bitkub-banner

PMI ภาคบริการสหรัฐฯ เดือนเม.ย. ต่ำกว่าคาด กดดัน BTC และ ETH

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตัวเลข PMI ภาคบริการสหรัฐฯ เดือนเม.ย. ออกมาที่ 53.6 ต่ำกว่าคาดที่ 53.7 และต่ำกว่าเดือนก่อนที่ 54.0 บ่งชี้ภาคบริการยังขยายตัวแต่ชะลอลงเล็กน้อย
  • ตัวเลข JOLTS ตำแหน่งงานว่างสหรัฐฯ ออกมาที่ 6.866 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าคาดที่ 6.86 ล้าน แต่ลดลงจากเดือนก่อนที่ 6.882 ล้าน แสดงตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง
  • แม้ PMI จะออกต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในโซนขยายตัวสูงเกิน 53 และตลาดแรงงานยังแน่น ทำให้โอกาส Fed ลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ยังริบหรี่ กดดัน BTC และ ETH

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ภาคบริการที่ยังร้อนแรงเกิน 53 สะท้อนเงินเฟ้อในหมวดบริการที่เหนียวแน่น ทั้งค่าเช่า ประกันสุขภาพ และบริการต่าง ๆ ยิ่งตลาดแรงงานยังแข็ง Fed ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะรีบลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ BTC และ ETH เผชิญแรงขายในสภาวะ risk-off

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 เวลา 22:00 น. ตามเวลาไทย (10:00 AM EST) สถาบัน ISM ได้เปิดเผยตัวเลข PMI ภาคบริการสหรัฐฯ (ดัชนีวัดกิจกรรมในภาคบริการ ซึ่งครอบคลุมกว่า 70% ของ GDP สหรัฐฯ ค่าเกิน 50 หมายถึงขยายตัว) ประจำเดือนเม.ย. ออกมาที่ 53.6 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 53.7 และลดลงจากเดือนมี.ค. ที่ทำได้ 54.0 พร้อมกันนี้ยังมีการรายงานตัวเลข JOLTS ตำแหน่งงานว่างสหรัฐฯ ออกมาที่ 6.866 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 6.86 ล้าน แต่ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 6.882 ล้านตำแหน่ง

ตัวเลขทั้งสองชุดนี้ออกมาในวันเดียวกัน และเมื่อนำมาอ่านร่วมกันแล้ว ภาพที่ได้คือเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะในภาคบริการยังคงขยายตัวในระดับที่แข็งแกร่ง แม้จะชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน ณ ขณะที่รายงานข่าวนี้ BTC ซื้อขายอยู่ที่ราว $81,308 บวก 3.39% ใน 24 ชั่วโมง ส่วน ETH อยู่ที่ $2,387.58 บวก 2.35%

ทำไมภาคบริการที่ยังร้อนแรงถึงเป็นข่าวร้ายสำหรับคริปโต

หลายคนอาจสงสัยว่าตัวเลข PMI ภาคบริการที่ออกมา 53.6 ต่ำกว่าคาดแค่ 0.1 จะมีผลอะไรกับตลาดคริปโต แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การ beat หรือ miss เพียงเล็กน้อย หากอยู่ที่ระดับตัวเลขจริงที่ยังสูงกว่า 53 อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งบอกว่าภาคบริการของสหรัฐฯ ยังคงร้อนแรง

ภาคบริการเป็นแหล่งกำเนิดของเงินเฟ้อที่เหนียวแน่นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่อยู่อาศัย ค่าประกันสุขภาพ ค่าบริการต่าง ๆ ที่ลดลงยากกว่าราคาสินค้า เมื่อรวมกับตัวเลข JOLTS ที่ยืนยันว่าตลาดแรงงานยังมีตำแหน่งงานว่างสูงกว่า 6.8 ล้านตำแหน่ง ก็ยิ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไม่มีแรงจูงใจที่จะเร่งลดอัตราดอกเบี้ย Fed ในเร็ว ๆ นี้

ผลกระทบต่อ BTC และ ETH ในสภาวะ Fed ยังคง hawkish

เมื่อ Fed ยังคงท่าทีแข็งกร้าว (hawkish) ต่อเนื่อง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ก็มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเพิ่มต้นทุนโอกาสในการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง BTC และ ETH นักลงทุนสถาบันอาจเลือกที่จะฝากเงินในพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนแน่นอน แทนที่จะรับความเสี่ยงกับคริปโต

แม้ราคา BTC ณ ตอนนี้จะยังบวกอยู่ในกรอบ 24 ชั่วโมง แต่ข้อมูล PMI ภาคบริการที่ยังแข็งแกร่งนี้อาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมในช่วงถัดไป โดยเฉพาะถ้าตัวเลขเศรษฐกิจชุดอื่น ๆ ที่จะตามมาในสัปดาห์นี้ยังออกมาในทิศทางเดียวกัน นักเทรดควรจับตาว่าตลาดจะตีความข้อมูลชุดนี้อย่างไร เพราะบางครั้งตลาดอาจดูดซับข้อมูลไปก่อนแล้วก็ได้

เปรียบเทียบตัวเลขกับเดือนก่อนและสิ่งที่ต้องจับตา

ถ้ามองแนวโน้มย้อนหลัง ตัวเลข PMI ภาคบริการเดือนมี.ค. อยู่ที่ 54.0 และเดือนเม.ย. ลงมาที่ 53.6 แสดงให้เห็นการชะลอตัวเล็กน้อย แต่ยังห่างไกลจากระดับ 50 ที่จะบ่งชี้ว่าภาคบริการหดตัว ในทางเดียวกัน ตำแหน่งงานว่างจาก JOLTS ก็ลดลงจาก 6.882 ล้านมาเป็น 6.866 ล้าน ซึ่งลดลงแค่เล็กน้อย ไม่ได้เปลี่ยนภาพรวมของตลาดแรงงานที่ยังคงแน่นอยู่มาก

ตัวเลขที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือตัวเลขนอนฟาร์มรายเดือน รวมถึงตัวเลข Core PCE สหรัฐฯ ที่เป็นเครื่องวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญมากที่สุด ถ้าตัวเลขเหล่านี้ยังออกมาสูง ก็ยิ่งตอกย้ำว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ย Fed ไว้ในระดับสูงต่อไปอีกนาน


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลขชุดนี้ไม่ได้น่าตกใจมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นสัญญาณดีสำหรับคริปโตในระยะสั้น ตัวเลข PMI ภาคบริการที่ 53.6 ยังสูงเกินกว่าที่ Fed จะรู้สึกสบายใจพอที่จะพูดถึงการลดดอกเบี้ย และเมื่อรวมกับตำแหน่งงานว่างที่ยังเกิน 6.8 ล้านตำแหน่ง ภาพรวมคือเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งเกินไปสำหรับนโยบายผ่อนคลาย

สำหรับคนที่ถือ BTC และ ETH อยู่ ผมแนะนำให้จับตาดูว่าแรงขายจากข้อมูลชุดนี้จะรุนแรงแค่ไหน เพราะในบางครั้งตลาดก็ดูดซับข้อมูล macro ไปก่อนแล้วผ่านราคาที่วิ่งขึ้นมาก่อนหน้า การที่ BTC ยังบวกกว่า 3% ในวันนี้ก็อาจบอกได้บางส่วนว่าตลาดยังไม่ได้ตื่นตระหนกกับข้อมูลชุดนี้มากนัก แต่ถ้าตัวเลขเศรษฐกิจชุดถัดไปออกมาในทิศทางเดิม ก็ต้องระวังแรงกดดันที่สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

ภาพจาก AI

📅 ผู้ที่สนใจดูปฏิทินเศรษฐกิจ สามารถดูได้ที่นี่