับที่ตลาดหุ้นอยู่ที่จุดสูงสุดตลอดกาล มันฟ้องว่ากองทุนใหญ่เริ่มล็อกกำไรอย่างจริงจัง แต่ที่น่าสนใจคือ Bitcoin กลับพุ่งทะลุ $80,000 ในช่วงเดียวกัน ซึ่งอาจบอกว่าเงินที่ออกจากหุ้นเทคบางส่วนกำลังไหลเข้าคริปโตแทน สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่ากองทุน Hedge Fund จะขายต่อเนื่องไปถึง 4-5 สัปดาห์หรือไม่ เพราะถ้าใช่ แรงกดดันอาจลามมาถึงตลาดคริปโตในที่สุด

ที่มา: @KobeissiLetter

ภาพจาก AI