สรุปข่าว
- Sequans Communications ผู้ผลิตชิปสัญชาติฝรั่งเศส ตัดใจขาย Bitcoin จำนวน 1,025 BTC ในไตรมาส 1 ปี 2026 เพื่อหาเงินสดมาพยุงบริษัท
- พวกเขาประสบปัญหาขาดทุนสุทธิสูงถึง 54.3 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดถือครองปัจจุบันเหลือเพียง 1,114 BTC และ Bitcoin ที่เหลือก็ถูกนำไปวางเป็นหลักประกันหนี้
- บริษัทเตรียมชำระหนี้ก้อนสุดท้ายในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเทขาย Bitcoin ส่วนที่เหลือทั้งหมดเพื่อล้างหนี้ ส่งผลทำให้กลยุทธ์เก็บสะสมต้องสิ้นสุดลง
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Sequans Communications บริษัทผู้ผลิตชิป ต้องเผชิญกับมรสุมทางการเงินอย่างหนักจนตัดสินใจเทขาย Bitcoin ออกจากคลังสำรองไปเกือบ 50% หรือประมาณ 1,025 BTC ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 เพื่อสร้างสภาพคล่องท่ามกลางยอดขาดทุนสุทธิที่พุ่งสูงถึง 54.3 ล้านดอลลาร์ การเทขายในสภาวะคับขันครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงความเปราะบางของกลยุทธ์การถือครองคริปโตในบริษัทที่พื้นฐานธุรกิจหลักยังไม่นิ่ง แต่ยังส่งผลให้ความยืดหยุ่นทางการเงินของบริษัทแทบไม่เหลืออยู่ โดยมีกำหนดชำระหนี้หุ้นกู้ครั้งสำคัญในต้นเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของ Bitcoin ส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในคลังของบริษัทว่าจะถูกขายทิ้งตามไปหรือไม่
Sequans Communications บริษัทผู้ผลิตชิปจากประเทศฝรั่งเศสได้เทขาย Bitcoin กือบครึ่งออกจากคลังสำรอง หลังจากที่บริษัทประสบกับปัญหารุ้มเร้าทั้งการขาดทุน, ภาระหนี้สิน, และการบังคับเปลี่ยนกลยุทธ์องค์กร
รายงานเปิดเผยว่าในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 บริษัท Sequans Communications ได้ทำการเทขาย Bitcoin ไปแล้วเป็นจำนวนกว่า 1,025 BTC ส่งผลทำให้ยอดการถือครองในปัจจุบันเหลือเพียง 1,114 BTC จากเดิมที่เคยถือกว่า 2,139 BTC เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ตามรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1 บริษัทระบุว่า การขายสินทรัพย์ดังกล่าวได้ช่วยสร้างสภาพคล่องที่สำคัญให้แก่บริษัท ในขณะที่ต้องแบกรับยอดขาดทุนสุทธิสูงถึง 54.3 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นขาดทุน 3.73 ดอลลาร์ต่อหุ้นแบบปรับลดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีผลขาดทุนเพียง 7.3 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลจากเอกสารยื่นภาษีและงบการเงินยังระบุอีกว่า ความเสียหายประจำไตรมาสดังกล่าวประกอบไปด้วย ยอดขาดทุนจากการด้อยค่าของ Bitcoin ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง จำนวน 29.3 ล้านดอลลาร์ และยอดขาดทุนที่รับรู้แล้วจากการขายสินทรัพย์อีก 11.7 ล้านดอลลาร์
แม้ว่ายอดขายผลิตภัณฑ์จะพุ่งสูงขึ้นถึง 45% แต่อัตรากำไรขั้นต้นกลับหดตัวลงจาก 64.5% เหลือเพียง 37.7% เนื่องจากยอดขายฮาร์ดแวร์ที่มีกำไรต่ำเข้ามาแทนที่ข้อตกลงการให้สิทธิ์ใช้งานที่เคยสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำ กลายเป็นว่า รายได้ที่ย่ำแย่ได้บีบให้บริษัทต้องมีการขายสินทรัพย์ในภาวะคับขันอย่างเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำ Bitcoin ที่เหลืออยู่จำนวน 817 BTC ไปใช้เป็นหลักประกันสำหรับหุ้นกู้แปลงสภาพที่ค้างชำระมูลค่า 35.9 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้แทบไม่เหลือความยืดหยุ่นในคลังสินทรัพย์คริปโตอีกเลย ซึ่ง Dr.Georges Karam ซีอีโอของบริษัท ได้ออกมาอธิบายว่า พวกเขาได้ดำเนินการในขั้นตอนที่เด็ดขาดเพื่อปรับลดความซับซ้อนและเสริมความแข็งแกร่งให้กับงบดุล
การบังคับขายสินทรัพย์ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความกดดันที่เกิดขึ้นกับเหล่าบริษัทที่ถือครอง Bitcoin โดยบางบริษัทเริ่มทบทวนแผนการใหม่หลังจากที่เคยแห่กันนำคริปโตมาเป็นสินทรัพย์สำรองในช่วงตลาดขาขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ผู้ถือครอง Bitcoin รายเดิมบางส่วนก็ได้ลดสัดส่วนการถือครองลงเนื่องจากต้องเผชิญกับความท้าทายทางธุรกิจ
สำหรับตัวของ Sequans แล้ว การขายครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นการเทขายครั้งใหญ่เป็นครั้งที่สองในรอบ 6 เดือน โดยก่อนหน้านี้ Sequans ได้ขาย Bitcoin ไป 970 เหรียญในเดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่งลดการถือครองจาก 3,234 เหลือ 2,264 เหรียญ เพื่อนำเงินไปชำระคืนหนี้หุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 94.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งในขณะนั้น CEO ระบุว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
อย่างไรก็ดี หนี้สินที่เหลืออยู่ของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้จะครบกำหนดชำระในวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งหลังจากนั้น Bitcoin ที่ถือครองอยู่ทั้งหมดจะพ้นจากพันธะผูกพัน และพร้อมสำหรับการถูกขายทิ้งเพื่อระดมทุนต่อไป
ที่มา : Decrypt
มุมมองผู้เขียน : กรณีของ Sequans คือบทพิสูจน์ว่า Bitcoin ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะรักษาธุรกิจที่กำลังแย่ได้ หากธุรกิจหลักยังไม่แข็งแรงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยได้ การถือ Bitcoin จะกลายเป็นภาระในการบริหารความเสี่ยงแทนที่จะเป็นสินทรัพย์ช่วยส่งเสริม ถึงแม้ในอนาคต Bitcoin อาจจะรุ่งโรจน์จริงแต่จะมีสักกี่บริษัทที่สามารถอดทนรอไปจนถึงวันนั้นได้

