bitkub-banner

Bitcoin ร่วงหลุด $80,318 ฉุดตลาดคริปโตปรับฐานพร้อมกัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วงลง 1.61% แตะ $80,318 ในวันที่ 7 พ.ค. 2569 หลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $81,780 ก่อนจะดิ่งลงมาปิดใกล้จุดต่ำสุดรายวันที่ $80,413
  • แรงขายรอบนี้เกิดขึ้นขณะที่ราคาพยายามทะลุแนวต้านสำคัญแถว $81,500 แต่ไม่สำเร็จ ทำให้เกิดแรงเทขายออกมากดดันราคาทั้งตลาด
  • ตลาด Altcoin และ DeFi ได้รับแรงกระแทกไปด้วย นักลงทุนจับตาว่าแนวรับที่ $78,500 จะยังคงรับแรงขายได้อยู่หรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การที่ Bitcoin ล้มเหลวในการทะลุแนวต้าน $81,500 และถอยกลับลงมาต่ำกว่า $80,500 ส่งสัญญาณเชิงลบในระยะสั้น โดยเฉพาะเมื่อตลาดยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แรงขายที่เกิดขึ้นอาจสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนและกระทบต่อ Altcoin ทั่วตลาดในระยะสั้น

ราคา Bitcoin (BTC) ร่วงลง 1.61% มาอยู่ที่ $80,318 ในวันที่ 7 พ.ค. 2569 หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $81,780 ก่อนที่แรงขายจะเข้ามากดดันจนราคาดิ่งลงมาใกล้จุดต่ำสุดรายวันที่ $80,413 การร่วงลงรอบนี้ถือเป็นสัญญาณที่ตลาดยังไม่พร้อมจะทะลุแนวต้านสำคัญในบริเวณ $81,500 ซึ่งเป็นโซนที่ราคาต่อสู้กันมาหลายสัปดาห์

BTC 4H price chart

ปริมาณการซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ราว 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin ยังคงอยู่ที่ 1.61 ล้านล้านดอลลาร์ ภาพรวมยังชี้ให้เห็นว่าตลาดอยู่ในช่วงแกว่งตัวอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางแนวต้านที่แข็งแกร่งด้านบนและความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมมหภาคทั่วโลก

Bitcoin สะดุดแนวต้าน $81,500 สัญญาณอะไรที่ตลาดกำลังบอก

การเคลื่อนไหวของ Bitcoin ในช่วงนี้ต้องอ่านในบริบทที่กว้างขึ้น นับตั้งแต่ที่ราคาร่วงลงจากจุดสูงสุดตลอดกาลใกล้ $124,000 ในเดือนกรกฎาคม 2568 Bitcoin ผ่านช่วงขาลงยาวนานเกือบ 10 เดือน จนแตะจุดต่ำสุดที่ราว $62,854 ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาในระดับ $80,000 กว่า ซึ่งถือเป็นการดีดกลับประมาณ 29% จากจุดต่ำสุดนั้น

อย่างไรก็ตาม การที่ราคาล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่แนวต้าน $81,500 และดิ่งกลับลงมาในคืนนี้ สะท้อนว่าแรงซื้อในระดับนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะผลักดันราคาให้ก้าวต่อไปได้ ในระยะสั้น นักลงทุนหลายรายมองว่าโซน $78,500 คือแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา หากราคาหลุดลงมาได้อย่างชัดเจน อาจเห็นแรงขายเพิ่มเติมจากนักลงทุนที่ถือสถานะอยู่และต้องการปิดความเสี่ยง

ในด้านปัจจัยมหภาค ตลาดยังคงจับตาสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อและตลาดแรงงานที่ออกมาในช่วงนี้ ความไม่แน่นอนในนโยบายการเงินและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตในภาพรวม

Altcoin รับแรงกระแทก การหมุนเวียนเงินทุนในตลาดเปลี่ยนไปอย่างไร

เมื่อ Bitcoin ร่วงลง สิ่งที่ตามมาเกือบทุกครั้งคือแรงกดดันที่ลุกลามไปยัง Altcoin ทั่วตลาด โดยเฉพาะเหรียญที่มีความสัมพันธ์กับ Bitcoin สูง เช่น Ethereum (ETH), Solana (SOL) และ BNB ซึ่งมักเคลื่อนไหวตามทิศทางของ Bitcoin ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน

ในสถานการณ์แบบนี้ Bitcoin Dominance มักจะปรับตัวขึ้น เพราะนักลงทุนมีแนวโน้มที่จะลดสัดส่วนใน Altcoin ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า และหันมาถือ Bitcoin ซึ่งมองว่ามีความมั่นคงกว่าในช่วงที่ตลาดไม่แน่นอน ส่วน Altcoin ขนาดเล็กที่มีสภาพคล่องต่ำกว่าอาจเผชิญกับแรงขายหนักกว่า Bitcoin หลายเท่า

กลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าคือเหรียญที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น โปรเจกต์ที่มีการอัปเกรดโปรโตคอลสำคัญ หรือกลุ่มที่มีกระแส Narrative แข็งแกร่งอยู่แล้ว เช่น กลุ่ม AI token หรือ Real World Assets (RWA) ซึ่งยังคงมีความสนใจจากนักลงทุนสถาบันในระดับหนึ่ง แต่โดยรวมแล้ว ตลาด Altcoin ในภาวะแบบนี้มักตกอยู่ในโหมดรอดูก่อน

DeFi และระบบนิเวศคริปโตได้รับผลกระทบอย่างไร

เมื่อราคา Bitcoin ร่วงลง ผลกระทบที่เห็นได้ชัดในโลก DeFi คือมูลค่าทรัพย์สินที่ล็อกไว้ในโปรโตคอลต่าง ๆ (TVL) มักลดลงตาม เนื่องจากมูลค่าของหลักประกันที่นักลงทุนวางไว้ลดลงไปด้วย ในบางกรณี อาจเกิดการล้างพอร์ตในสถานะ Leverage ที่เปิดค้างอยู่ โดยเฉพาะในโปรโตคอลสินเชื่อแบบกระจายอำนาจอย่าง Aave หรือ Compound

อย่างไรก็ตาม การร่วงลง 1.61% ในครั้งนี้ยังไม่ถือว่ารุนแรงพอที่จะก่อให้เกิดการล้างพอร์ตเป็นวงกว้าง เว้นแต่ว่าราคาจะยังคงร่วงต่อและหลุดลงไปต่ำกว่าระดับที่มีนักลงทุน Leverage จำนวนมากรออยู่ ในส่วนของตลาด Bitcoin ETF ที่ซื้อขายในสหรัฐฯ กระแสเงินไหลออกหรือเข้าในช่วงนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญว่านักลงทุนสถาบันมองสถานการณ์นี้อย่างไร หากเห็นสัญญาณเงินไหลออกจาก ETF อย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณที่ควรระวัง

ในภาพรวมของระบบนิเวศ การที่ Bitcoin ยังคงยืนอยู่เหนือ $80,000 และยังไม่หลุดจุดฟื้นตัวที่สร้างมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังถือว่าโครงสร้างตลาดระยะกลางไม่ได้เสียหายอย่างมีนัยสำคัญ แต่นักลงทุนที่ติดตามตลาดอยู่ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการร่วงลงรอบนี้ไม่ได้น่าตกใจมากถ้ามองในบริบทของภาพใหญ่ Bitcoin ฟื้นตัวมาจาก $62,854 ในเดือนกุมภาพันธ์ได้ถึง 29% แล้ว และการที่ราคาชนแนวต้าน $81,500 แล้วถอยกลับมาบ้างถือเป็นเรื่องปกติของตลาดในระยะฟื้นตัว แรงขายแบบนี้มักเกิดขึ้นเมื่อผู้ที่ถือมาตั้งแต่ต่ำต้องการทยอยขายทำกำไร

แต่สิ่งที่ผมจะจับตาดูมากที่สุดคือว่าราคาจะยืนเหนือ $80,000 ได้ไหม และปริมาณการซื้อขายจะมีสัญญาณของแรงซื้อกลับเข้ามาหรือเปล่า ถ้าราคาแกว่งตัวอยู่ในโซนนี้โดยไม่มีแรงขายเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ ผมมองว่านั่นคือสัญญาณที่ดีกว่าการที่ราคาพุ่งขึ้นเร็วแล้วร่วงแรง สำหรับใครที่ติดตามตลาดอยู่ ช่วงนี้คือเวลาที่ต้องใจเย็น ดูข้อมูลให้ครบ และไม่ตัดสินใจจากความกลัวหรือความโลภในระยะสั้น

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI